นาฬิกาสร้างการกดขี่และการปฏิวัติ

.

.
ในปี 1869  ตลาด Mumbai Crawford
(Mahatma Jyotiba Phule Mandai)
หอนาฬิกาหินสถาปัตยกรรมโกธิก
ที่มีหน้าต่างโค้ง มีผู้คนเดินไปตามถนนดิน
ใกล้กับรถม้า โคมไฟบนถนนโบราณ
.
.
.

ในปึ 1898
ช่วงเย็นของเดือนมีนาคม
เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว
ทั่วทั้งตลาดครอว์ฟอร์ดมุมไบ
คืนนั้น ชาวเมืองที่โกรธแค้น
ได้ยกปืนไรเฟิลขึ้นเล็งไปที่เป้าหมายหลัก
นั่นคือ หอนาฬิกาสาธารณะ
บนยอดอาคารตลาดครอว์ฟอร์ด

นาฬิกาเรือนนี้ถูกสร้างขึ้นหลายปีก่อน
ก่อนที่รัฐบาลอังกฤษจะเรียกร้องให้
ชาวอินเดียยอมรับมาตรฐานเวลาตะวันตก
การแบ่งแยกนิรันดร์ด้วยอุปกรณ์นี้
ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นการกดขี่ข่มเหง
ของเจ้าอาณานิคมอังกฤษอีกครั้ง
มันเป็นเครื่องมือของการควบคุมจากส่วนกลาง
คืนนั้น กระสุนเจาะหน้าปัดนาฬิกา
ทำให้หน้าปัดย่อยเสียหายไปบางส่วน
.
.

การบอกเวลาด้วยนาฬิกา
โดยเฉพาะนาฬิกาเชิงกล
มีบทบาทสำคัญในการพัฒนา
กำหนดรูปแบบของสังคมมนุษย์
และการเติบโตของอุตสาหกรรม

ด้วยเหตุผลเหล่านี้
ผู้คนจึงต่อต้านนาฬิกาในทุกย่างก้าว
การใช้กลไกในการบอกเวลา
ที่แยกจากการบอกเวลาตามธรรมชาติ
เปลี่ยนแปลงวิธีคิด
และพฤติกรรมของคนเรา
ก่อให้เกิดจิตวิทยาใหม่
และจุดประกายการต่อต้าน

นาฬิกาเป็นทั้งผู้กดขี่
และสัญลักษณ์ของผู้กดขี่

David Rooney
นักประวัติศาสตร์ด้านเทคโนโลยี
กล่าวกับ Popular Science
.
.

.
.
.

ในศตวรรษที่ 13
นาฬิกาเชิงกลเรือนแรก
ปรากฏขึ้นในภาคเหนือของอิตาลี
โดยสืบทอดวิธีการบอกเวลาแบบเดิม
เช่น นาฬิกาแดด นาฬิกาทราย

อุปกรณ์บอกเวลาเหล่านี้
มีมาตั้งแต่สมัยนาฬิกาน้ำ
ในบาบิโลน อียิปต์โบราณ
บาทหลวงในยุโรปก็ใช้เทียน
ที่มีความยาวเฉพาะตามที่ผลิต
เพื่อจับเวลาการสวดมนต์

ในจีน เกาหลี จะใช้ธูปทำขึ้นพิเศษ
ในการบอกเวลากิจกรรมแข่งขัน
เช่น ชั่วธูปดับ มีในหนังสือ ภาพยนตร์

ในยุคกลาง
นาฬิกาดาราศาสตร์
Pargue Orloj
ติดตั้งอยู่บนกำแพงหิน
ศาลาว่าการเมืองเก่า
ผลงานที่สลับซับซ้อนนี้
มีหน้าปัดดาราศาสตร์ขนาดใหญ่
ที่มีสัญลักษณ์จักรราศี
อยู่เหนือหน้าปัดปฏิทินสีทอง
ทั้งสองล้อมรอบด้วยงานแกะสลัก
งานแกะสลักแบบโกธิกที่ประณีต
มีรูปปั้นขนาดเล็ก
พื้นที่จัตุรัสปูด้วยหินที่มีลวดลาย
ตั้งอยู่ด้านหน้าภายใต้ท้องฟ้าที่มืดครึ้ม
,
.

.
ในปี 1410
นาฬิกาดาราศาสตร์เก่าแก่ที่สุดในโลก
ยังใช้งานได้ ติดตั้งบนศาลาว่าการเมืองเก่า
ในจัตุรัสเมืองเก่าของปราก
© Getty Images / George Pachantouri
.
.
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
.
How to Assemble the Verge Escapement
.
.
.

