คนที่รายได้ต่อเดือนไม่ถึง 250,000 (รวมกัน 2 คน) คิดไงถึงกล้ามีลูกหรอครับ อันนี้ถามจริง

ขอเป็นถามคนกรุงเทพชนชั้นกลางเป็นหลักแล้วกันครับ หรือกลางบน
ผมว่า 2.5 แสนนี่พื้นมากแล้วนะ

โอเค เรื่องบ้าน เราๆอาจไม่มีปัญหา พ่อแม่เรามักมีมาให้อยู่แล้ว รถเริถอะไร อาจมี
หรือถ้าจะซื้อจะปลูก มันก็ผ่อนยาวๆได้ ไม่ลำบากนัก

เอาแบบมีมาตรฐานสักหน่อย ไม่ได้เว่อวัง
รพดีๆหน่อย อาจจะสัก medpark หรือ พญาไท + -
ค่าฝากท้อง ค่าตลอด ประกัน ฯลฯ เปิดไปแล้ว 3-400,000 ก่อนเห็นหน้าลูก

ค่าเทอม ไม่ต้องแฮโร โชรวเบอรีหรอก
เอาลงมาหน่อยก็พอ

เรียนโรงเรียนหลัก เรียนพิเศษ ตั้งแต่อนุบาล ยันโต ค่าเข้าสังคม
ค่าเที่ยว ค่าเปิดประสบการณ์
น่าจะปีละ 600,000 - 800,000

กว่าจะโตๆนิ่งๆก็ 10-15 ขวบ

ผมแค่คิดว่าเราจะส่งลูกไปเรียนรร.รัฐปกติ ได้จริงๆหรอ
(แต่ถ้าระดับบดิน1 หรือเตรียมอุดม ก็ว่าอีกเรื่อง)
คุณกล้าส่งลูกไปเรียนมาตรฐานแบบนั้นจริงดิ แบบ ที่ไหนก็ได้

ผมว่ามันไม่พออะ หรือพอก็ค้ำคอมากๆ 200,000
พลาดไม่ได้เลยชีวิต
แก้ไขข้อความเมื่อ

สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 30
ตอบจากห้องวางแผนการเงิน

คำถามจริงไม่ใช่
ทำไมรายได้แค่นี้กล้ามีลูก

แต่คือ
เรากำลังคาดหวังชีวิตแบบไหน

คนที่รายได้น้อยกว่า 250,000 กล้ามีลูก เพราะเขาใช้ สมมติฐานชีวิต คนละชุดกับคุณ

คุณไม่ได้คำนวณ ต้นทุนลูก คุณกำลังคำนวณ ต้นทุนชนชั้น

รพ.เอกชน top tier (MedPark  พญาไท)
โรงเรียนเอกชน หลักสูตรพิเศษ
ค่าเปิดประสบการณ์  network  lifestyle

นั่น คือ ecosystem ของ upper‑middle income

ทั้งหมดนั้น ไม่ใช่ต้นทุนการมีลูก
มันคือ ต้นทุนการผลิตชนชั้นกลางบนรุ่นถัดไป

คนที่ยังมีลูก ทั้งที่ตัวเลขไม่สวย

เพราะเขามองลูก คือ ความหมายชีวิต
ไม่ใช่ financial project

คุณมองลูก เป็นภาระ แบบ long‑term liability
เขามองลูก แบบ part of life cycle

คนไม่จำเป็นต้องรวยก่อน เพื่อมีลูก
แต่ต้อง ซื่อสัตย์กับมาตรฐานชีวิตที่เลือก

ถ้าเลือกมาตรฐานสูง แต่รายได้ไม่รองรับ นั่นคือปัญหา. not the child.

อย่าใช้ชีวิตแบบคนรวย ถ้าคุณยังไม่ได้รวย
ความคิดเห็นที่ 2
บางคนเงินเดือน คนละ 18000-25000 เลี้ยงลูกเป็นหมอ เป็น วิศวะ หรือ นักธุรกิจ ถมเถไปครับ
บ่อยครั้งมากๆ ที่ คนเราพิสูจน์ว่า ความฉลาดมีค่ามากกว่า
บางคนแทบจะไม่ได้ใช้เงินพ่อแม่ เลย
อาจจะได้รับทุนเรียนฟรีตั้งแต่ ม.1 ยาวไปจนถึง มหาลัยได้
หรือจะเอาแค่ เรียนได้ ค่าเทอม ซักไม่ถึง 2-40000 ก็เข้าทำงาน ไต่ระดับถึงผู้บริหารได้เช่นกัน
ปัญหามีไว้ให้แก้ ครับ ไม่ใช่ไว้ให้กลัว
เหมือนมีหนามอยู่ ทางเดินข้างหน้า บางคนก็กลัว เหยียบ ไม่ได้เดินไปต่อ บางคนก็กล้าเดินเลี่ยง บางคน ใส่รองเท้าเหยียบหนามไปเลย ก็มี

ส่วนเรื่องการจับจ่าย เที่ยว กิน ดื่ม ถ้าพ่อแม่ที่ฉลาดหน่อย เขาก็จะไม่เน้น เรื่องพวกนี้ ครับ
เขาจะมองการลงทุนในอนาคต มากกว่า บางคนเพื่อธุรกิจ แทบจะไม่ได้นอนทุ่มเทเพื่องาน
ถ้ามัวแต่ มาห่วงเรื่อง กิน เรื่อง ต้องมีรถ มีบ้าน สุดท้ายอาจจะได้มาแต่หนี้
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่