“เช้านี้เค้าเข้าห้องน้ำเหมือนทุกวัน
แต่หลังจากออกมาจากห้องน้ำ เค้าไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว”
ชายอายุ 62 ปี มีโรคประจำตัวที่อยู่กับเขามานานหลายสิบปีคือ ความดันโลหิตสูง ซึ่งคุมความดันได้ไม่ดีเลย ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ค่าความดันตัวบนของเขามักอยู่แถว ๆ 160–180 mmHg มาโดยตลอด
นัดไปบ้างไม่ไปบ้าง รับยามาแล้วก็ไม่ค่อยกิน วันไหนที่รู้สึกเวียนหัว คิดเอาเองว่าความดันขึ้น ถึงจะค่อยกินยา ดังนั้นกินจริงๆ คือน้อยมาก
.
วันเวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก การไปวัดความดันแล้วเจอว่าความดันประมาณนี้ ก็คิดว่าเป็นปกติของตัวเองแล้วค่ะ รู้สึกผิดปกติ อาการอะไรแปลกๆ เค้าจะค่อยกินยา
ช่วงหนึ่งเดือนมานี้ เขามีปัญหาเรื่องท้องผูก เข้าห้องน้ำค่อนข้างนาน ภรรยาว่าจะพาไปส่องกล้องตรวจเพิ่มเติม และกลับไปรักษาความดันต่อ แกก็ปฏิเสธ
.
เช้าวันเกิดเหตุ แกเดินเข้าห้องน้ำเหมือนทุกวัน แต่ภรรยารู้สึกว่าแกเบ่งดังกว่าปกติ หลายรอบติดกัน
ซักพักก็เงียบไป เหมือนได้ยินเสียงกระทบพื้นห้องน้ำ ภรรยาเลยรีบเข้าไปดู พบว่าแกนอนเอียงอยู่กับพื้นห้องน้ำ เรียกชื่อเท่าไหร่ก็ไม่ตอบ แถมปากเบี้ยว
เธอรีบโทรเรียกรถพยาบาลทันที
.
ที่ห้องฉุกเฉิน แพทย์ประเมินอย่างรวดเร็วแล้วพบว่าน่าจะเป็นโรคหลอดเลือดสมอง จึงรีบส่ง CT สมองทันที
.
ผลคือมีเลือดออกในใจกลางสมองส่วนที่เรียกว่า
Thalamus แถมเลือดทะลักเข้าโพรงสมอง
ซึ่งเป็นหนึ่งในตำแหน่ง ‘ขาประจำ’ ของเลือดออกในสมองจากความดันโลหิตสูง (รองจาก Basal ganglia) เพราะเป็นตำแหน่งที่หลอดเลือดได้รับแรงเฉือนสูงสุด เมื่อทุกช่วงเวลาของชีวิต ความดันอยู่ในระดับสูงตลอด มันจะค่อยๆ ทำลายผนังไปเรื่อยๆ จนเส้นใยพัง กล้ามเนื้อเรียบที่เสริมความแข็งแรงอยู่ก็พัง
ในที่สุดมันจะโป่งออกเป็นกระเปาะเล็กๆ (Charcot-Bouchard aneurysm) ซ่อนตัวอยู่ในความเงียบ รอวันที่ความดันพุ่งขึ้นมาเฉียบพลัน จะฉีกกระเปาะนี้แล้วเลือดทะลักออกมา
ซึ่งผู้ป่วยรายนี้มีปัญหาท้องผูกและกลั้นเบ่งพอดี เพราะการกลั้นเบ่ง (Valsalva maneuver) พอคลายการเบ่งเมื่อไร ความดันจะพุ่งกระฉูดทันที
ซึ่งเดิมทีความดันผู้ป่วยก็สูงอยู่แล้ว ก็จะพุ่งขึ้นไปอีก ในที่สุดก็ฉีกกระเปาะที่มีไว้อยู่เดิมขาดแล้วเลือดออกท่วมสมองส่วน Thalamus ก้อนเลือดดันไปกดใยประสาทการเคลื่อนไหว (Internal capsule) ซึ่งทำให้เกิดการอ่อนแรงครึ่งซีกเฉียบพลัน
.
