"เราพึ่งมาฝึกจิต ของเรา
เดือนหนึ่ง, ๑๐วัน, ๕วัน, โดยมากมันก็ยังไม่สงบ ถ้ามันไม่สงบนั้น...ไม่ต้องน้อยใจ
มันเป็นเรื่องธรรมดา ของมัน
เรื่องจิตอันนี้ มันจะอยู่นิ่งๆ ในที่ของมันไม่ได้
หรอก บางที...มันก็มีอาการคิดอย่างโน้น
คิดอย่างนี้ ในขณะอยู่...ในที่สงบอันนั้นแหละ!
บางคน...
จิต ไม่สงบ
จิต ก็ฟุ้งซ่าน
จิต ก็ไม่สบาย
จิต เขาก็ไม่ดี เพราะว่า...จิตไม่สงบ
อันนี้! เราต้องพิจารณา ด้วยปัญญา ของเรา เรื่องไม่สงบ อันนั้น...เพราะเราไม่รู้ตามความเป็นจริงของมัน เท่านั้นเอง
ถ้าเรารู้ตามความเป็นจริงของมันเเล้ว...
อันนั้น! ก็สักแต่ว่า...อาการของจิต
จริงๆ แล้ว จิตมันไม่ฟุ้งไปอย่างนั้น
เช่นว่า เรารู้ความคิดแล้วว่า...
บัดนี้...เราคิดอิจฉาคนนี้ เป็นอาการของจิต
แต่เป็นของไม่จริง มันไม่เป็นความจริง
เรียกว่า...อาการของจิต มันมีตลอดเวลา
ถ้าหากว่า คนไม่รู้ตามความเป็นจริงของมันแล้ว ก็น้อยใจว่า...
จิต เราไม่อยู่นิ่ง
จิต เราไม่สงบ
อันนี้! เราต้องใช้การพิจารณาอีกทีหนึ่ง ให้
มันเข้าใจ
เรื่องของจิตนั้นนะ! มันเป็นเรื่องของอาการ ของมัน แต่ที่สำคัญ คือมันรู้...
รู้ดี มันก็รู้ รู้ชั่ว มันก็รู้ รู้สงบ มันก็รู้ รู้ไม่สงบ
มันก็รู้ อันนี้! คือตัวรู้...
พระพุทธเจ้าของเรา ท่านให้ตามรู้...ตามดูจิต ของเรา
ทุกคนที่นั่งอยู่ ที่นี่! เราก็คงรู้ตัว ของเรา
ความรู้ ที่มันรู้ นี่! มันรู้อยู่...ที่ไหน?
จิตนี้ ก็เหมือนกัน จิตนี้ คือ...อะไร?
มันเป็นธรรมชาติ หรือเป็นสัญชาตญาณ
อันหนึ่งที่มันมีอยู่ อย่างที่เราได้ยินอยู่เดี๋ยวนี้แหละ! มันมีความรู้อยู่ ความรู้นี้ มันอยู่ที่ไหน?
ในจิตนั้น...มันเป็นอย่างไร?
ทั้งความรู้ ก็ดี ทั้งจิต ก็ดี เป็นแต่...ความรู้สึก
ผู้ที่รู้สึกดี-ชั่ว เป็นสักแต่ว่า...ความรู้สึก
รู้สึกดี หรือชั่ว รู้สึกผิด หรือถูก
คนที่รู้สึกนั่นแหละ! เป็นคนรู้สึก
ตัวรู้สึก มันคืออะไร?
มันก็ไม่คืออะไร ถ้าพูดตามส่วนแล้ว
มันเป็น อยู่...อย่างนี้
ถ้ามันรู้สึกผิดไป ก็ไปทำผิด
มันรู้สึกถูก ก็ไปทำถูก
ฉะนั้น...ท่านจึงให้ เกิดความรู้สึกขึ้นมา
เรื่องจิต ของเรานั้น...
มันเป็นอาการของจิต เรื่องมันคิดมันคิดไปทั่ว
แต่ผู้รู้...คือปัญญา ของเรา
ตามรู้ ตามรู้อันนั้น...ตามเป็นจริง."
________________________________________
หลวงพ่อชา สุภัทโท วัดหนองป่าพง.
