การสั่งของออนไลน์แล้วได้ของไม่ตรงปกถือเป็นฝันร้ายของคนช้อปปิ้งยุคนี้เลยทีเดียว เพราะนอกจากจะเสียความรู้สึกแล้วยังต้องมานั่งเสียเวลาจัดการเรื่องคืนของอีก
ซึ่งขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดตั้งแต่วินาทีที่พัสดุมาถึงหน้าบ้าน คือ การถ่ายวิดีโอตอนแกะกล่องเอาไว้แบบต่อเนื่องห้ามตัดต่อเด็ดขาด
เพราะคลิปนี้จะเป็นหลักฐานที่ทรงพลังที่สุดในการยืนยันว่าของที่ได้รับมันมีปัญหาจริงๆ ไม่ได้เกิดจากการไปสลับของเองทีหลัง
เมื่อแกะออกมาแล้วพบว่าของไม่ตรงตามที่โฆษณาไว้ สิ่งที่ต้องทำทันทีคือห้ามกดรับสินค้าในแอปพลิเคชันเด็ดขาด
เพราะถ้าเผลอกดรับไปแล้ว เงินจะถูกโอนเข้าบัญชีผู้ขายทันทีและกระบวนการขอคืนเงินจะทำได้ยากขึ้นหลายเท่าตัว
ให้รีบกดปุ่มคืนเงินหรือคืนสินค้าในระบบแทน ซึ่งทางแพลตฟอร์มจะทำหน้าที่เป็นคนกลางในการกักเงินไว้ไม่ให้โอนไปหาคนขาย
ระหว่างนี้ให้ทำการแคปหน้าจอหน้าร้านค้า รายละเอียดสินค้าที่ลงไว้ ราคา
รวมถึงบทสนทนาที่เคยคุยกับคนขายเอาไว้ทั้งหมดเพื่อประกอบการพิจารณาของเจ้าหน้าที่
ในกรณีที่พยายามคุยกับร้านค้าแล้วแต่โดนบล็อกหรือร้านไม่รับผิดชอบ การไปแจ้งความคือทางออกต่อมา
ซึ่งปัจจุบันสามารถแจ้งความออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ thaipoliceonline.go.th ซึ่งสะดวกมากไม่ต้องเดินทางไปโรงพักให้เสียเวลา
โดยเอกสารที่ต้องเตรียมอัปโหลดลงระบบประกอบด้วย
ภาพหน้าจอโปรไฟล์ของร้านค้า
รายละเอียดสินค้าที่สั่งซื้อ
หลักฐานการโอนเงินหรือสลิปธนาคารที่มีเลขบัญชีปลายทางชัดเจน
และภาพถ่ายหรือวิดีโอของที่ได้รับจริง
เมื่อแจ้งความเสร็จแล้วเจ้าหน้าที่จะนัดหมายเพื่อไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่สถานีตำรวจใกล้บ้านอีกครั้งเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
นอกจากตำรวจแล้ว อีกหน่วยงานที่พึ่งพาได้มากคือสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคหรือ สคบ.
