คิดอยู่นานมากละว่าจะเขียนเรื่องนี้ดีมั้ยเพราะมันค่อนข้างละเอียดอ่อนนิดหน่อย ประเด็นปัญหาคือ ผมมองว่าการใช้การสื่อสารแบบเหวี่ยงแหไม่ใช่เรื่องดี มันส่งผลถึงการสร้างความรู้สึกยุ่งยากให้ผู้ที่จะเริ่มต้นทำ Strength ดังนั้นผมก็เลยอยากที่จะสื่อสารแบบยาวๆนิดนึงเพื่อสร้างให้เกิดความเข้าใจในเชิงลึกที่ดีขึ้น
หวังว่าทุกคนจะเข้าใจนะครับ
—————————
ประเด็นเรื่องการใส่รองเท้าวิ่งไปเล่นเวท คำถามแรกที่ควรเริ่มถามก่อนเลยคือ รองเท้าวิ่งเป็นประเภทไหน…???
คือเราต้องเข้าใจเนอะ คนที่เพิ่งจะเริ่มคิดดูแลสุขภาพ สิ่งแรกที่มักจะคิดถึงคือการวิ่ง ดังนั้นรองเท้าวิ่งจึงมักจะเป็นรองเท้าออกกำลังกายคู่แรกของผู้เริ่มต้นเสมอ ไม่แปลกอะไร
ปัญหาคือ รองเท้าวิ่งมันมีหลายประเภทครับ
- zero drop คือไม่มีการยกส้นขึ้นสูงเลย เรียบเท่ากันหมดทั้งเท้า
- stack height ก็เหมือน zero drop คือเรียบหมดตั้งแต่ส้นยันปลายเท้า แต่รองหนาขึ้นมาเพื่อช่วย absorp แรงกระแทก
- drop คือรองเท้าวิ่งที่จะยกส้นสูงขึ้นกว่าปลายเท้า ส่วนว่าจะยกสูงขึ้นเท่าไหร่อันนี้ก็แล้วแต่แบรนด์ ถ้ายิ่งเป็นพวก racer drop ที่มีแผ่น carbon fiber รองก็มักจะยิ่งดรอปค่อนข้างเยอะเพราะมันต้องการให้นักวิ่งลงน้ำหนักที่ midfoot
—————————
ถ้าเป็นรองเท้าวิ่งแบบ zero drop ทั่วๆไป ไม่ stack….คำถามคือทำไมจะใส่เล่นเวทไม่ได้…???
—————————
ถ้าเป็น zero drop แต่ stack height อันนี้มันมีความนิ่มของพื้นรองเท้าเข้ามาซึ่งก็อาจสร้างให้เกิดอันตรายต่อการยกได้เพราะเท้าไม่เกาะพื้น มันจะเหมือนเรายืนอยู่บนพื้นยวบๆ….อันนี้ถูกต้อง
แต่…!!!!! ถ้าจะบอกว่าห้ามใส่รองเท้าวิ่งแบบ zero drop stack มาเวท แต่เราก็ยังมักจะเห็นเทรนเนอร์ให้ลูกเทรน squat อยู่บนแผ่น balance board หรือบน BOSU (dome side down) กันอยู่ แล้วมันต่างกันตรงไหน…???
เพราะสุดท้ายก็โหลดหนักมากไม่ได้เหมือนกันเพราะมันขาด stability
—————————
📌 รองเท้าวิ่งประเภทเดียวที่ไม่แนะนำเลยสำหรับการยกเวทคือรองเท้าที่มี drop เพราะถึงแม้ว่ามันจะมีความคล้ายคลึงการรองส้นด้วยแผ่นเพลทเพื่อช่วยเรื่อง ankle mobility ให้สามารถ squat ได้ลึกขึ้น แต่ความนิ่มของส้นที่ถูกเสริมมันให้ stability ที่แตกต่างกันกับการวางส้นลงบนเพลทมาก
ดังนั้นถ้าจะมีรองเท้าวิ่งประเภทที่ไม่ควรเอามาเวทในทุกกรณี นั่นคือรองเท้าประเภท drop นะครับ 📌
อันนี้ผมเคลียร์ประเด็นจากฝั่งรองเท้าก่อนนะ
—————————
คราวนี้ผมมาเคลียร์ประเด็นเรื่อง load ต่อ
ยิ่งโหลดหนักยิ่งต้องการ stability สูง หลายๆคนถึงเลือกที่จะเท้าเปล่าเลยเวลาโหลดหนักๆเพราะมันมั่นคงที่สุด
แต่ก็มีหลายๆเวลาที่เราไม่ได้ใส่หนัก และการใส่ unstable platform เข้าไปในระดับหนึ่งสามารถกวนระบบประสาทเพื่อสร้างรากฐานให้มั่นคงมากขึ้นได้เช่นกัน….ถูกมั้ย…???