หลวงพ่อชาเทศน์ปลอบใจผู้ที่นั่งสมาธิภาวนาแล้วจิตยังไม่สงบ
เดือนหนึ่ง, ๑๐วัน, ๕วัน, โดยมากมันก็ยังไม่สงบ ถ้ามันไม่สงบนั้น...ไม่ต้องน้อยใจ
มันเป็นเรื่องธรรมดา ของมัน
เรื่องจิตอันนี้ มันจะอยู่นิ่งๆ ในที่ของมันไม่ได้
หรอก บางที...มันก็มีอาการคิดอย่างโน้น
คิดอย่างนี้ ในขณะอยู่...ในที่สงบอันนั้นแหละ!
บางคน...
จิต ไม่สงบ
จิต ก็ฟุ้งซ่าน
จิต ก็ไม่สบาย
จิต เขาก็ไม่ดี เพราะว่า...จิตไม่สงบ
อันนี้! เราต้องพิจารณา ด้วยปัญญา ของเรา เรื่องไม่สงบ อันนั้น...เพราะเราไม่รู้ตามความเป็นจริงของมัน เท่านั้นเอง
ถ้าเรารู้ตามความเป็นจริงของมันเเล้ว...
อันนั้น! ก็สักแต่ว่า...อาการของจิต
จริงๆ แล้ว จิตมันไม่ฟุ้งไปอย่างนั้น
เช่นว่า เรารู้ความคิดแล้วว่า...
บัดนี้...เราคิดอิจฉาคนนี้ เป็นอาการของจิต
แต่เป็นของไม่จริง มันไม่เป็นความจริง
เรียกว่า...อาการของจิต มันมีตลอดเวลา
ถ้าหากว่า คนไม่รู้ตามความเป็นจริงของมันแล้ว ก็น้อยใจว่า...
จิต เราไม่อยู่นิ่ง
จิต เราไม่สงบ
อันนี้! เราต้องใช้การพิจารณาอีกทีหนึ่ง ให้
มันเข้าใจ
เรื่องของจิตนั้นนะ! มันเป็นเรื่องของอาการ ของมัน แต่ที่สำคัญ คือมันรู้...
รู้ดี มันก็รู้ รู้ชั่ว มันก็รู้ รู้สงบ มันก็รู้ รู้ไม่สงบ
มันก็รู้ อันนี้! คือตัวรู้...
พระพุทธเจ้าของเรา ท่านให้ตามรู้...ตามดูจิต ของเรา
ทุกคนที่นั่งอยู่ ที่นี่! เราก็คงรู้ตัว ของเรา
ความรู้ ที่มันรู้ นี่! มันรู้อยู่...ที่ไหน?
จิตนี้ ก็เหมือนกัน จิตนี้ คือ...อะไร?
มันเป็นธรรมชาติ หรือเป็นสัญชาตญาณ
อันหนึ่งที่มันมีอยู่ อย่างที่เราได้ยินอยู่เดี๋ยวนี้แหละ! มันมีความรู้อยู่ ความรู้นี้ มันอยู่ที่ไหน?
ในจิตนั้น...มันเป็นอย่างไร?
ทั้งความรู้ ก็ดี ทั้งจิต ก็ดี เป็นแต่...ความรู้สึก
ผู้ที่รู้สึกดี-ชั่ว เป็นสักแต่ว่า...ความรู้สึก
รู้สึกดี หรือชั่ว รู้สึกผิด หรือถูก
คนที่รู้สึกนั่นแหละ! เป็นคนรู้สึก
ตัวรู้สึก มันคืออะไร?
มันก็ไม่คืออะไร ถ้าพูดตามส่วนแล้ว
มันเป็น อยู่...อย่างนี้
ถ้ามันรู้สึกผิดไป ก็ไปทำผิด
มันรู้สึกถูก ก็ไปทำถูก
ฉะนั้น...ท่านจึงให้ เกิดความรู้สึกขึ้นมา
เรื่องจิต ของเรานั้น...
มันเป็นอาการของจิต เรื่องมันคิดมันคิดไปทั่ว
แต่ผู้รู้...คือปัญญา ของเรา
ตามรู้ ตามรู้อันนั้น...ตามเป็นจริง."
________________________________________
หลวงพ่อชา สุภัทโท วัดหนองป่าพง.