ซึ่งสามารถร้องเรียนผ่านระบบออนไลน์ได้เช่นกัน โดย สคบ. จะเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ยและบีบให้ร้านค้าต้องออกมารับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น
สิ่งที่คนชอบสั่งของออนไลน์ควรรู้ไว้ คือ ปัจจุบันกฎหมายมีการคุ้มครองผู้บริโภคที่สั่งของแบบเก็บเงินปลายทางหรือ COD มากขึ้น
โดยมีกฎหมายที่อนุญาตให้ผู้ซื้อสามารถเปิดดูสินค้าก่อนจ่ายเงินได้ในบางกรณี
หรือหากจ่ายเงินไปแล้วแต่พบว่าของไม่ตรงปก สามารถแจ้งระงับการโอนเงินกับทางบริษัทขนส่งได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด
เพื่อให้ขนส่งอายัดเงินไว้ก่อนที่จะโอนให้ผู้ขาย ซึ่งถือเป็นเกราะป้องกันชั้นดีสำหรับคนที่กลัวโดนโกง
ส่วนในทางกฎหมาย การลงรูปสินค้าที่ดูดีเกินจริงหรือตั้งใจหลอกลวงให้เข้าใจผิดถือว่าเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน
และมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ด้วย
เพราะเป็นการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีโทษทั้งจำทั้งปรับ
ดังนั้นการรักษาสิทธิ์ของตัวเองจึงเป็นเรื่องที่ต้องทำอย่างจริงจังเพื่อให้ร้านค้าที่ไม่มีจรรยาบรรณหมดไปจากโลกออนไลน์
ซื้อของออนไลน์แล้วได้ของไม่ตรงปก ทำยังไงได้บ้าง
เพราะคลิปนี้จะเป็นหลักฐานที่ทรงพลังที่สุดในการยืนยันว่าของที่ได้รับมันมีปัญหาจริงๆ ไม่ได้เกิดจากการไปสลับของเองทีหลัง
เมื่อแกะออกมาแล้วพบว่าของไม่ตรงตามที่โฆษณาไว้ สิ่งที่ต้องทำทันทีคือห้ามกดรับสินค้าในแอปพลิเคชันเด็ดขาด
เพราะถ้าเผลอกดรับไปแล้ว เงินจะถูกโอนเข้าบัญชีผู้ขายทันทีและกระบวนการขอคืนเงินจะทำได้ยากขึ้นหลายเท่าตัว
ให้รีบกดปุ่มคืนเงินหรือคืนสินค้าในระบบแทน ซึ่งทางแพลตฟอร์มจะทำหน้าที่เป็นคนกลางในการกักเงินไว้ไม่ให้โอนไปหาคนขาย
ระหว่างนี้ให้ทำการแคปหน้าจอหน้าร้านค้า รายละเอียดสินค้าที่ลงไว้ ราคา
รวมถึงบทสนทนาที่เคยคุยกับคนขายเอาไว้ทั้งหมดเพื่อประกอบการพิจารณาของเจ้าหน้าที่
ซึ่งปัจจุบันสามารถแจ้งความออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ thaipoliceonline.go.th ซึ่งสะดวกมากไม่ต้องเดินทางไปโรงพักให้เสียเวลา
โดยเอกสารที่ต้องเตรียมอัปโหลดลงระบบประกอบด้วย
ภาพหน้าจอโปรไฟล์ของร้านค้า
รายละเอียดสินค้าที่สั่งซื้อ
หลักฐานการโอนเงินหรือสลิปธนาคารที่มีเลขบัญชีปลายทางชัดเจน
และภาพถ่ายหรือวิดีโอของที่ได้รับจริง
เมื่อแจ้งความเสร็จแล้วเจ้าหน้าที่จะนัดหมายเพื่อไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่สถานีตำรวจใกล้บ้านอีกครั้งเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
นอกจากตำรวจแล้ว อีกหน่วยงานที่พึ่งพาได้มากคือสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคหรือ สคบ.
ซึ่งสามารถร้องเรียนผ่านระบบออนไลน์ได้เช่นกัน โดย สคบ. จะเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ยและบีบให้ร้านค้าต้องออกมารับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น
โดยมีกฎหมายที่อนุญาตให้ผู้ซื้อสามารถเปิดดูสินค้าก่อนจ่ายเงินได้ในบางกรณี
หรือหากจ่ายเงินไปแล้วแต่พบว่าของไม่ตรงปก สามารถแจ้งระงับการโอนเงินกับทางบริษัทขนส่งได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด
เพื่อให้ขนส่งอายัดเงินไว้ก่อนที่จะโอนให้ผู้ขาย ซึ่งถือเป็นเกราะป้องกันชั้นดีสำหรับคนที่กลัวโดนโกง
ส่วนในทางกฎหมาย การลงรูปสินค้าที่ดูดีเกินจริงหรือตั้งใจหลอกลวงให้เข้าใจผิดถือว่าเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน
และมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ด้วย
เพราะเป็นการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีโทษทั้งจำทั้งปรับ
ดังนั้นการรักษาสิทธิ์ของตัวเองจึงเป็นเรื่องที่ต้องทำอย่างจริงจังเพื่อให้ร้านค้าที่ไม่มีจรรยาบรรณหมดไปจากโลกออนไลน์