

ตึกส้มเทาสวยๆ

18 กุมภาพันธ์ 2569 นายภัทรพงษ์ วรรณพงษ์ ทนายโจทก์ร่วม โพสต์ข้อความว่า คดีข่มขืนกระทำชำเราของผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาชน ที่ศาลจังหวัดมหาสารคาม ศาลฎีกาพิพากษากลับคำพิพากษา ของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ให้ลงโทษจำคุกจำเลย 2 ปี 8 เดือน (ไม่รอการลงโทษ) นะครับ
คดีข่มขืนกระทำชำเราของผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาชน ที่ศาลจังหวัดมหาสารคาม ศาลฎีกาพิพากษากลับคำพิพากษาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ให้ลงโทษจำคุกจำเลย 2 ปี 8 เดือน (ไม่รอการลงโทษ) นะครับ
ผมรู้ว่าตลอดระยะเวลา 6 ปีนับแต่เกิดเหตุมา โจทก์ร่วม(ผู้เสียหาย)ต้องผ่านความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสมากมายขนาดไหน ทั้งจากความเจ็บปวดทางร่างกายและจิตใจของผู้ที่ถูกกระทำ และจากความผิดหวังที่คำพิพากษาของศาลชั้นต้นและอุทธรณ์ไม่เป็นใจ แต่โจทก์ร่วม(ผู้เสียหาย)ก็ยังคงยืนหยัดต่อสู้อย่างไม่เกรงกลัว และสุดท้ายจำเลยก็ได้รับผลอย่างที่เขาควรได้รับแล้วนะครับ
เรื่องคดีข่มขืนของผู้สมัคร ส.ส. พรรคประชาชน ที่ศาลจังหวัดมหาสารคาม
ผมแจ้งให้พรรครับรู้มาตลอดตั้งแต่เริ่มเข้าไปทำงานช่วยพรรคก้าวไกล (ประมาณปี 2566) เรื่อยมาจนถึงตอนประกาศตัวผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคประชาชนรอบนี้ ผมก็ได้ท้วงติงพรรคถึงเรื่องความเหมาะสมของตัวผู้สมัครคนนี้ไปหลายครั้ง ซึ่งพรรคได้รับรู้แล้วอย่างแน่นอน
โดยผมเข้าใจว่า เหตุผลที่พรรคนำมาใช้กับกรณีนี้ คือ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง ซึ่งถูกต้องในมุมของกฎหมาย ที่ผู้ต้องหาหรือจำเลยควรได้รับการปฏิบัติอย่างผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดพิสูจน์ว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยได้กระทำความผิดจริง และตัวผมเองเข้าใจเหตุผลในข้อนี้เป็นอย่างดี
แต่สิ่งที่ผมไม่เข้าใจพรรคในกรณีนี้เลยคือ ทำไมพรรคถึงคิดว่าบุคคลคนนี้เหมาะสมที่จะเป็นตัวแทนของพรรคในการสมัครส.ส.เขต 1 ใน 400 คน ที่จะเข้าไปทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียงแทนพี่น้องประชาชนในสภา เพราะไม่ว่าผลคดี ณ เวลานั้นเป็นอย่างไร แต่ข้อเท็จจริงก็เห็นได้ชัดจากทั้งคำพิพากษาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์แล้วว่า จำเลยเองก็เบิกความรับว่าไปมีอะไรกับผู้เสียหายซึ่งเป็นนักร้องในสังกัดของตัวเองจริง และผู้เสียหายก็มีคนไปพาหนีออกมาจากต่างประเทศจริง ทั้งยังมีการพาไปแจ้งความที่ต่างประเทศ ซึ่งหากพิจารณาแล้วย่อมเห็นได้ว่าเป็นพฤติการณ์ที่มีความผิดปกติ
โดยหากยึดตามมาตรฐานเดียวกันกับกรณีที่พรรคเคยขับ ส.ส. ออกจากพรรคจากกรณีคุกคามทางเพศแล้ว ผมในฐานะที่เคยเป็นกรรมการสรรหาผู้สมัครส.ส.ของพรรคก้าลไกลนครราชสีมา เมื่อปี 2566 คิดว่าแม้ในเวลานั้นจำเลยจะยังไม่มีความผิดตามกฎหมาย แต่จำเลยก็ไม่มีความเหมาะสมที่จะเป็นผู้สมัครเช่นกัน แต่พรรคกลับเลือกที่จะส่งบุคคลดังกล่าวลงสมัคร ส.ส. ถึง 2 ครั้ง (เข้าใจว่าเคยส่งลงท้องถิ่นด้วย)
สุดท้ายนี้ ถ้าใครจะกล่าวว่าผมพยายามโพสต์พาดพิงเพื่อทำร้ายพรรค ผมก็ขอน้อมรับ แต่อยากให้ท่านทั้งหลายกลับไปคิดสักนิดว่า แท้จริงแล้วเป็นโพสต์ของผมที่ทำร้ายพรรคหรือเป็นพรรคที่กำลังทำร้ายตัวเอง
ที่มาข่าว
https://www.nationtv.tv/news/current-issue/378973738
และfacebook
https://www.facebook.com/share/1ApxmHFWNc/
