”พบรัก“ อินฟลูฯ ตัดกระเพาะคนแรก ๆ ของไทย เสียชีวิ_ตแล้ว คาดจบปัญรุมเร้าต่างๆ ในชีวิต

เหตุการเพิ่งถูกเปิดเผยว่า เมื่อช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์  2569   "พบรัก" หนึ่งในอินฟลูเอนเซอร์รุ่นบุกเบิกที่เคยตัดกระเพาะเพื่อลดน้ำหนักเมื่อ 15 ปีก่อน ได้เสียชีวิตลงอย่างกะทันหัน หลังจากที่เพิ่งออกมาเผยประสบการณ์และเตือนภัยเกี่ยวกับผลข้างเคียงที่ตามมาจากการผ่าตัดครั้งนั้น

ย้อนรอยเรื่องราว: จากหนุ่มน้ำหนัก 155 กิโลกรัม สู่การตัดสินใจที่เปลี่ยนชีวิต

เมื่อ 15 ปีที่แล้ว ในช่วงปี 2554 "พบรัก" เป็นหนุ่มที่มีน้ำหนักถึง 155 กิโลกรัม ซึ่งในยุคนั้นปัญหาโรคอ้วนเริ่มกลายเป็นประเด็นสำคัญในสังคมไทย ครอบครัวของเขาเป็นห่วงเรื่องสุขภาพเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะมารดาที่กลัวว่าลูกชายจะเสียชีวิตจากโรคแทรกซ้อนที่มากับความอ้วน

ในยุคนั้น การผ่าตัดลดขนาดกระเพาะ (Gastric Bypass Surgery) ยังเป็นเรื่องใหม่สำหรับประเทศไทย ไม่มีข้อมูลหรือประสบการณ์มากนักเกี่ยวกับผลข้างเคียงระยะยาว แพทย์และผู้ป่วยต่างมองเห็นเพียงผลลัพธ์ระยะสั้นที่ดูน่าประทับใจ คือการลดน้ำหนักลงได้อย่างมีนัยสำคัญ

ด้วยความกังวลของครอบครัวและความหวังที่จะมีชีวิตที่ดีขึ้น "พบรัก" จึงตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัด กลายเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกรุ่นแรกๆ ของประเทศไทยที่เลือกวิธีการแก้ปัญหาน้ำหนักเกินด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์แบบนี้

ช่วงแรก: ความสำเร็จที่ดูเหมือนจะสมบูรณ์แบบ

หลังการผ่าตัด น้ำหนักของเขาลดลงอย่างเห็นได้ชัด ชีวิตดูเหมือนจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น เขาสามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้สะดวกขึ้น ความมั่นใจเพิ่มขึ้น และปัญหาสุขภาพเบื้องต้นที่มากับความอ้วนก็ดีขึ้น

ในช่วงหลายปีแรก ดูเหมือนว่าการตัดสินใจของเขาจะถูกต้อง เขาใช้ชีวิตได้ตามปกติ แม้จะต้องปรับตัวในเรื่องการรับประทานอาหาร แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่เมื่อเทียบกับผลลัพธ์ที่ได้

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด คือเงาของผลข้างเคียงที่กำลังค่อยๆ เข้ามาครอบงำชีวิตของเขาในอีกหลายปีข้างหน้า

จุดเปลี่ยน: เมื่อร่างกายเริ่มส่งสัญญาณเตือน

เมื่อเวลาผ่านไปหลายปี ร่างกายของ "พบรัก" เริ่มแสดงอาการผิดปกติต่างๆ สิ่งที่เคยเป็นวิธีแก้ปัญหา กลับกลายเป็นต้นตอของปัญหาใหม่ที่ซับซ้อนกว่าเดิม

อาการแรกที่เขาสังเกตเห็นคือความสามารถในการรับประทานอาหารที่เริ่มผิดปกติ บางช่วงเขากินได้ปกติ แต่บางช่วงกินไม่ได้เลย ร่างกายดูเหมือนจะไม่แน่นอน ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าวันนี้จะกินอาหารได้หรือไม่

ต่อมาอาการก็ทวีความรุนแรงขึ้น เขาเริ่มรู้สึกเบื่ออาหาร แม้จะเป็นอาหารที่เคยชอบ แม้จะเป็นอาหารที่ผู้อื่นบอกว่าอร่อย เขาก็ไม่รู้สึกอยากกิน และที่แย่ไปกว่านั้น เมื่อพยายามกินด้วยความจำเป็นเพื่อให้ร่างกายได้รับพลังงาน อาหารที่กลืนลงไปก็จะถูกขับออกมาทันที

