แรงดึงดูดทางพฤติกรรมที่ทำให้เราเจอแต่คนไม่ดีและวิธีแก้

กระทู้สนทนา
(บทความนี้แปลมาจากคลิปวิดีโอของ Chase Hughes นักวิทยาศาสตร์พฤติกรรมมนุษย์)

เรามาพูดถึงสิ่งที่ทำลายความสัมพันธ์ของคุณในอดีต
และอาจทำลายสิ่งที่ดีอื่นๆในชีวิตของคุณ
อาจเป็นสิ่งเดียวกันกับที่ทำให้คุณอารมณ์เสียหรือห่อเหี่ยว
และอาจเป็นสิ่งที่ทำให้คุณมีสัมพันธ์กับคนไม่ดี
เลือกงานที่ไม่ดี หรือทำลายความสงบสุขในชีวิตของคุณไปหมดสิ้น
มันไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ
และผมมั่นใจอย่างยิ่งว่าคุณมักคิดว่าสิ่งนั้นคือ สัญชาตญาณ (แต่จริงๆไม่ใช่)

ผมเรียกสั่งนี้ว่า แรงดึงดูดทางพฤติกรรม (Behavioral Magnetics)

เราไม่ได้กำลังพูดถึงเรื่อง "นิสัย" หรือ "ชุดความคิด(Mindset) ใดๆ
เรากำลังพูดถึงสิ่งที่ผมเรียกมันว่า แรงดึงดูดทางอารมณ์
มันเป็นสิ่งที่บอกใจของคุณว่า "ฉันต้องการสิ่งนี้ แม้ว่ามันจะแย่สำหรับฉัน"
"ฉันต้องการสิ่งนี้ แม้ว่ามันจะทำให้ฉันเจ็บปวด"
และแกนหลักที่ผมต้องการให้คุณเข้าใจนี้ เป็นสิ่งที่หนักหน่วงรุนแรง
ดังนั้น ผมจะค่อยๆเริ่มอธิบาย

ระบบประสาทของคุณ ไม่ได้ต้องการสิ่งที่ดีต่อสุขภาพ
มันต้องการสิ่งที่คุ้นเคย
ดังนั้นเรามาจำแนกว่าแรงดึงดูดทางอารมณ์หมายถึงอะไร
มนุษย์เราเป็นอะไรที่สามารถคาดเดาได้ง่าย
แต่ไม่ได้หมายความว่ามนุษย์โง่
มันเป็นเพราะว่าระบบประสาทของเรานั้นฉลาดมาก
สมองของคุณไม่ได้ต้องการสิ่งใหม่ๆ

มันต้องการสิ่งเก่าๆ ที่เคยรู้มาก่อนว่าทำให้เราอยู่รอดได้
นี้เป็นเหตุผลว่าทำไมคนที่เกิดและโตมาในความวุ่นวายเดือนร้อน
จะรู้สึกเบื่อ เมื่อชีวิตอยู่ในความสงบสุข
และนี่คือเหตุผลเดียวกัน ที่ทำให้คนที่ขาดความอบอุ่นในวัยเด็ก
ชอบไปมีสัมพันธ์กับคนที่ไม่เอาใจใส่เป็นประจำ
และเป็นเหตุเดียวกันกับคนที่ถูกควบคุมในวัยเด็ก
พอโตขึ้น จะเริ่มควบคุมทุกๆคนรอบตัว
และพวกเราก็เรียกสิ่งนี้ว่า "ความเป็นผู้นำ"
พวกเขาไม่ได้แสวงหาสิ่งที่ทำให้รู้สึกดี
พวกเขาแสวงหาสิ่งที่รู้สึกว่าเป็น "บ้าน"
แม้ว่าบ้านนั้นจะเป็น "นรก" พวกเขายังคงแสวงหาบ้าน

นี่คือสิ่งที่ระบบทำงาน
1. ถ้ามันเป็นสิ่งที่คุ้นเคย สิ่งนั้นปลอดภัย
2. ถ้ารู้สึกปลอดภัย มันจะกลายเป็นสิ่งจูงใจ
3. ถ้าถูกจูงใจ จะทำให้เป็นแรงผลักให้เราทำสิ่งนั้นซ้ำๆ

