"กรรมฐาน ๔๐ ห้อง
เป็นน้องอานาปานสติ อานาปานสติเป็นยอด
มงกุฏของกรรมฐาน ทั้งหลายอยู่แล้ว
ศาสนาอื่นๆ นอกจากพุทธศาสนาแล้ว...
ไม่ได้เอามาสั่งสอนให้หัดปฏิบัติ
เพราะกรรมฐานอันนี้ บริบูรณ์พร้อมทั้ง
สติปัฏฐาน ๔ ไปในตัวด้วย และเป็นแม่เหล็ก
ที่มีกำลังดึงกรรมฐานอื่นๆ ให้เข้ามาเป็นเมืองขึ้น ของตัวได้
เช่นพระมหาอนัตตคุณ
ของพุทโธ ธัมโม สังโฆ สีโล จาโค กายคตา
แก่ เจ็บ ตาย รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณเหล่านี้เป็นต้น ย่อมมีอยู่...จริงอยู่... พร้อมทุกลมหายใจออก-เข้าแล้ว
แปดหมื่นสี่พันพระธรรมขันธ์ ย่อมจริง
ย่อมมีอยู่...ทุกลมหายใจออก-เข้าแล้ว
ไม่ต้องไปค้น ไปหา ไปจด ไปจำ ไปบ่น
ไปท่องทางอื่น ก็ได้
ถ้าไม่หลงลมเข้า-ออกแล้ว...
โมหะ อวิชชา วัฏจักร มันจะรวมพลมาจากโลกหน่วยไหนล่ะ
หลงลมเข้า-ออก ก็หลงหนังเหมือนกัน
ถ้าไม่หลงหนัง ก็ไม่หลงลมเข้า-ออก
โดยนัยเดียวกัน
ดูโลก ก็ดูทุกข์
ดูทุกข์ ก็ดูโลก
ดูสังขาร ก็ดูทุกข์
ดูทุกข์ ก็ดูสังขาร
พ้นโลก ก็พ้นทุกข์
พ้นทุกข์ ก็พ้นโลก
พ้นสังขาร ก็พ้นทุกข์
พ้นทุกข์ ก็พ้นสังขาร
มีความหมายอันเดียวกันทั้งนั้น ไม่ผิด
รู้ลมออก-เข้า ในปัจจุบัน
รู้ลมออก-เข้า ในอดีต
รู้ลมออก-เข้า ในอนาคต
รู้...ผู้รู้ ในปัจจุบัน
รู้...ผู้รู้ ในอดีต
รู้...ผู้รู้ ในอนาคต
แล้วไม่ติดข้องอยู่ ใน...ผู้รู้ ทั้งสามกาล
ผู้นั้น...ก็ดับรอบแล้ว ในโลกทั้งสามด้วยในตัว
อวิชชา และสังขารเป็นต้น ก็ดับไปณ.ที่นั้นเอง
ไฟโลภ ไฟโกรธ ไฟหลง
ก็ดับไป ณ. ที่นั้นเอง."
_______________________________________
หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต.
หลวงปู่มั่นพูดถึงความวิเศษของอานาปาสติ
เป็นน้องอานาปานสติ อานาปานสติเป็นยอด
มงกุฏของกรรมฐาน ทั้งหลายอยู่แล้ว
ศาสนาอื่นๆ นอกจากพุทธศาสนาแล้ว...
ไม่ได้เอามาสั่งสอนให้หัดปฏิบัติ
เพราะกรรมฐานอันนี้ บริบูรณ์พร้อมทั้ง
สติปัฏฐาน ๔ ไปในตัวด้วย และเป็นแม่เหล็ก
ที่มีกำลังดึงกรรมฐานอื่นๆ ให้เข้ามาเป็นเมืองขึ้น ของตัวได้
เช่นพระมหาอนัตตคุณ
ของพุทโธ ธัมโม สังโฆ สีโล จาโค กายคตา
แก่ เจ็บ ตาย รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณเหล่านี้เป็นต้น ย่อมมีอยู่...จริงอยู่... พร้อมทุกลมหายใจออก-เข้าแล้ว
แปดหมื่นสี่พันพระธรรมขันธ์ ย่อมจริง
ย่อมมีอยู่...ทุกลมหายใจออก-เข้าแล้ว
ไม่ต้องไปค้น ไปหา ไปจด ไปจำ ไปบ่น
ไปท่องทางอื่น ก็ได้
ถ้าไม่หลงลมเข้า-ออกแล้ว...
โมหะ อวิชชา วัฏจักร มันจะรวมพลมาจากโลกหน่วยไหนล่ะ
หลงลมเข้า-ออก ก็หลงหนังเหมือนกัน
ถ้าไม่หลงหนัง ก็ไม่หลงลมเข้า-ออก
โดยนัยเดียวกัน
ดูโลก ก็ดูทุกข์
ดูทุกข์ ก็ดูโลก
ดูสังขาร ก็ดูทุกข์
ดูทุกข์ ก็ดูสังขาร
พ้นโลก ก็พ้นทุกข์
พ้นทุกข์ ก็พ้นโลก
พ้นสังขาร ก็พ้นทุกข์
พ้นทุกข์ ก็พ้นสังขาร
มีความหมายอันเดียวกันทั้งนั้น ไม่ผิด
รู้ลมออก-เข้า ในปัจจุบัน
รู้ลมออก-เข้า ในอดีต
รู้ลมออก-เข้า ในอนาคต
รู้...ผู้รู้ ในปัจจุบัน
รู้...ผู้รู้ ในอดีต
รู้...ผู้รู้ ในอนาคต
แล้วไม่ติดข้องอยู่ ใน...ผู้รู้ ทั้งสามกาล
ผู้นั้น...ก็ดับรอบแล้ว ในโลกทั้งสามด้วยในตัว
อวิชชา และสังขารเป็นต้น ก็ดับไปณ.ที่นั้นเอง
ไฟโลภ ไฟโกรธ ไฟหลง
ก็ดับไป ณ. ที่นั้นเอง."
_______________________________________
หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต.