(28 พฤศจิกายน 2024)
NewJeans กล่าวในงานแถลงข่าวยกเลิกสัญญาว่า
“ตารางงานที่ได้ตกลงกันไว้จนถึงตอนนี้ เราจะดำเนินการต่อไปตามเดิม”
(29 พฤศจิกายน 2024)
แต่เพียงวันถัดมา พวกเธอกลับคำพูด โดยแจ้งกับทาง ADOR ว่าปฏิเสธการทำกิจกรรม
“การถ่ายทำคอนเทนต์สำหรับแฟนคลับญี่ปุ่นโดยเฉพาะ คงเป็นเรื่องยาก”
NewJeans บอยคอตกิจกรรมแฟนคลับประจำเดือนมกราคมที่จัดขึ้นทุกปี ไม่ว่าจะเป็นแฟนคลับคิต ข้อความอวยพรปีใหม่ และการถ่ายทำวิดีโอแนะนำตัว (ID) แทนที่จะทำงานดังกล่าว พวกเธอกลับบินไปญี่ปุ่น และได้พบกับคุณปู่คนหนึ่ง คือ คาซึมิจิ ผู้ล่วงลับ ซึ่งเป็นที่รู้จักว่าเป็นอดีตชนชั้นสูงของญี่ปุ่น อายุ 73 ปี
ใครเป็นคนเรียก (NewJeans) ไป? คำตอบคือ มินฮีจิน
Dispatch ได้สืบสวนแผนการเบื้องหลังของมินฮีจิน โดยตรวจสอบข้อเท็จจริงจากคำให้การของผู้เกี่ยวข้องที่เฝ้าดูความพยายามยึดอำนาจ พร้อมหลักฐานประกอบ โดยในการพิจารณาคดีครั้งนี้ ยังมีแนวทางเคลื่อนไหวใหม่ที่ไม่เคยถูกเปิดเผยอีกทั้งหมด 4 ประเด็น
① คุณปู่ชนชั้นสูง
โก คาซึมิจิ เกิดปี 1954 เป็นบุคคลทรงอิทธิพลในวงการแข่งรถของญี่ปุ่น ก่อตั้งทีมแข่ง “Team Goh” ในปี 1996 และในปี 2004 สามารถคว้าชัยชนะในการแข่งขัน เลอ ม็อง 24 ชั่วโมงได้
เขาเป็นที่รู้จักในฐานะมหาเศรษฐี โดยคุณตาฝ่ายแม่ของเขาคือ อิชิบาชิ โชจิโร ผู้ก่อตั้งบริษัทบริดจสโตน ส่วนคุณปู่ของเขาเคยดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการของบริษัทนิชชินเซฟุน
มีรายงานว่าในช่วงปลายปี 2024 มินฮีจินได้พบกับโก คาซึมิจิ ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงการพบปะสังสรรค์ธรรมดา แหล่งข่าวใกล้ชิดรายหนึ่งเปิดเผยว่า
“ตอนนั้นมินฮีจินต้องการเงิน และจึงได้รับการแนะนำให้รู้จักกับคุณปู่ชาวญี่ปุ่นคนนี้”
ยิ่งไปกว่านั้น มินฮีจินยังเรียกตัว NewJeans ไปที่โตเกียว เพื่อเข้าร่วมพบกับคุณปู่คนดังกล่าวในฐานะสมาชิกครบวง
โก คาซึมิจิเป็นแฟนตัวยงของ NewJeans จึงดูเหมือนว่ามีการใช้ความเป็นแฟนคลับของเขาอย่างเต็มที่
② การนัดพบที่โตเกียว
จากการสืบสวนของ Dispatch พบว่า NewJeans ได้พบกับ โก ซึมิจิ ที่ญี่ปุ่นอย่างน้อย 3 ครั้ง
เดือนมกราคม: สมาชิกเดินทางไปทั้งวง
เดือนมีนาคม และเมษายน: มีการเดินทางทั้งแบบแยกกันและไปพร้อมกัน
ยังมีรายงานว่า NewJeans ได้ร่วมฉลองวันสำคัญของ โก ซึมึจิ โดยมอบของขวัญวันเกิดและจดหมายเขียนด้วยลายมือ
คนใกล้ชิดวงรายหนึ่งกล่าวว่า
“มินฮีจินบอกว่าเขาเป็นบุคคลสำคัญ สมาชิกเองก็รู้สึกแปลกใจ แต่ก็เตรียมตัวตามนั้น”
แล้วมินฮีจินกำลัง “หารือ” อะไรกับคุณปู่คนนี้?