ความคุ้นเคย ความปลอดภัย ความจูงใจ ทำซ้ำๆ
ทั้งหมดมีแค่นี้

ดังนั้นคุณไม่ได้กำลังเลือก คุณกำลังนำกลับมาใช้ใหม่(Recycling)
ผู้คนไม่ได้กำลังเลือก ผู้คนกำลังทำสิ่งเดิมซ้ำๆ

กับดักแรงดึงดูดทางอารมณ์ทั้งหมด ไม่เหมือนกันทุกตัว
บางตัวเสียงดังสุดๆและกรีดร้อง
บางตัวเงียบ ซุบซิบ
ผมจะอธิบายกับดักแรงดึงดูดทางอารมณ์ทั้ง 4 ชนิด
ที่คุณจะเห็นได้ทั่วไป แม้แต่ในตัวคุณเอง

1. แรงดึงดูดกระจก (Mirror Magnet)
นี่เป็นสิ่งดึงดูดคุณไปสู่ผู้คนและสิ่งแวดล้อม
ที่ปฏิบัติต่อคุณ เช่นเดียวกันกับที่คุณเคยถูกปฏิบัติในตอนที่คุณเป็นเด็ก
เช่น ถ้าพ่อของคุณเป็นคนชอบจับผิด
พอโตขึ้นมา คุณจะเจอกับผู้คนที่ชอบจับผิด
ถ้าแม่ของคุณเป็นคนห่างเหินไม่ใส่ใจ
พอโตขึ้น คุณจะเดทกับคนที่ไม่ใส่ใจคุณ

2. แรงดึงดูดสะท้อน (Echo Magnet)
สิ่งนี้ทำให้คุณสร้างความเจ็บปวดซ้ำขึ้นมาใหม่
เพื่อที่จะหลอกว่าคุณควบคุมสิ่งต่างๆได้
นี่เป็นสิ่งที่ทำให้คุณเลือกที่จะทำงานหนักเกินไปจนหมดไฟ(burnout)
ทำให้คุณเลือกความดราม่ายุ่งเหยิงวุ่นวาย
เพราะว่าอย่างน้อยคุณก็เป็นคนถือไม้ขีดจุดไฟขึ้นมา

3. แรงดึงดูดย้อนกลับ (Reversal Magnet)
สิ่งนี้จะกลับหัวกลับหาง
ดังนั้นคุณจะกลายเป็นสิ่งที่ทำร้ายตัวคุณเอง
ถ้าคุณรู้สึกหมดพลัง คุณกลายเป็นคนที่ชอบควบคุมผู้อื่น
ถ้าคุณรู้สึกว่าไม่มีใครสนใจ คุณกลายเป็นคนที่เสียงดังที่สุดในห้อง
นี่ไม่ใช่การเยียวยา แต่มันรู้สึกเหมือนถูกเยียวยา
มันเป็นความรู้สึกหลอกๆว่าตัวเองรู้สึกดีขึ้น มันไม่ช่วยอะไรให้ดีขึ้นทั้งนั้น

4. แรงดึงดูดเติมเต็ม (Completion Magnet)
อันนี้ดูซ่อนเร้น
เพราะว่าคุณจะแสวงหาผู้คนที่คล้ายกับคนที่เคยทำร้ายคุณ
ทำไมเราถึงทำแบบนี้ เพราะว่าเราเชื่อในพระเจ้า
ว่าคราวนี้ในที่สุดเราจะได้รับรัก ที่เราไม่เคยได้รับมาก่อน
ฉันจะคนหาผู้เป็นที่รักนั้น เพื่อที่ฉันจะควบคุมผู้นั้นได้
โดยหวังว่าเขาหรือเธอ จะพัฒนาตัวเองเป็นคนที่ดีขึ้น
ทุกคนคงเคยมีเพื่อนที่แฟนของเพื่อนเป็นแบบนี้ หรือเจอกับตัว
ซึ่งมันเป็นกับดัก เป็นนิยาย ที่มีแต่ความเจ็บปวด