สิ่งที่อยากฝากไว้จากเคสนี้คือ
1️⃣ ความดันโลหิตสูง โคตรน่ากลัว มันกัดกินหลอดเลือดของเราทีละน้อย รู้ตัวอีกทีเกิดภาวะแทรกซ้อนแล้ว ต้องคุมความดันทั้งการปรับพฤติกรรมแบบจริงจัง ถ้าถึงที่สุดแล้วปรับยังไงก็ไม่ลง ควรรับยาไปกินคุมอาการค่ะ ถ้าทุกอย่างเข้าที่แล้ว เดี๋ยวแพทย์จะลดยาแล้วสุดท้ายหยุดยาได้
2️⃣ ถ้าท้องผูก ควรปรับพฤติกรรมเคร่งครัดค่ะ
– กินผักผลไม้ (หวานน้อย) ที่มีเส้นใย
– ดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อลด ADH ทำให้ร่างกายไม่ดึงน้ำกลับมากเกินไป ส่งผลให้ก้อนอุจจาระไม่แข็งจนเกินไปค่ะ
– ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
– ถ้าท้องผูกมาก ควรพบแพทย์หาสาเหตุและใช้ยาระบายที่เหมาะสม
3️⃣ ถ้ามีอาการ
– ปวดหัวเฉียบพลันมากผิดปกติ
– หน้ามืด แขนขาอ่อนแรง
– พูดไม่ชัด หน้าเบี้ยว
หรืออาการใดที่ไม่ปกติแบบเฉียบพลัน
เรียกคนช่วย / โทร 1669 ทันที
เพจ Tensia
CR⬇️
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ https://m.facebook.com/tensiacorephysiology/photos/%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A2-62-%E0%B8%9B%E0%B8%B5-%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%88%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87-%E0%B8%88%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%B6%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%9B-%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%A7-%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80/122297371112214982/?set=a.122100128582214982
ชาย 62 ปี เบ่งอุจจาระแรง จนล้มตึงไป ปากเบี้ยว ตรวจพบเลือดออกกลางสมอง
แต่หลังจากออกมาจากห้องน้ำ เค้าไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว”
ชายอายุ 62 ปี มีโรคประจำตัวที่อยู่กับเขามานานหลายสิบปีคือ ความดันโลหิตสูง ซึ่งคุมความดันได้ไม่ดีเลย ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ค่าความดันตัวบนของเขามักอยู่แถว ๆ 160–180 mmHg มาโดยตลอด
นัดไปบ้างไม่ไปบ้าง รับยามาแล้วก็ไม่ค่อยกิน วันไหนที่รู้สึกเวียนหัว คิดเอาเองว่าความดันขึ้น ถึงจะค่อยกินยา ดังนั้นกินจริงๆ คือน้อยมาก
.
วันเวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก การไปวัดความดันแล้วเจอว่าความดันประมาณนี้ ก็คิดว่าเป็นปกติของตัวเองแล้วค่ะ รู้สึกผิดปกติ อาการอะไรแปลกๆ เค้าจะค่อยกินยา
ช่วงหนึ่งเดือนมานี้ เขามีปัญหาเรื่องท้องผูก เข้าห้องน้ำค่อนข้างนาน ภรรยาว่าจะพาไปส่องกล้องตรวจเพิ่มเติม และกลับไปรักษาความดันต่อ แกก็ปฏิเสธ
.
เช้าวันเกิดเหตุ แกเดินเข้าห้องน้ำเหมือนทุกวัน แต่ภรรยารู้สึกว่าแกเบ่งดังกว่าปกติ หลายรอบติดกัน
ซักพักก็เงียบไป เหมือนได้ยินเสียงกระทบพื้นห้องน้ำ ภรรยาเลยรีบเข้าไปดู พบว่าแกนอนเอียงอยู่กับพื้นห้องน้ำ เรียกชื่อเท่าไหร่ก็ไม่ตอบ แถมปากเบี้ยว
เธอรีบโทรเรียกรถพยาบาลทันที
.