ผู้ที่รู้สถานการณ์ในขณะนั้นคาดการณ์ว่า
“หลังจากประกาศยกเลิกสัญญา ก็เริ่มพบกันอย่างจริงจัง และน่าจะมีการพูดคุยเรื่องการลงทุน”
ในเดือนมีนาคม 2025 นิวจีนส์ในชื่อ NJZ ได้ปล่อยเพลง “Pitstop” เพลงนี้เป็นบทเพลงอุทิศให้โก คาซึมิจิ ผู้ทรงอิทธิพลในวงการแข่งรถญี่ปุ่นหรือไม่?
ยิ่งไปกว่านั้น งาน ComplexCon เองก็เป็นโปรเจกต์ที่มินฮีจินมีส่วนเกี่ยวข้องเช่นกัน
③ “Pitstop”
วันที่ 7 มีนาคม 2025 ศาลแขวงกลางกรุงโซล (ฝ่ายคดีแพ่งที่ 50) ได้ตั้งคำถามว่า
“การแสดงที่ฮ่องกง เตรียมการกันอย่างไร?”
ฝ่ายของ NewJeans ในวันนั้นยังคงไม่เปิดเผยมินฮีจิน โดยชี้แจงต่อศาลว่า
“ทางผู้จัดงานเป็นผู้ให้การสนับสนุน”
พร้อมกล่าวว่า
“ขณะนี้ยังไม่ได้ว่าจ้างบริษัทโปรดักชันหรือเอเจนซีเกี่ยวกับการแสดง หากคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวออกมาและปัญหาได้รับการแก้ไขแล้วจึงจะดำเนินการ ขณะนี้ผู้จัดเป็นผู้สนับสนุนบุคลากรที่จำเป็น” (เซจง)
“คำโกหกของ NewJeans” ⁉️
อย่างไรก็ตาม Dispatch ระบุว่าได้เอกสารสัญญาระหว่างฝ่ายนิวจีนส์กับงาน ComplexCon Hong Kong มาไว้ในครอบครอง
ค่าตัวการแสดงของ NewJeans: 350,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 500 ล้านวอน)
ค่าที่ปรึกษา (คอนซัลติ้ง): 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ
(รวมค่าใช้จ่ายทีมงานและอื่น ๆ)
มีรายงานว่ามินฮีจิน, ผู้ปกครองของสมาชิก และทนายความ ได้หารือรายละเอียดสัญญาผ่านแชตกลุ่ม และลงนามสัญญาเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2024
อย่างไรก็ตาม เพื่อหลีกเลี่ยงประเด็นเรื่อง “การชักจูงผิดสัญญา (tampering)” มินฮีจินไม่ได้ใช้ชื่อตนเองเป็นผู้ดำเนินการโดยตรงในสัญญาดังกล่าว
④ การเคลื่อนไหวที่ฮ่องกง
NewJeans ใช้เวทีนี้เป็นฐานประกาศการทำกิจกรรมอย่างอิสระ ฝ่าท่าทีของศาลและเดินหน้าขึ้นแสดง พร้อมเปิดตัวเพลงใหม่ “Pitstop”
คำถามคือ มินฮีจินต้องการแสดงอะไรผ่านเวทีฮ่องกงครั้งนี้?