ทำไม squat บนทรายนุ่มยากกว่าพื้นแข็ง…??
ทำไมยืนบนเรือยากกว่าพื้นดิน…???
ประเด็นคือ ถ้าเป้าหมายไม่ใช่การอัดโหลดหนัก แต่เป็นการกระตุ้นระบบประสาทสั่งการให้กล้ามเนื้อหดเกร็งเพื่อรักษาสมดุลย์ของร่างกายให้ได้ (ซึ่งโหลดมักจะไม่สูง) คำถามคือ ทำไมจะใส่รองเท้าวิ่งมาเวทไม่ได้ในเมื่อมันทำหน้าที่เหมือน balance board…???
ทั้งหมดในส่วนนี้หมายความว่า ถ้าโหลดไม่ได้หนักเกินร่างกายของผู้เล่นรับไหว (ไม่เกิน 80% ของ 1RM) ทำไมจะใส่รองเท้าวิ่งแบบ zero drop หรือ zero drop stack ไม่ได้….???
—————————
ทั้งนี้ผมยังไม่คุยเรื่อง air แตกนะ 🤣
มันเป็นคำยุคผมที่สมัยนั้น Nike Air โด่งดังและทุกคนใส่กันเข้ายิมเป็นแฟชั่น แล้วมันเคยมีกรณีแอร์แตกระหว่างการยกกันมาแล้ว
คือยังไงก็ยังต้องเน้นย้ำแหละว่ารองเท้าวิ่งแบบ zero drop stack ของแต่ละแบรนด์เค้าก็มีวิธีการผลิตและกระบวนการผลิตที่แตกต่างกันอีก ดังนั้นมันเลยมีความเสี่ยง “แอร์แตก” คาเท้าระหว่างยก
ซึ่งถ้าเรารวมจุดนี้เข้าไปด้วย จะเหลือรองเท้าวิ่งประเภทเดียวครับที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับการเวท นั่นคือ zero drop พื้นปกติบางลงมาถึง barefoot…..อันนี้คือชัวร์ว่าไร้ปัญหาแน่ๆ
—————————
แน่นอนว่า ถ้ามันไม่หนักกระเป๋าตังค์จนเกินไป ก็อยากให้ใช้รองเท้าให้ถูกประเด็นกันครับ ผมก็เป็น 1 ในคนที่มีรองเท้าหลายคู่และใช้รองเท้าตรงตามกีฬาและกิจกรรมที่เล่น รองเท้าเทนนิสผมยังไม่ใส่ตีแบดเลย และรองเท้าแบดผมก็ไม่ใส่ตีเทนนิสด้วยเช่นกัน
แต่ไม่ใช่ทุกคนที่ fortunate enough และมีความรู้ความเข้าใจแบบที่ผมมี ถ้าลูกเทรนเราเพิ่งจะเริ่มต้นดูแลร่างกาย ไปซื้อรองเท้าวิ่งมาแล้วคู่นึงแล้วกะลากเข้ายิมไปด้วยเลย……zero drop ก็ไม่ได้น่ากลัวครับ ถ้าเราจะให้ลูกเทรนยกหนักใน session ไหนก็แค่ให้เค้าถอดรองเท้าแล้วยกเท้าเปล่า
มันง่ายมากครับ แค่นั้นเลย
หวังว่ามุมมองของผมจะพอมีประโยชน์กับเทรนเนอร์และคนที่กำลังเริ่มต้นการออกกำลังกายบ้างไม่มากก็น้อยนะครับ
อย่างที่กล่าวไปตอนต้นครับ ผมไม่ค่อยชอบการสื่อสารแบบเหวี่ยงแห…..ใช่มันง่าย แต่ง่ายแบบขาดความเข้าใจ
ถ้าเราเสพแต่อะไรที่ “ง่ายแต่ขาดความเข้าใจ” สุดท้ายคุณไม่ได้ ”ความรู้“ ครับ คุณจะได้ “ความเชื่อ” ไปแทน
ซึ่งความเชื่อ…..ไม่ได้ดีซักเท่าไหร่สำหรับการดูแลตัวเอง ❤️
ฝากไว้ประมาณนี้นะครับ
ขอบคุณครับ
#CoachFoon #CFPerformance #HybridCoach #เทรนไว้ใช้ไม่ได้เทรนไว้โชว์ #athletic_performance_is_my_business
CR : CF performance
Link
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1495946342531888&id=100063496089501&http_ref=eyJ0cyI6MTc3MjA2NzczNjAwMCwiciI6IiJ9
เราสามารถใส่รองเท้าวิ่ง ไปเล่นเวท 💪🏻ได้ไหม
หวังว่าทุกคนจะเข้าใจนะครับ
—————————
ประเด็นเรื่องการใส่รองเท้าวิ่งไปเล่นเวท คำถามแรกที่ควรเริ่มถามก่อนเลยคือ รองเท้าวิ่งเป็นประเภทไหน…???