ผมจะยกตัวอย่างสมมติ ที่จะทำให้คุณเห็นภาพในชีวิตจริงได้ง่ายขึ้น

ข้อ 1 แรงดึงดูดกระจก
ชายคนนึงอายุราว 40 ปี หน้าที่การงานดีมาก ฉลาดมาก มีเสน่ห์
แต่ทุกความสัมพันธ์ของเขากับแฟน จบลงแบบเดียวกันทั้งหมด
จบที่การแสดงความไม่เห็นด้วยหรือไม่พอใจแบบเงียบๆ
เขารู้สึกว่าแฟนเหมือนแม่ของเขา ซึ่งเขาไม่ชอบแบบนั้นในตอนที่เขาเป็นเด็ก
แต่เหมือนเข็มทิศของเขา ชี้ไปว่าผู้หญิงแบบนี้เป็นสิ่งที่คุ้นเคย
เป็นเหมือนบ้าน

ข้อ 3 แรงดึงดูดย้อนกลับ
ผมเคยพบกับผู้หญิงที่เคยเงียบมาก สุภาพ
ต่อมาเธอถูกกดดันบดขยี้อย่างต่อเนื่องเป็นประจำ
ปัจจุบันเธอเป็นผู้นำทีม 200 คน ควบคุมการตัดสินใจทุกอย่าง
ทำให้ผู้คนรู้สึกตึงเครียดอย่างมาก
เธอได้รับการเคารพ แต่ไม่มีใครสนิทกับเธอเลย
ดังนั้น เธอบอกว่าเธอเป็นคนที่สนใจอยู่แต่กับงาน
จริงๆแล้วไม่ใช่ เธอหวาดกลัว
ส่วนที่เปราะบางของเธอ ได้รับการลงโทษแล้ว
ดังนั้นเธอกลายเป็นผู้ลงโทษผู้อื่น
นั่นคือแรงดึงดูดสะท้อน เธอกลายเป็นภัยคุกคาม เพื่อที่เธอจะไม่รู้สึกถูกคุกคามอีก
และมันได้ผล มีประสิทธิภาพ แต่มันทำให้เธอโดดเดี่ยว

ข้อ 4 แรงดึงดูดที่เติมเต็ม
อันนี้ค่อนข้างน่ารังเกียจ
ทำให้ผมคิดถึงผู้ชายที่ผมเคยสอนเขา
เขาเป็นคนฉลาด น่าทึ่ง จิตใจดี
และเขาตกหลุมรักกับผู้หญิงหลายๆคนที่วุ่นวาย
เช่น ผู้หญิงมีอารมณ์รุนแรงแปรปรวน
และทุกครั้ง เขาพยายามช่วยให้เธอดีขึ้น
เพื่อที่เธอจะได้รักเขาตอบ
และสิ่งที่เขาไม่รู้คือ เขากำลังแสวงหาพ่อของเขา
ไม่ใช่แม่ของเขา เขากำลังค้นหาพ่อจากผู้หญิง
พ่อของเขาเป็นคนที่มีอารมณ์แปรปรวน ไม่เคยพูดว่ารักเขา
ดังนั้นปัจจุบันชีวิตเขาจึงเดินทางแสวงหาคนที่เหมือนพ่อเขา
เหมือนบทที่ถูกเขียนขึ้นให้เขา "หาคนที่เหมือนพ่อและทำให้สมบูรณ์"
เขาจะทำให้เรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่จบไม่สิ้นนี้ ให้สำเร็จ
ผมบอกเขาไปว่า คุณไม่ได้กำลังเดทผู้หญิง
คุณกำลังเดทกับความหวังว่าคราวนี้ปีศาจตัวนี้จะกลายเป็นสิ่งที่ปลอดภัย
ผมจะไม่ทำให้ปีศาจเป็นสิ่งที่ปลอดภัย
นั่นเป็นสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ คุณไม่ได้เดทกับผู้หญิง