บุคคลสำคัญที่ถูกกล่าวถึงคือ Bonnie Chan Woo หนึ่งในผู้ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมป๊อปคัลเจอร์จีน และ CEO ของ Complex China ซึ่งเป็นผู้จัดงาน ComplexCon Hong Kong
มีรายงานว่า เมื่อเดือนตุลาคมปีก่อน Bonnie ได้ยื่นข้อเสนอซื้อกิจการต่อ HYBE โดยเสนอซื้อหุ้น 80% ของ ADOR มูลค่า 400,000 ล้านวอน พร้อมเงื่อนไขว่า
“ต้องโอนสิทธิ์ในสัญญาศิลปินและสิทธิ์การบริหารจัดการทั้งหมด 100%”
Bonnie กล่าวว่า
“ได้มีการหารือกับตัวแทนของ NewJeans แม้จะแพ้คดีละเมิดสัญญา ก็ไม่มีความคิดจะกลับไป หากเราซื้อหุ้นสำเร็จ จะเริ่มผลิตเพลงและกิจกรรมสร้างสรรค์ รวมถึงการแสดงทันที”
แล้ว “ตัวแทน NewJeans” ที่ Bonnie กล่าวถึงคือใคร?
รายงานระบุชัดว่า มินฮีจินมีบทบาทแทรกแซงในกระบวนการตัดสินใจมาโดยตลอด และถูกมองว่าเป็น “มือที่มองไม่เห็น” ซึ่งทำให้สถานการณ์ของ NewJeans ยืดเยื้อยาวนานขึ้น
⑤ การอ้างความเสียหาย
วันที่ 21 มีนาคม 2025 กิจกรรมอิสระของ NewJeans ถูกสกัดกั้น เมื่อศาลมีคำสั่งรับคำร้องคุ้มครองชั่วคราวของ ADOR เรื่อง “การคงสถานะความเป็นต้นสังกัด” ทำให้ NewJeans ไม่สามารถแยกตัวทำกิจกรรมอิสระได้
อย่างไรก็ตาม วันที่ 23 มีนาคม NewJeans ประกาศว่าจะเข้าร่วมงาน ComplexCon Hong Kong ในนาม “NJZ” พร้อมกันนั้น
มินฮีจินและแม่ของดาเนียลได้เริ่มสร้างกระแสว่า “NewJeans ไม่สามารถทำงานร่วมกับ ADOR ได้”
ด้านล่างคือบทสนทนาที่ Dispatch ระบุว่าได้มา:
แม่ดานียล:
“ถ้าสมาชิกบอกว่ารู้สึกถูกกดดันทางจิตใจ จะปฏิเสธการเข้าร่วมกับ ADOR ไม่ได้เหรอ?”
แม่ดาเนียล:
“น่าจะเป็นผลดีต่อคดีหลักนะคะ”
มินฮีจิน:
“ค่ะ โพสต์ลงในบัญชี PR (NJZ) เลย”
แม่ดาเนียล:
“ตอบโต้ว่า สมาชิกกังวลว่า ADOR อาจขัดขวางหรือใส่ร้ายในรูปแบบใดก็ได้”
มินฮีจิน:
“ช่วยเขียนสั้น ๆ แบบนี้ก่อน เดี๋ยวฉันแก้ไขเอง”
รายงานระบุว่า มินฮีจินพยายามพลิกผลคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลในคดีหลัก โดยสร้างเหตุผลเรื่อง “ความไม่มั่นคงทางจิตใจหากมี ADOR อยู่” เพื่อใช้เป็นฐานโต้แย้งความชอบธรรมของสัญญาพิเศษ และผู้ที่ทำหน้าที่ตรวจแก้แถลงการณ์ดังกล่าว คือมินฮีจินเอง
⑥ การยกเลิกสัญญา
มินฮีจินชนะคดี Put Option โดยศาลวินิจฉัยว่า
“มีการแสวงหาแนวทางการแยกตัวจริง แต่ไม่ได้ลงมือปฏิบัติ”
ประเด็นนี้เองถูกมองว่าเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เธอชนะคดี และเกี่ยวข้องกับมูลค่าประมาณ 25,500 ล้านวอน
อย่างไรก็ตาม รายงานของ Dispatch ระบุว่า มินฮีจินไม่ได้เพียง “แสวงหาแนวทาง” เท่านั้น แต่ได้ลงมือปฏิบัติจริง