คือเราต้องเข้าใจเนอะ คนที่เพิ่งจะเริ่มคิดดูแลสุขภาพ สิ่งแรกที่มักจะคิดถึงคือการวิ่ง ดังนั้นรองเท้าวิ่งจึงมักจะเป็นรองเท้าออกกำลังกายคู่แรกของผู้เริ่มต้นเสมอ ไม่แปลกอะไร
ปัญหาคือ รองเท้าวิ่งมันมีหลายประเภทครับ
- zero drop คือไม่มีการยกส้นขึ้นสูงเลย เรียบเท่ากันหมดทั้งเท้า
- stack height ก็เหมือน zero drop คือเรียบหมดตั้งแต่ส้นยันปลายเท้า แต่รองหนาขึ้นมาเพื่อช่วย absorp แรงกระแทก
- drop คือรองเท้าวิ่งที่จะยกส้นสูงขึ้นกว่าปลายเท้า ส่วนว่าจะยกสูงขึ้นเท่าไหร่อันนี้ก็แล้วแต่แบรนด์ ถ้ายิ่งเป็นพวก racer drop ที่มีแผ่น carbon fiber รองก็มักจะยิ่งดรอปค่อนข้างเยอะเพราะมันต้องการให้นักวิ่งลงน้ำหนักที่ midfoot
—————————
ถ้าเป็นรองเท้าวิ่งแบบ zero drop ทั่วๆไป ไม่ stack….คำถามคือทำไมจะใส่เล่นเวทไม่ได้…???
—————————
ถ้าเป็น zero drop แต่ stack height อันนี้มันมีความนิ่มของพื้นรองเท้าเข้ามาซึ่งก็อาจสร้างให้เกิดอันตรายต่อการยกได้เพราะเท้าไม่เกาะพื้น มันจะเหมือนเรายืนอยู่บนพื้นยวบๆ….อันนี้ถูกต้อง
แต่…!!!!! ถ้าจะบอกว่าห้ามใส่รองเท้าวิ่งแบบ zero drop stack มาเวท แต่เราก็ยังมักจะเห็นเทรนเนอร์ให้ลูกเทรน squat อยู่บนแผ่น balance board หรือบน BOSU (dome side down) กันอยู่ แล้วมันต่างกันตรงไหน…???
เพราะสุดท้ายก็โหลดหนักมากไม่ได้เหมือนกันเพราะมันขาด stability
—————————
📌 รองเท้าวิ่งประเภทเดียวที่ไม่แนะนำเลยสำหรับการยกเวทคือรองเท้าที่มี drop เพราะถึงแม้ว่ามันจะมีความคล้ายคลึงการรองส้นด้วยแผ่นเพลทเพื่อช่วยเรื่อง ankle mobility ให้สามารถ squat ได้ลึกขึ้น แต่ความนิ่มของส้นที่ถูกเสริมมันให้ stability ที่แตกต่างกันกับการวางส้นลงบนเพลทมาก
ดังนั้นถ้าจะมีรองเท้าวิ่งประเภทที่ไม่ควรเอามาเวทในทุกกรณี นั่นคือรองเท้าประเภท drop นะครับ 📌
อันนี้ผมเคลียร์ประเด็นจากฝั่งรองเท้าก่อนนะ
—————————
คราวนี้ผมมาเคลียร์ประเด็นเรื่อง load ต่อ
ยิ่งโหลดหนักยิ่งต้องการ stability สูง หลายๆคนถึงเลือกที่จะเท้าเปล่าเลยเวลาโหลดหนักๆเพราะมันมั่นคงที่สุด
แต่ก็มีหลายๆเวลาที่เราไม่ได้ใส่หนัก และการใส่ unstable platform เข้าไปในระดับหนึ่งสามารถกวนระบบประสาทเพื่อสร้างรากฐานให้มั่นคงมากขึ้นได้เช่นกัน….ถูกมั้ย…???