สิ่งที่ดึงดูดคุณ ไม่ได้หมายความว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ดี
มันแค่หมายความว่าสิ่งนั้นตรงกับความเจ็บปวดเก่าสุดของคุณ
เราจะหลุดจากมนต์นี้ได้อย่างไร
ถ้าเข็มทิศของเรา นำเราไปสู่ความเลวร้าย คนหรือสถานการณ์ที่แย่ๆ
เราต้องสร้างเส้นทางขึ้นมาใหม่
ขั้นตอนที่ 1 สังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นซ้ำๆ
ดูว่าอะไรที่เกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆแม้ว่าเราไม่ต้องการให้เกิดขึ้น
ขั้นตอนที่ 2 ตั้งชื่อสิ่งที่ดึงดูดนั้นว่าเป็นชนิดไหน(ตามด้านบน)
ขั้นตอนที่ 3 ไล่ไปถึงจุดกำเนิดของมัน ซึ่งมี 3 คำถาม
3.1 ใครเป็นคนสอนคุณว่าแบบนี้คือปกติ
3.2 (อันนี้สำคัญ) ความรักของใครที่มีเงื่อนไข?
3.3 ใครในชีวิตของคุณที่ทำให้คุณรู้สึกว่าความปลอดภัยมีต้นทุน (เช่น คุณต้องลงทุนบางสิ่งเพื่อที่จะรู้สึกปลอดภัย)
ขั้นตอนที่ 4 เปิดโปงความเท็จ
สิ่งที่ดึงดูดที่ทำให้คุณรู้สึก อะดรีนาลีนที่พลุ่งพล่านของคุณ ไม่ใช่แค่สารเคมีธรรมดา
แต่มันคือวัยเด็กของคุณ
อะไรที่เป็นคำโกหกในวัยเด็กที่เรายังทำมันอยู่ทุกวัน

เมื่อคุณเริ่มที่จะผ่านขั้นตอนของการเปลี่ยนผ่านเหล่านี้ การปลดเปลื้อง คลี่คลายมัน
ผมจะบอกคุณสิ่งหนึ่งที่คุณจะเจอตอนเปลี่ยนผ่านว่า
คุณจะรู้สึกว่า ความสงบสุขจะกลายเป็นสิ่งที่ไม่คุ้นเคยอย่างยิ่งในตอนแรก
มันเป็นส่วนที่ยากที่สุดของการเปลี่ยนผ่าน
ความสงบสุขจะไม่รู้สึกว่าเป็นความสงบ
เมื่อระบบ(เก่า)ของคุณเชื่อมโยงกับความวุ่นวาย
มันจะรู้สึกเหมือนการหยุดชะงัก เหมือนว่าฉันไม่เหมาะกับสิ่งนี้
มันจะรู้สึกน่าเบื่อ เหมือนบางสิ่งหายไป เหมือนความผิดหวัง
แต่นั่นเป็นการขาดหายไปของอะดรีนาลีน
ที่จะหลอกให้คุณกลับเข้าสู่กับดักแรงดึงดูด หรืออะไรที่คุณอยากจะเรียก

คุณไม่ได้เบื่อ คุณกำลังถูกเยียวยาผ่านขั้นตอนเหล่านี้
ดังนั้น ถ้าคุณผ่านมันมาได้ มันไม่ได้ยาก
ทุกสิ่งที่เราพูดมา ในหัวของคุณจะบอกว่า
"ใช่ๆๆๆ ฉันทำได้ แต่มันคงจะใช้เวลาเป็นปี"
มันไม่จริง มันง่าย
ถ้าคุณไม่คิดว่ามันง่าย คุณกำลังโกหกตัวเอง
เพราะว่าคุณไม่ต้องการที่จะรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย
ดังนั้น อย่าคาดหวังว่าความสงบสุข จะเป็นเหมือนอ่างน้ำแช่ตัว
ผมอยากให้คุณคาดหวังว่ามันเป็นเหมือนการถอนตัว
คุณกำลังล้างพิษจากความเจ็บปวดที่คุณคิดว่าเป็นความรัก
สิ่งที่ผมให้สัญญากับคุณได้คือ คุณไม่จำเป็นต้องหาคำตอบทั้งหมดในเรื่องนี้ทันที
คุณแค่ซื่อสัตย์กับตัวเอง
ให้ความจริงปรากฏขึ้นมา แม้ว่ามันจะทำให้คุณรู้สึกไม่สบายใจ(ในตอนแรก)
และนั่นคือจุดเริ่มต้นของอิสระ

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่