วันที่ 28 พฤศจิกายน 2024 เวลา 19:30 น. งานแถลงข่าว “ประกาศยกเลิกสัญญา” ของ NewJeans ถูกระบุว่าเป็นผลงานการวางแผนของเธอ
Dispatch อ้างว่าได้หลักฐานที่ชี้ว่า มินฮีจินเป็นผู้สั่งการอยู่เบื้องหลัง รวมถึงเป็นผู้เขียนสคริปต์แถลงข่าวด้วยตนเอง และให้สมาชิกท่องจำเนื้อหา
นอกจากนี้ มินฮีจินยังมีส่วนร่วมในการเตรียมข่าวประชาสัมพันธ์ตอบโต้ด้วย เธอเป็นผู้กำหนดเวลาและวิธีการเผยแพร่ด้วยตนเอง แม้ว่าแถลงการณ์จะเผยแพร่ภายใต้ชื่อของ NewJeans แต่ผู้เขียนเบื้องหลังคือมินฮีจิน
⑦ อาชีพและ “แก่นแท้ของงาน”
วันที่ 14 พฤศจิกายน 2024 NewJeans ส่งหนังสือบอกกล่าวอย่างเป็นทางการเรียกร้องให้แต่งตั้งมินฮีจินกลับมาดำรงตำแหน่ง CEO พร้อมทั้งขอคำขอโทษจาก HYBE โดยกำหนดเส้นตายคำตอบไว้ 2 สัปดาห์
6 วันหลังส่งหนังสือ (วันที่ 20 พฤศจิกายน) มินฮีจินยื่นใบลาออก พร้อมโพสต์ข้อความว่า
“ไม่ควรปล่อยให้การกระทำที่เกิดจากความมุ่งร้ายของคนเพียงคนเดียว ทำลายแก่นแท้ของอาชีพนี้ได้ มันเลวร้ายจริง ๆ”
หลังจากมินฮีจินลาออก NewJeans จึงประกาศยกเลิกสัญญา โดยกล่าวว่า
“ไม่ได้พูดคุยแยกต่างหากกับคุณมินฮีจิน แต่คิดว่าท่านคงมีความคิดเช่นเดียวกับพวกเรา”
ถ้อยแถลงดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการปกป้องเธอ
รายงานระบุว่า แม้มินฮีจินจะยังมีสถานะเป็นกรรมการภายในของ ADOR แต่ถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังการวางแผนยกเลิกสัญญาของ NewJeans และเลือกลาออกก่อนงานแถลงข่าวหนึ่งสัปดาห์
มีการตั้งข้อสังเกตว่า การลาออกก่อนเหตุการณ์สำคัญอาจเป็นความพยายามหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบทางกฎหมาย เช่น การละเมิดความไว้วางใจ
⑧ “การแสวงหา” กับตัวตนที่แท้จริง
ศาลระบุว่า
“ยอมรับว่ามีการแสวงหาแนวทางเพื่อความเป็นอิสระ… อย่างไรก็ตาม เมื่อ HYBE เริ่มการตรวจสอบเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2024 แผนความเป็นอิสระที่พูดถึงในแชต kakao talk จึงดูเหมือนจะหยุดลง ณ จุดนั้น”
มินฮีจิน ถูกมองว่าใช้ “เทคนิคของการแสวงหา” จนสามารถรักษาผลประโยชน์มูลค่า 25,500 ล้านวอนได้ แต่คำถามคือ “ความทรงจำของการแสวงหา” จะถูกจดจำอย่างไร
รายงานตั้งข้อสังเกตถึงหลายประเด็น เช่น
• การพยายามสร้างความสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสมกับผู้บริหารระดับสูง
• การมองหานักลงทุนเพื่อเตรียมทางออก
• การดำรงตำแหน่งกรรมการภายในของ ADOR พร้อมกับวางแผนยกเลิกสัญญา
• การพบ “คุณปู่” ชาวญี่ปุ่นและระดมสมาชิกวงเข้าร่วม
• การผลักดันเวทีฮ่องกงเพื่อทดลองกิจกรรมอิสระ