เทคโนโลยีชิ้นหนึ่งที่เรียกว่า
กลไกการปล่อยขอบ
(verge escapement)
เป็นพื้นฐานสำหรับนาฬิกาเชิงกล
คือ ล้อเฟืองที่ขับเคลื่อนด้วยน้ำหนัก
โดยฟันเฟืองจะถูกหยุดและปล่อยซ้ำ ๆ
ด้วยแผ่นโลหะสองแผ่นที่ติดตั้งอยู่
บนแกนกลางที่เรียกว่าโฟลิโอต์ Foliot
.
.
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
.
Reproduction Verge And Foliot Clock
.
.
.

" เสียงติ๊กของนาฬิกาเกิดจาก
การที่ฟันเฟืองกระทบกับ
กลไกเอสเคปเมนต์แล้ว
จึงหลุดออกไปเมื่อโฟลิโอต์หมุน "
David Rooney กล่าว

กลไกเวอร์จเอสเคปเมนต์
ซึ่งเป็นรุ่นที่พัฒนาต่อมา
ยังคงเป็นหัวใจสำคัญ
ของนาฬิกาเชิงกลสมัยใหม่

หากถอดหน้าปัดนาฬิกาข้อมือ
จะเห็นการทำงานของมัน
ความแตกต่างคือ
ในนาฬิกาข้อมือ ใช้แบตเตอรี่
เป็นพลังงานที่ดึงกลไกเอสเคปเมนต์
แต่ในนาฬิกายุคแรก ๆ/โบราณ นั้น
มาจากการใช้แรงโน้มถ่วง
.

.


การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของ
นาฬิกาในหอระฆัง


นาฬิกาเชิงกลถูกประดิษฐ์ขึ้น
เพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ
เพื่อทำงานร่วมกับหอระฆัง
ที่ถูกสร้างขึ้นในใจกลางเมือง
และถูกตีโดยผู้เฝ้าดูดวงอาทิตย์
เพื่อแจ้งให้ทุกคนทราบว่า
ถึงเวลาตื่นนอน กินอาหาร ทำงาน
เข้าโบสถ์ เข้าร่วมประชุมสาธารณะ

“ มีความต้องการอุปกรณ์
ที่จะทำให้การตีระฆังโดยอัตโนมัติ
ก่อนที่จะมีนาฬิกา
การตีระฆังทำด้วยมือ
การติดตั้งนาฬิกาเชิงกลในหอระฆัง
สามารถปลดปล่อย
ใครบางคนจากงานนั้นได้ ”
David Rooney กล่าว

นาฬิกาเชิงกลแพร่กระจาย
จากอิตาลีไปทั่วยุโรป
จากศูนย์กลางเมืองหนึ่งไปยังอีกเมืองหนึ่ง
ประดับประดาหอระฆังทั่วอังกฤษ เยอรมนี
ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ เบลเยียม ลักเซมเบิร์ก
.
.

.
.

ในหนังสือ
The WEIRDest People in the World: How the West Became Psychologically Peculiar and Particularly Prosperous
Dr. Joseph Henrich นักมานุษยวิทยา
Harvard University
ระบุว่า 20% ของเมือง
ที่มีประชากร 5,000 คนขึ้นไป
มีนาฬิกาสาธารณะอย่างน้อยหนึ่งเรือน

ภายในปี 1450
โบสถ์ส่วนใหญ่มีนาฬิกาอย่างน้อยหนึ่งเรือน

ภายในปี 1600
การแพร่หลายของนาฬิกาเหล่านี้
น่าจะส่งผลต่อการพัฒนาจิตวิทยาเวลา
แบบตะวันตกอย่างที่เราประสบในปัจจุบัน

“ การมาถึงของนาฬิกาในพื้นที่เมือง
ทำให้เกิดระเบียบวินัยด้านเวลา
แบบใหม่สำหรับมวลชน ”
David Rooney กล่าว
.

.