ทำไม squat บนทรายนุ่มยากกว่าพื้นแข็ง…??
ทำไมยืนบนเรือยากกว่าพื้นดิน…???
ประเด็นคือ ถ้าเป้าหมายไม่ใช่การอัดโหลดหนัก แต่เป็นการกระตุ้นระบบประสาทสั่งการให้กล้ามเนื้อหดเกร็งเพื่อรักษาสมดุลย์ของร่างกายให้ได้ (ซึ่งโหลดมักจะไม่สูง) คำถามคือ ทำไมจะใส่รองเท้าวิ่งมาเวทไม่ได้ในเมื่อมันทำหน้าที่เหมือน balance board…???
ทั้งหมดในส่วนนี้หมายความว่า ถ้าโหลดไม่ได้หนักเกินร่างกายของผู้เล่นรับไหว (ไม่เกิน 80% ของ 1RM) ทำไมจะใส่รองเท้าวิ่งแบบ zero drop หรือ zero drop stack ไม่ได้….???
—————————
ทั้งนี้ผมยังไม่คุยเรื่อง air แตกนะ 🤣
มันเป็นคำยุคผมที่สมัยนั้น Nike Air โด่งดังและทุกคนใส่กันเข้ายิมเป็นแฟชั่น แล้วมันเคยมีกรณีแอร์แตกระหว่างการยกกันมาแล้ว
คือยังไงก็ยังต้องเน้นย้ำแหละว่ารองเท้าวิ่งแบบ zero drop stack ของแต่ละแบรนด์เค้าก็มีวิธีการผลิตและกระบวนการผลิตที่แตกต่างกันอีก ดังนั้นมันเลยมีความเสี่ยง “แอร์แตก” คาเท้าระหว่างยก
ซึ่งถ้าเรารวมจุดนี้เข้าไปด้วย จะเหลือรองเท้าวิ่งประเภทเดียวครับที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับการเวท นั่นคือ zero drop พื้นปกติบางลงมาถึง barefoot…..อันนี้คือชัวร์ว่าไร้ปัญหาแน่ๆ
—————————
แน่นอนว่า ถ้ามันไม่หนักกระเป๋าตังค์จนเกินไป ก็อยากให้ใช้รองเท้าให้ถูกประเด็นกันครับ ผมก็เป็น 1 ในคนที่มีรองเท้าหลายคู่และใช้รองเท้าตรงตามกีฬาและกิจกรรมที่เล่น รองเท้าเทนนิสผมยังไม่ใส่ตีแบดเลย และรองเท้าแบดผมก็ไม่ใส่ตีเทนนิสด้วยเช่นกัน
แต่ไม่ใช่ทุกคนที่ fortunate enough และมีความรู้ความเข้าใจแบบที่ผมมี ถ้าลูกเทรนเราเพิ่งจะเริ่มต้นดูแลร่างกาย ไปซื้อรองเท้าวิ่งมาแล้วคู่นึงแล้วกะลากเข้ายิมไปด้วยเลย……zero drop ก็ไม่ได้น่ากลัวครับ ถ้าเราจะให้ลูกเทรนยกหนักใน session ไหนก็แค่ให้เค้าถอดรองเท้าแล้วยกเท้าเปล่า
มันง่ายมากครับ แค่นั้นเลย
หวังว่ามุมมองของผมจะพอมีประโยชน์กับเทรนเนอร์และคนที่กำลังเริ่มต้นการออกกำลังกายบ้างไม่มากก็น้อยนะครับ
อย่างที่กล่าวไปตอนต้นครับ ผมไม่ค่อยชอบการสื่อสารแบบเหวี่ยงแห…..ใช่มันง่าย แต่ง่ายแบบขาดความเข้าใจ
ถ้าเราเสพแต่อะไรที่ “ง่ายแต่ขาดความเข้าใจ” สุดท้ายคุณไม่ได้ ”ความรู้“ ครับ คุณจะได้ “ความเชื่อ” ไปแทน
ซึ่งความเชื่อ…..ไม่ได้ดีซักเท่าไหร่สำหรับการดูแลตัวเอง ❤️
ฝากไว้ประมาณนี้นะครับ
ขอบคุณครับ
#CoachFoon #CFPerformance #HybridCoach #เทรนไว้ใช้ไม่ได้เทรนไว้โชว์ #athletic_performance_is_my_business
CR : CF performance
Link [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้