การใช้ชื่อ NJZ และถูกตั้งข้อสังเกตเรื่องการชักจูงผิดสัญญา (tampering)
บทความชี้ว่า เธอ “แสวงหาแนวทาง” อย่างต่อเนื่อง เพียงแต่ไม่สามารถลงมือได้เต็มรูปแบบเพราะถูกจับได้ ไม่ใช่แค่การคำนวณบนกระดาษ แต่เป็นการขยับเขย่าบริษัทจากเบื้องหลัง
และผลลัพธ์ที่รายงานสรุปคือ มินฮีจิน “โอเค” แต่ NewJeans กลับตกอยู่ในสถานะ “ไม่โอเค”
https://www.dispatch.co.kr/2339106
Dispatch แฉ‼️มินฮีจินพา NewJeans ไปพบคุณปู่ชนชั้นสูงที่ญี่ปุ่น • หลังฐานสำคัญการแสดงที่ฮ่องกง • แผนของแม่ของดาเนียล
“ตารางงานที่ได้ตกลงกันไว้จนถึงตอนนี้ เราจะดำเนินการต่อไปตามเดิม”
แต่เพียงวันถัดมา พวกเธอกลับคำพูด โดยแจ้งกับทาง ADOR ว่าปฏิเสธการทำกิจกรรม
“การถ่ายทำคอนเทนต์สำหรับแฟนคลับญี่ปุ่นโดยเฉพาะ คงเป็นเรื่องยาก”
“ตอนนั้นมินฮีจินต้องการเงิน และจึงได้รับการแนะนำให้รู้จักกับคุณปู่ชาวญี่ปุ่นคนนี้”
เดือนมีนาคม และเมษายน: มีการเดินทางทั้งแบบแยกกันและไปพร้อมกัน
“มินฮีจินบอกว่าเขาเป็นบุคคลสำคัญ สมาชิกเองก็รู้สึกแปลกใจ แต่ก็เตรียมตัวตามนั้น”
“หลังจากประกาศยกเลิกสัญญา ก็เริ่มพบกันอย่างจริงจัง และน่าจะมีการพูดคุยเรื่องการลงทุน”
“การแสดงที่ฮ่องกง เตรียมการกันอย่างไร?”
“ทางผู้จัดงานเป็นผู้ให้การสนับสนุน”
“ขณะนี้ยังไม่ได้ว่าจ้างบริษัทโปรดักชันหรือเอเจนซีเกี่ยวกับการแสดง หากคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวออกมาและปัญหาได้รับการแก้ไขแล้วจึงจะดำเนินการ ขณะนี้ผู้จัดเป็นผู้สนับสนุนบุคลากรที่จำเป็น” (เซจง)
ค่าที่ปรึกษา (คอนซัลติ้ง): 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ
(รวมค่าใช้จ่ายทีมงานและอื่น ๆ)
④ การเคลื่อนไหวที่ฮ่องกง
NewJeans ใช้เวทีนี้เป็นฐานประกาศการทำกิจกรรมอย่างอิสระ ฝ่าท่าทีของศาลและเดินหน้าขึ้นแสดง พร้อมเปิดตัวเพลงใหม่ “Pitstop”
คำถามคือ มินฮีจินต้องการแสดงอะไรผ่านเวทีฮ่องกงครั้งนี้?
บุคคลสำคัญที่ถูกกล่าวถึงคือ Bonnie Chan Woo หนึ่งในผู้ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมป๊อปคัลเจอร์จีน และ CEO ของ Complex China ซึ่งเป็นผู้จัดงาน ComplexCon Hong Kong
มีรายงานว่า เมื่อเดือนตุลาคมปีก่อน Bonnie ได้ยื่นข้อเสนอซื้อกิจการต่อ HYBE โดยเสนอซื้อหุ้น 80% ของ ADOR มูลค่า 400,000 ล้านวอน พร้อมเงื่อนไขว่า
“ต้องโอนสิทธิ์ในสัญญาศิลปินและสิทธิ์การบริหารจัดการทั้งหมด 100%”
Bonnie กล่าวว่า
“ได้มีการหารือกับตัวแทนของ NewJeans แม้จะแพ้คดีละเมิดสัญญา ก็ไม่มีความคิดจะกลับไป หากเราซื้อหุ้นสำเร็จ จะเริ่มผลิตเพลงและกิจกรรมสร้างสรรค์ รวมถึงการแสดงทันที”
แล้ว “ตัวแทน NewJeans” ที่ Bonnie กล่าวถึงคือใคร?