เวลามาตรฐานเปลี่ยนแปลงสมอง
ของคนเราอย่างไร


การตัดสินและการประมาณค่าส่วนตัว
ของผู้คนเกี่ยวกับการผ่านไปของเวลา
คือ สิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญเรียกว่า
เวลาทางจิตวิทยา

หากคนเรารู้ระยะเวลา (Time & Motion)
สิ่งของต่าง ๆ ที่ใช้เวลาของคนเรา เช่น
ระยะเวลาในการชงกาแฟหนึ่งถ้วย
ระยะเวลาในการเดินไปทำงาน
คนเราจะใช้ความทรงจำเหล่านี้
เป็นมาตรวัดภายในสำหรับ
เวลาตามนาฬิกาที่บังคับคนเรา

(รถไฟญี่ปุ่นที่ตรงเวลาบีบคนทำงาน
การใช้ชีวิตประจำวันต้องตรงต่อเวลา)

นี่เป็นหนึ่งในหลายเหตุผล
ที่ทำให้การกักตัวในปี 2020 (โควิท 19)
คนเรารู้สึกเหมือนว่า
มีความผิดปกติทางเวลาอย่างมาก
เมื่อคนเราถูกแยกออกจากกิจวัตรประจำวัน
เวลาเริ่มรู้สึกเหมือนหีบเพลง
ที่ขยายและหดตัวตามอารมณ์ของเรา

ในอดีตกาล
ประสบการณ์ภายในของคนเรา
เกี่ยวกับเวลาไม่เปลี่ยนแปลงมาก
ก่อนที่จะมีนาฬิกา

วันเวลาต่าง ๆ
ช่วงเวลาระหว่างตะวันขึ้นและตก
ที่เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล
ถูกแบ่งออกด้วยภารกิจเท่านั้น

แต่เมื่อมีนาฬิกา วันต่างๆ
กลายเป็นชุดของช่วงเวลาคงที่
ตามด้วยเทคโนโลยี ระบบกลไก

เจ้าของธุรกิจเริ่มจ่ายค่าจ้าง
ให้คนงานเป็นรายชั่วโมง
ในสังคมที่การจ่ายค่าจ้าง
เป็นรายชั่วโมงกลายเป็นเรื่องปกติ

แนวคิดเรื่องเวลาจึงพัฒนา
ไปสู่ความรู้สึกขาดแคลน  ราวกับว่า
เวลาที่ไม่ได้ใช้อย่างเหมาะสม
นั้นสูญเปล่าไม่ได้ประโยชน์


ความคิดนี้เรียกว่า การประหยัดเวลา
เวลาเป็นเงินเป็นทอง
กลายเป็นคำกล่าวซ้ำ ๆ
.

.

การกำหนดเวลามาตรฐาน
เปลี่ยนแปลงสมองของคนเราได้อย่างไร

นาฬิกาและเวลา
กลายเป็นระบบควบคุมและกดขี่ได้อย่างไร


เมื่อนาฬิกาเริ่มแพร่หลาย
ทางรถไฟต้องมีเวลามาตรฐานในช่วงปี 1800
นาฬิกาจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของระเบียบ

ผู้มีอำนาจใช้นาฬิกาเพื่อควบคุมผู้อื่น
David Rooney กล่าว
.
.

.
.

ในหนังสือเรื่อง About Time: A History of Civilization in Twelve Clocks
David Rooney ชี้ให้เห็นว่า
อุตสาหกรรมสิ่งทอ
คือ หนึ่งในอุตสาหกรรม
ที่กดขี่คนงานต่าง ๆ ได้มากที่สุด
ในการใช้นาฬิกา
เพื่อควบคุมชีวิตของคนงาน
ผู้จัดการโรงงานสิ่งทอ
จะห้ามคนงานสวมนาฬิกาข้อมือ
เปลี่ยนเวลาบนนาฬิกาติดผนังตลอดทั้งวัน
เพื่อให้ได้เวลาและการทำงานมากขึ้น
จากคนงานโดยได้รับค่าจ้างเท่าเดิม
.
.

.
.

ในหนังสือของเรื่อง Capital: A Critique of Political Economy
ของ คานหมาก Karl Marx
บรรยายถึงความโหดร้ายของ
สถานที่ทำงานเหล่านี้
โดยอ้างคำพูดของผู้ตรวจโรงงาน
ของรัฐบาลอังกฤษที่กล่าวว่า
ช่วงเวลา คือ องค์ประกอบของกำไร
.

.

หลังจากการประท้วงที่ตลาดครอว์ฟอร์ด
การชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่
ยังคงดำเนินต่อไปในมุมไบ
ตลอดช่วงเปลี่ยนศตวรรษ

ในปี ค.ศ. 1905
โรงงานทอผ้าที่ใหญ่ที่สุดในมุมไบ
ได้เปลี่ยนเวลาเป็นเวลามาตรฐานใหม่
ทำให้เกิดการประท้วงหยุดงานครั้งใหญ่
ประชาชนชาวอินเดียที่รู้สึกไม่พอใจนั้น
ไม่ได้มีแค่คนเพียงไม่กี่คน
หลายคนทั่วโลกต่างต่อต้านแนวคิด
เรื่องอำนาจสูงสดเพียงหนึ่งเดียว
.
.

