เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2026 เวลาท้องถิ่น บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า ศาลสูงสุดสหรัฐมีคำพิพากษา 6 ต่อ 3 เสียงยกเลิกมาตรการภาษีนำเข้าสินค้าทั่วโลกของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ซึ่งเป็นการบั่นทอนนโยบายเศรษฐกิจหลักของเขา และถือเป็นความพ่ายแพ้ทางกฎหมายครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่กลับมาดำรงตำแหน่งในทำเนียบขาว
ศาลกล่าวว่า การประกาศใช้ภาษีศุลกากรทั่วโลกมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งทรัมป์ใช้อำนาจเกินขอบเขตโดยอ้างกฎหมายอำนาจฉุกเฉินของรัฐบาลกลางหรือพระราชบัญญัติอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (The International Emergency Economic Powers Act : IEEPA) เพื่อบังคับใช้ภาษี “ตอบโต้” ทั่วโลก รวมถึงภาษีนำเข้าที่รัฐบาลอ้างว่าเป็นการแก้ปัญหาการค้าเฟนทานิลที่เรียกเก็บกับจีน แคนาดาและเม็กซิโก ชาติเพื่อนบ้านในทวีปอเมริกาเหนือ..
ผู้พิพากษาไม่ได้พิจารณาถึงขอบเขตที่ผู้นำเข้ามีสิทธิ์ได้รับเงินคืน โดยปล่อยให้ศาลชั้นล่างเป็นผู้พิจารณาประเด็นเหล่านั้น หากได้รับอนุญาตอย่างเต็มที่ เงินคืนอาจมีมูลค่าสูงถึง 170 ,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 5.2 ล้านล้านบาท) ซึ่งมากกว่าครึ่งหนึ่งของรายได้ที่ได้จากนโยบายภาษีนำเข้าของทรัมป์
สำหรับผู้ที่คัดค้านรวมถึงผู้พิพากษาเบรตต์ คาวานาห์ ผู้คัดค้าน กล่าวว่ากระบวนการคืนเงิน “น่าจะยุ่งยาก” ดังที่ฝ่ายทนายความของจำเลย ซึ่งคือรัฐบาลยอมรับในการพิจารณาคดีด้วยวาจาไปก่อนหน้านี้ ผู้พิพากษาแคลเรนซ์ โทมัส และซามูเอล อลิโต ก็คัดค้านเช่นกัน..
ทำเนียบขาวกล่าวว่าจะรีบหามาตรการภาษีอื่นมาทดแทนโดยใช้เครื่องมือทางกฎหมายอื่น แต่ทางเลือกสำรองมักจะยุ่งยากหรือมีข้อจำกัดมากกว่าอำนาจที่กว้างขวาง ซึ่งทรัมป์อ้างภายใต้พระราชบัญญัติอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศนี้
https://www.prachachat.net/world-news/news-1968260
ช็อคโลก!!!ศาลสูงสหรัฐสั่งยกเลิกมาตรการภาษีทรัมป์ ชี้ใช้อำนาจเกินขอบเขต
เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2026 เวลาท้องถิ่น บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า ศาลสูงสุดสหรัฐมีคำพิพากษา 6 ต่อ 3 เสียงยกเลิกมาตรการภาษีนำเข้าสินค้าทั่วโลกของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ซึ่งเป็นการบั่นทอนนโยบายเศรษฐกิจหลักของเขา และถือเป็นความพ่ายแพ้ทางกฎหมายครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่กลับมาดำรงตำแหน่งในทำเนียบขาว
ศาลกล่าวว่า การประกาศใช้ภาษีศุลกากรทั่วโลกมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งทรัมป์ใช้อำนาจเกินขอบเขตโดยอ้างกฎหมายอำนาจฉุกเฉินของรัฐบาลกลางหรือพระราชบัญญัติอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (The International Emergency Economic Powers Act : IEEPA) เพื่อบังคับใช้ภาษี “ตอบโต้” ทั่วโลก รวมถึงภาษีนำเข้าที่รัฐบาลอ้างว่าเป็นการแก้ปัญหาการค้าเฟนทานิลที่เรียกเก็บกับจีน แคนาดาและเม็กซิโก ชาติเพื่อนบ้านในทวีปอเมริกาเหนือ..
ผู้พิพากษาไม่ได้พิจารณาถึงขอบเขตที่ผู้นำเข้ามีสิทธิ์ได้รับเงินคืน โดยปล่อยให้ศาลชั้นล่างเป็นผู้พิจารณาประเด็นเหล่านั้น หากได้รับอนุญาตอย่างเต็มที่ เงินคืนอาจมีมูลค่าสูงถึง 170 ,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 5.2 ล้านล้านบาท) ซึ่งมากกว่าครึ่งหนึ่งของรายได้ที่ได้จากนโยบายภาษีนำเข้าของทรัมป์
สำหรับผู้ที่คัดค้านรวมถึงผู้พิพากษาเบรตต์ คาวานาห์ ผู้คัดค้าน กล่าวว่ากระบวนการคืนเงิน “น่าจะยุ่งยาก” ดังที่ฝ่ายทนายความของจำเลย ซึ่งคือรัฐบาลยอมรับในการพิจารณาคดีด้วยวาจาไปก่อนหน้านี้ ผู้พิพากษาแคลเรนซ์ โทมัส และซามูเอล อลิโต ก็คัดค้านเช่นกัน..
ทำเนียบขาวกล่าวว่าจะรีบหามาตรการภาษีอื่นมาทดแทนโดยใช้เครื่องมือทางกฎหมายอื่น แต่ทางเลือกสำรองมักจะยุ่งยากหรือมีข้อจำกัดมากกว่าอำนาจที่กว้างขวาง ซึ่งทรัมป์อ้างภายใต้พระราชบัญญัติอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศนี้
https://www.prachachat.net/world-news/news-1968260