การต่อสู้ทางจิตใจ: เมื่ออาหารกลายเป็นศัตรู

อาการทางกายที่เกิดขึ้นค่อยๆ พัฒนาไปสู่ปัญหาด้านจิตใจ "พบรัก" เริ่มมีอาการซึมเศร้า การรับประทานอาหารซึ่งควรจะเป็นเรื่องปกติธรรมดาของชีวิต กลับกลายเป็นภาระและความทรมาน

ทุกมื้ออาหารกลายเป็นการต่อสู้ เขาต้องบังคับตัวเองให้กิน ไม่ใช่เพราะหิวหรืออยากกิน แต่เพราะรู้ว่าต้องกินเพื่อมีชีวิตอยู่ต่อ แต่ทุกครั้งที่พยายามกิน ร่างกายก็จะปฏิเสธด้วยการอาเจียน

ในที่สุด อาหารที่เขากินได้เหลือเพียงไม่กี่อย่าง นม อาหารอ่อน และกล้วย เป็นสิ่งเดียวที่ร่างกายของเขายอมรับ เขาต้องพึ่งพาอาหารจำพวกนี้เพื่อประทังชีวิต ซึ่งแน่นอนว่าไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

ผลกระทบต่อสุขภาพจิต: วงจรอุบาทว์ที่ไม่มีวันจบ

โรคซึมเศร้าที่ตามมาไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ มันเป็นผลสืบเนื่องมาจากความทุกข์ทรมานทางกายที่เขาต้องเผชิญทุกวัน

จินตนาการถึงชีวิตที่ต้องตื่นขึ้นมาทุกวันโดยไม่รู้ว่าวันนี้จะกินอาหารได้หรือไม่ ต้องเผชิญกับความหิวแต่กลับไม่สามารถกินอะไรได้ ต้องดูคนอื่นรับประทานอาหารอร่อยๆ แต่ตัวเองกลับไม่สามารถทำได้ ต้องบังคับตัวเองกินสิ่งที่ไม่อยากกิน เพียงเพื่อให้มีชีวิตอยู่ต่อ

ความเครียดทางจิตใจที่สะสมทุกวัน ความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพ ความรู้สึกว่าชีวิตไม่ได้อยู่ในการควบคุมของตัวเอง สิ่งเหล่านี้ค่อยๆ กัดกร่อนจิตใจของเขา จนในที่สุดก็พัฒนาไปสู่โรคซึมเศร้าอย่างเต็มตัว

นอกจากโรคซึมเศร้าแล้ว เขายังมีปัญหาสุขภาพอื่นๆ ตามมาอีกมากมาย ซึ่งเขาเรียกว่า "โรคประสาท" และโรคอื่นๆ ที่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียด แต่จากการใช้คำว่า "โรคประสาท" อาจสะท้อนถึงปัญหาเกี่ยวกับระบบประสาทที่อาจเกิดจากการขาดสารอาหารเรื้อรังหรือความไม่สมดุลทางเคมีในร่างกาย

การเปิดใจครั้งสำคัญ: ข้อความที่สะเทือนโลกโซเชียล

ต้นเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2569 "พบรัก" ได้โพสต์ข้อความผ่านทางโซเชียลมีเดีย เนื้อหาสั้นๆ แต่เต็มไปด้วยความจริงใจและความเจ็บปวด เขาเขียนว่า

"อย่าตัดกระเพาะ เราตัดมาแล้ว 15 ปี ตอนนี้โรคประสาทจะตามมา รวมถึงโรคอื่นๆ"

ข้อความดังกล่าวกระตุ้นให้หลายคนสนใจและถามถึงรายละเอียด เขาจึงคอมเมนต์เพิ่มเติมอธิบายอาการที่เป็นอยู่อย่างละเอียด พร้อมกับย้ำว่า

"ไม่ได้บอกว่าทุกคนจะเป็นแบบผม ถ้าคุณใช้ชีวิตดีก็อาจจะไม่เป็นแบบผม ผมไม่ใช่หมอ ผมไม่รู้ แต่ห้ามคือเตือนเฉยๆ แล้วแต่บุคคลเลยครับ"

เพจ โหนกระแส แชร์ทุกข่าว
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่