ที่ห้องฉุกเฉิน แพทย์ประเมินอย่างรวดเร็วแล้วพบว่าน่าจะเป็นโรคหลอดเลือดสมอง จึงรีบส่ง CT สมองทันที
.
ผลคือมีเลือดออกในใจกลางสมองส่วนที่เรียกว่า
Thalamus แถมเลือดทะลักเข้าโพรงสมอง
ซึ่งเป็นหนึ่งในตำแหน่ง ‘ขาประจำ’ ของเลือดออกในสมองจากความดันโลหิตสูง (รองจาก Basal ganglia) เพราะเป็นตำแหน่งที่หลอดเลือดได้รับแรงเฉือนสูงสุด เมื่อทุกช่วงเวลาของชีวิต ความดันอยู่ในระดับสูงตลอด มันจะค่อยๆ ทำลายผนังไปเรื่อยๆ จนเส้นใยพัง กล้ามเนื้อเรียบที่เสริมความแข็งแรงอยู่ก็พัง
ในที่สุดมันจะโป่งออกเป็นกระเปาะเล็กๆ (Charcot-Bouchard aneurysm) ซ่อนตัวอยู่ในความเงียบ รอวันที่ความดันพุ่งขึ้นมาเฉียบพลัน จะฉีกกระเปาะนี้แล้วเลือดทะลักออกมา
ซึ่งผู้ป่วยรายนี้มีปัญหาท้องผูกและกลั้นเบ่งพอดี เพราะการกลั้นเบ่ง (Valsalva maneuver) พอคลายการเบ่งเมื่อไร ความดันจะพุ่งกระฉูดทันที
ซึ่งเดิมทีความดันผู้ป่วยก็สูงอยู่แล้ว ก็จะพุ่งขึ้นไปอีก ในที่สุดก็ฉีกกระเปาะที่มีไว้อยู่เดิมขาดแล้วเลือดออกท่วมสมองส่วน Thalamus ก้อนเลือดดันไปกดใยประสาทการเคลื่อนไหว (Internal capsule) ซึ่งทำให้เกิดการอ่อนแรงครึ่งซีกเฉียบพลัน
.
สิ่งที่อยากฝากไว้จากเคสนี้คือ
1️⃣ ความดันโลหิตสูง โคตรน่ากลัว มันกัดกินหลอดเลือดของเราทีละน้อย รู้ตัวอีกทีเกิดภาวะแทรกซ้อนแล้ว ต้องคุมความดันทั้งการปรับพฤติกรรมแบบจริงจัง ถ้าถึงที่สุดแล้วปรับยังไงก็ไม่ลง ควรรับยาไปกินคุมอาการค่ะ ถ้าทุกอย่างเข้าที่แล้ว เดี๋ยวแพทย์จะลดยาแล้วสุดท้ายหยุดยาได้
2️⃣ ถ้าท้องผูก ควรปรับพฤติกรรมเคร่งครัดค่ะ
– กินผักผลไม้ (หวานน้อย) ที่มีเส้นใย
– ดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อลด ADH ทำให้ร่างกายไม่ดึงน้ำกลับมากเกินไป ส่งผลให้ก้อนอุจจาระไม่แข็งจนเกินไปค่ะ
– ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
– ถ้าท้องผูกมาก ควรพบแพทย์หาสาเหตุและใช้ยาระบายที่เหมาะสม
3️⃣ ถ้ามีอาการ
– ปวดหัวเฉียบพลันมากผิดปกติ
– หน้ามืด แขนขาอ่อนแรง
– พูดไม่ชัด หน้าเบี้ยว
หรืออาการใดที่ไม่ปกติแบบเฉียบพลัน
เรียกคนช่วย / โทร 1669 ทันที
เพจ Tensia
CR⬇️
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้