รายงานระบุชัดว่า มินฮีจินมีบทบาทแทรกแซงในกระบวนการตัดสินใจมาโดยตลอด และถูกมองว่าเป็น “มือที่มองไม่เห็น” ซึ่งทำให้สถานการณ์ของ NewJeans ยืดเยื้อยาวนานขึ้น
⑤ การอ้างความเสียหาย
วันที่ 21 มีนาคม 2025 กิจกรรมอิสระของ NewJeans ถูกสกัดกั้น เมื่อศาลมีคำสั่งรับคำร้องคุ้มครองชั่วคราวของ ADOR เรื่อง “การคงสถานะความเป็นต้นสังกัด” ทำให้ NewJeans ไม่สามารถแยกตัวทำกิจกรรมอิสระได้
อย่างไรก็ตาม วันที่ 23 มีนาคม NewJeans ประกาศว่าจะเข้าร่วมงาน ComplexCon Hong Kong ในนาม “NJZ” พร้อมกันนั้น มินฮีจินและแม่ของดาเนียลได้เริ่มสร้างกระแสว่า “NewJeans ไม่สามารถทำงานร่วมกับ ADOR ได้”
ด้านล่างคือบทสนทนาที่ Dispatch ระบุว่าได้มา:
แม่ดานียล:
“ถ้าสมาชิกบอกว่ารู้สึกถูกกดดันทางจิตใจ จะปฏิเสธการเข้าร่วมกับ ADOR ไม่ได้เหรอ?”
แม่ดาเนียล:
“น่าจะเป็นผลดีต่อคดีหลักนะคะ”
มินฮีจิน:
“ค่ะ โพสต์ลงในบัญชี PR (NJZ) เลย”
แม่ดาเนียล:
“ตอบโต้ว่า สมาชิกกังวลว่า ADOR อาจขัดขวางหรือใส่ร้ายในรูปแบบใดก็ได้”
มินฮีจิน:
“ช่วยเขียนสั้น ๆ แบบนี้ก่อน เดี๋ยวฉันแก้ไขเอง”
รายงานระบุว่า มินฮีจินพยายามพลิกผลคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลในคดีหลัก โดยสร้างเหตุผลเรื่อง “ความไม่มั่นคงทางจิตใจหากมี ADOR อยู่” เพื่อใช้เป็นฐานโต้แย้งความชอบธรรมของสัญญาพิเศษ และผู้ที่ทำหน้าที่ตรวจแก้แถลงการณ์ดังกล่าว คือมินฮีจินเอง
⑥ การยกเลิกสัญญา
มินฮีจินชนะคดี Put Option โดยศาลวินิจฉัยว่า
“มีการแสวงหาแนวทางการแยกตัวจริง แต่ไม่ได้ลงมือปฏิบัติ”
ประเด็นนี้เองถูกมองว่าเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เธอชนะคดี และเกี่ยวข้องกับมูลค่าประมาณ 25,500 ล้านวอน
อย่างไรก็ตาม รายงานของ Dispatch ระบุว่า มินฮีจินไม่ได้เพียง “แสวงหาแนวทาง” เท่านั้น แต่ได้ลงมือปฏิบัติจริง
วันที่ 28 พฤศจิกายน 2024 เวลา 19:30 น. งานแถลงข่าว “ประกาศยกเลิกสัญญา” ของ NewJeans ถูกระบุว่าเป็นผลงานการวางแผนของเธอ
Dispatch อ้างว่าได้หลักฐานที่ชี้ว่า มินฮีจินเป็นผู้สั่งการอยู่เบื้องหลัง รวมถึงเป็นผู้เขียนสคริปต์แถลงข่าวด้วยตนเอง และให้สมาชิกท่องจำเนื้อหา
นอกจากนี้ มินฮีจินยังมีส่วนร่วมในการเตรียมข่าวประชาสัมพันธ์ตอบโต้ด้วย เธอเป็นผู้กำหนดเวลาและวิธีการเผยแพร่ด้วยตนเอง แม้ว่าแถลงการณ์จะเผยแพร่ภายใต้ชื่อของ NewJeans แต่ผู้เขียนเบื้องหลังคือมินฮีจิน
⑦ อาชีพและ “แก่นแท้ของงาน”