สีส้มและสีเทาเข้ากันได้ดี
ตึกส้มเทาสวยๆ
18 กุมภาพันธ์ 2569 นายภัทรพงษ์ วรรณพงษ์ ทนายโจทก์ร่วม โพสต์ข้อความว่า คดีข่มขืนกระทำชำเราของผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาชน ที่ศาลจังหวัดมหาสารคาม ศาลฎีกาพิพากษากลับคำพิพากษา ของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ให้ลงโทษจำคุกจำเลย 2 ปี 8 เดือน (ไม่รอการลงโทษ) นะครับ
คดีข่มขืนกระทำชำเราของผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาชน ที่ศาลจังหวัดมหาสารคาม ศาลฎีกาพิพากษากลับคำพิพากษาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ให้ลงโทษจำคุกจำเลย 2 ปี 8 เดือน (ไม่รอการลงโทษ) นะครับ
ผมรู้ว่าตลอดระยะเวลา 6 ปีนับแต่เกิดเหตุมา โจทก์ร่วม(ผู้เสียหาย)ต้องผ่านความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสมากมายขนาดไหน ทั้งจากความเจ็บปวดทางร่างกายและจิตใจของผู้ที่ถูกกระทำ และจากความผิดหวังที่คำพิพากษาของศาลชั้นต้นและอุทธรณ์ไม่เป็นใจ แต่โจทก์ร่วม(ผู้เสียหาย)ก็ยังคงยืนหยัดต่อสู้อย่างไม่เกรงกลัว และสุดท้ายจำเลยก็ได้รับผลอย่างที่เขาควรได้รับแล้วนะครับ
เรื่องคดีข่มขืนของผู้สมัคร ส.ส. พรรคประชาชน ที่ศาลจังหวัดมหาสารคาม
ผมแจ้งให้พรรครับรู้มาตลอดตั้งแต่เริ่มเข้าไปทำงานช่วยพรรคก้าวไกล (ประมาณปี 2566) เรื่อยมาจนถึงตอนประกาศตัวผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคประชาชนรอบนี้ ผมก็ได้ท้วงติงพรรคถึงเรื่องความเหมาะสมของตัวผู้สมัครคนนี้ไปหลายครั้ง ซึ่งพรรคได้รับรู้แล้วอย่างแน่นอน
โดยผมเข้าใจว่า เหตุผลที่พรรคนำมาใช้กับกรณีนี้ คือ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง ซึ่งถูกต้องในมุมของกฎหมาย ที่ผู้ต้องหาหรือจำเลยควรได้รับการปฏิบัติอย่างผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดพิสูจน์ว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยได้กระทำความผิดจริง และตัวผมเองเข้าใจเหตุผลในข้อนี้เป็นอย่างดี
แต่สิ่งที่ผมไม่เข้าใจพรรคในกรณีนี้เลยคือ ทำไมพรรคถึงคิดว่าบุคคลคนนี้เหมาะสมที่จะเป็นตัวแทนของพรรคในการสมัครส.ส.เขต 1 ใน 400 คน ที่จะเข้าไปทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียงแทนพี่น้องประชาชนในสภา เพราะไม่ว่าผลคดี ณ เวลานั้นเป็นอย่างไร แต่ข้อเท็จจริงก็เห็นได้ชัดจากทั้งคำพิพากษาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์แล้วว่า จำเลยเองก็เบิกความรับว่าไปมีอะไรกับผู้เสียหายซึ่งเป็นนักร้องในสังกัดของตัวเองจริง และผู้เสียหายก็มีคนไปพาหนีออกมาจากต่างประเทศจริง ทั้งยังมีการพาไปแจ้งความที่ต่างประเทศ ซึ่งหากพิจารณาแล้วย่อมเห็นได้ว่าเป็นพฤติการณ์ที่มีความผิดปกติ
โดยหากยึดตามมาตรฐานเดียวกันกับกรณีที่พรรคเคยขับ ส.ส. ออกจากพรรคจากกรณีคุกคามทางเพศแล้ว ผมในฐานะที่เคยเป็นกรรมการสรรหาผู้สมัครส.ส.ของพรรคก้าลไกลนครราชสีมา เมื่อปี 2566 คิดว่าแม้ในเวลานั้นจำเลยจะยังไม่มีความผิดตามกฎหมาย แต่จำเลยก็ไม่มีความเหมาะสมที่จะเป็นผู้สมัครเช่นกัน แต่พรรคกลับเลือกที่จะส่งบุคคลดังกล่าวลงสมัคร ส.ส. ถึง 2 ครั้ง (เข้าใจว่าเคยส่งลงท้องถิ่นด้วย)
สุดท้ายนี้ ถ้าใครจะกล่าวว่าผมพยายามโพสต์พาดพิงเพื่อทำร้ายพรรค ผมก็ขอน้อมรับ แต่อยากให้ท่านทั้งหลายกลับไปคิดสักนิดว่า แท้จริงแล้วเป็นโพสต์ของผมที่ทำร้ายพรรคหรือเป็นพรรคที่กำลังทำร้ายตัวเอง
ที่มาข่าว
https://www.nationtv.tv/news/current-issue/378973738
และfacebook https://www.facebook.com/share/1ApxmHFWNc/