.
Royal Observatory in Scotland
.
.

ไม่กี่ปีต่อมา
กลุ่มสตรีเรียกร้องสิทธิเลือกตั้ง
ได้วางระเบิดในหอดูดาวหลวงสกอตแลนด์
ห่างจากกล้องโทรทรรศน์โครโนกราฟ
ซึ่งเป็นอุปกรณ์กลไกที่นักวิทยาศาสตร์
ใช้ในการจับเวลาการสังเกตการณ์  
ตามที่ David Rooney เขียนไว้
" เช่นเดียวกับกลุ่มต่อต้าน
ลัทธิล่าอาณานิคมในมุมไบ
ผู้หญิงเหล่านี้มุ่งเป้าไปที่
อำนาจและการควบคุมของเวลามาตรฐาน "

เป้าหมายอื่นๆ ของ
กลุ่มสตรีเรียกร้องสิทธิเลือกตั้ง ได้แก่
สโมสรชาย สถานีรถไฟ และสายโทรศัพท์

ในคืนที่พวกเธอบุกเข้าไปในหอดูดาว
ระเบิดที่พวกเธอทำเองได้ทำลาย
หน้าต่างและประตู นาฬิกา
ที่ใช้ควบคุมให้กล้องโทรทรรศน์
ชี้ไปยังดาวดวงใดดวงหนึ่ง
ได้รับความเสียหายอย่างหนัก

การต่อต้านนาฬิกาและเวลาตามนาฬิกา
ยังคงมีอยู่จนถึงทุกวันนี้
การเคลื่อนไหวต่างๆ เช่น
การลาออกครั้งใหญ่
การลาออกอย่างเงียบๆ
การทำงานสี่วันต่อสัปดาห์
และความพยายามที่จะ
ยกเลิกการปรับเวลาตามฤดูกาล
ล้วนเป็นเสียงสะท้อนของการต่อต้าน
การควบคุมเวลาในประวัติศาสตร์

หลายศตวรรษที่นาฬิกาเข้ามา
ควบคุมชีวิตประจำวันของคนเรา
คนเราก็ยังไม่ลืมว่า เวลาตามนาฬิกา
เป็นเพียงแขกรับเชิญ
ในวิธีคิดร่วมกันของคนเรา
.

เรียบเรียง/ที่มา

Popscience
.
.
.
เรื่องเดิม
.
ที่มาของเส้นเมริเดียน(meridian) ที่ Greenwich
.

.
หอดูดาว Greenwich Observatory, London 
© Leonid Andronov/Shutterstock.com
.

.
ตารางเวลาเดินรถไฟของแต่ละรัฐใน USA
.

.

หอคอยแห่งสายลมสถานีอุตุนิยมวิทยาแห่งแรกของโลก
.

.
Tower of the Winds
©  Viacheslav Lopatin/Shutterstock
.
.

ปฏิทินจีน (มองโกล)
.

.

.
.
.

เรื่องเล่าไร้สาระ

จีนใช้เวลาเดียวกันทั้งประเทศ
ต่างกับสหรัฐอเมริกา รัสเซีย
ที่ใช้เวลาตามโซนภูมิศาสตร์
ทำให้แถวซินเกียงปลายขอบ
มีปัญหากระทบเวลานมาซ
ตะวันยังไม่ขึ้นเลย
ก็ได้เวลาทำงาน/เข้างานแล้ว

นายู(มลายู) ปรับเวลา
ให้เท่ากับ ซิงลี่(สิงคโปร์)
ซิงลี่ ปรับเวลาให้เท่ากับฮ่องกง
เพื่อความสะดวกในด้านธุรกรรม
การโอนเงิน การค้า ระหว่างประเทศ ฯลฯ

ไทย ลาว เขมร ญวน
ต่างใช้เวลามาตรฐานโซน GMT+7
โดยชาติเหล่านี้ใช้เวลาจากไทย เพราะ
กรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ
สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ
ทำมานานจนชำนาญ มีมาตรฐาน
มีความนิ่งเรื่องเวลา
ถ้าจะลงทุนเอง จะมีต้นทุนสูง
หาคนยากแทบไม่คุ้มรายจ่าย
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่