วันที่ 14 พฤศจิกายน 2024 NewJeans ส่งหนังสือบอกกล่าวอย่างเป็นทางการเรียกร้องให้แต่งตั้งมินฮีจินกลับมาดำรงตำแหน่ง CEO พร้อมทั้งขอคำขอโทษจาก HYBE โดยกำหนดเส้นตายคำตอบไว้ 2 สัปดาห์
6 วันหลังส่งหนังสือ (วันที่ 20 พฤศจิกายน) มินฮีจินยื่นใบลาออก พร้อมโพสต์ข้อความว่า
“ไม่ควรปล่อยให้การกระทำที่เกิดจากความมุ่งร้ายของคนเพียงคนเดียว ทำลายแก่นแท้ของอาชีพนี้ได้ มันเลวร้ายจริง ๆ”
หลังจากมินฮีจินลาออก NewJeans จึงประกาศยกเลิกสัญญา โดยกล่าวว่า
“ไม่ได้พูดคุยแยกต่างหากกับคุณมินฮีจิน แต่คิดว่าท่านคงมีความคิดเช่นเดียวกับพวกเรา”
ถ้อยแถลงดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการปกป้องเธอ
รายงานระบุว่า แม้มินฮีจินจะยังมีสถานะเป็นกรรมการภายในของ ADOR แต่ถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังการวางแผนยกเลิกสัญญาของ NewJeans และเลือกลาออกก่อนงานแถลงข่าวหนึ่งสัปดาห์
มีการตั้งข้อสังเกตว่า การลาออกก่อนเหตุการณ์สำคัญอาจเป็นความพยายามหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบทางกฎหมาย เช่น การละเมิดความไว้วางใจ
⑧ “การแสวงหา” กับตัวตนที่แท้จริง
ศาลระบุว่า
“ยอมรับว่ามีการแสวงหาแนวทางเพื่อความเป็นอิสระ… อย่างไรก็ตาม เมื่อ HYBE เริ่มการตรวจสอบเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2024 แผนความเป็นอิสระที่พูดถึงในแชต kakao talk จึงดูเหมือนจะหยุดลง ณ จุดนั้น”
มินฮีจิน ถูกมองว่าใช้ “เทคนิคของการแสวงหา” จนสามารถรักษาผลประโยชน์มูลค่า 25,500 ล้านวอนได้ แต่คำถามคือ “ความทรงจำของการแสวงหา” จะถูกจดจำอย่างไร
รายงานตั้งข้อสังเกตถึงหลายประเด็น เช่น
• การพยายามสร้างความสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสมกับผู้บริหารระดับสูง
• การมองหานักลงทุนเพื่อเตรียมทางออก
• การดำรงตำแหน่งกรรมการภายในของ ADOR พร้อมกับวางแผนยกเลิกสัญญา
• การพบ “คุณปู่” ชาวญี่ปุ่นและระดมสมาชิกวงเข้าร่วม
• การผลักดันเวทีฮ่องกงเพื่อทดลองกิจกรรมอิสระ
การใช้ชื่อ NJZ และถูกตั้งข้อสังเกตเรื่องการชักจูงผิดสัญญา (tampering)
บทความชี้ว่า เธอ “แสวงหาแนวทาง” อย่างต่อเนื่อง เพียงแต่ไม่สามารถลงมือได้เต็มรูปแบบเพราะถูกจับได้ ไม่ใช่แค่การคำนวณบนกระดาษ แต่เป็นการขยับเขย่าบริษัทจากเบื้องหลัง
และผลลัพธ์ที่รายงานสรุปคือ มินฮีจิน “โอเค” แต่ NewJeans กลับตกอยู่ในสถานะ “ไม่โอเค”
https://www.dispatch.co.kr/2339106