นิสิต นักศึกษา 9 สถาบัน ยื่นศาลปกครอง บัตรมีบาร์โค้ด เลือกตั้งไม่ชอบกม. ให้กกต.จัดเลือกตั้งใหม่
https://www.matichon.co.th/politics/election69/news_5598639
.

.
ตัวแทนเครือข่ายนิสิต นักศึกษา 9 มหา’ลัย ร้องศาลปกครอง พิพากษาสั่งเลือกตั้ง’69 ไม่ชอบ กม. ปมบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด พร้อมให้ กกต.จัดเลือกตั้งใหม่
.
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 16 กุมภาพันธ์ ที่ศาลปกครองกลาง ตัวแทนเครือข่ายนักศึกษา 9 สถาบัน ประกอบด้วย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มหาวิทยาลัยรามคำแหง และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ นำโดย นาย
ธีรภัทร ศุภพิทักษ์ไพบูลย์ ผู้ประสานงานกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม เดินทางมายื่นฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และเลขาธิการ กกต. ต่อศาลปกครองกลาง
.
นาย
ธีรภัทรกล่าวว่า กกต.จัดการเลือกตั้ง วันที่ 8 ก.พ.2569 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากจัดทำบัตรเลือกตั้งที่มีรหัส บาร์โค้ด ซึ่งสามารถระบุหรือย้อนกลับไปถึงตัวตนของผู้ลงคะแนนได้ เป็นการละเมิดหลักการ “
การลงคะแนนลับ” ตามรัฐธรรมนูญ โดยขอให้ศาลมีคำพิพากษาให้การจัดการเลือกตั้ง วันที่ 8 ก.พ.2569 เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
.
พร้อมให้ กกต.จัดการเลือกตั้งใหม่ให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด และสั่งห้ามให้ กกต.และเลขาธิการ กกต. รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำระบบรหัสคิวอาร์โค้ด หรือเทคโนโลยีอื่นใดที่มีลักษณะในการระบุหรือเชื่อมโยงถึงตัวตนผู้มีสิทธิเลือกตั้งมาใช้จัดทำบัตรเลือกตั้ง หรือใช้ในกระบวนลงคะแนนเลือกตั้งในครั้งต่อๆไป โดยขอให้ศาลพิจารณาคดีนี้โดยเร่งด่วนเพื่อประโยชน์ของรัฐและประชาชน
.
นอกจากนี้ เครือข่ายนักศึกษา 9 สถาบันยังขอให้ศาลสั่งให้ กกต.ระงับการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งไว้เป็นการชั่วคราว จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด เพื่อป้องกันความเสียหายที่ยากจะแก้ไขเยียวยาหากมีการรับรองผลไปก่อน
.
.
ผู้สมัครปชน. ยื่นฟัน PDPA กกต. เอาผิดทางปกครอง-อาญา ปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง จี้ทำลายทิ้ง
https://www.matichon.co.th/politics/election69/news_5598391
.
ผู้สมัคร ส.ส.ปทุมธานี ปชน. ร้อง สคส.เอาผิด กกต.ทั้งทางปกครองและอาญา ปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งทำข้อมูลประชาชนรั่วไหล สั่งทำลายบาร์โค้ดแถวล่างทิ้ง ลั่นไม่มีประโยชน์ ทำคูหาเลือกตั้งให้ปลอดภัย ไม่ใช่กล้องสอดแนม
.
เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นาย
ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 8 ปทุมธานี พรรคประชาชน และเป็นอดีต ส.ส.ปทุมธานี พรรคประชาชน เปิดเผยก่อนเดินทางไปยื่นคำร้องต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ให้เอาผิด กกต.กรณีจัดทำบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดที่สามารถทำให้สอบทานกลับไปถึงตัวผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยตรงและลับ
.
นาย
ประสิทธิ์กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวผิดกฎหมายข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล โดยที่ผ่านมาก็เคยเอาผิดแล้วในการทำข้อมูลรั่วไหล แต่ยังไม่เคยมีการเอาผิดในขั้นของการรวบรวมข้อมูล ซึ่งคำร้องของตนจะเอาผิดตั้งแต่ขั้นตอนการรวบรวมข้อมูล จนถึงขั้นตอนการเผยแพร่ การติดบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งทำให้สามารถค้นไปถึงคนที่กาบัตรว่าคือใคร สามารถติดตามได้ทั่วประเทศไทย ถือเป็นความผิดตามมาตรา 19 เป็นการเก็บข้อมูลข่าวสารโดยไม่ได้รับการยินยอม มาตรา 22 กำหนดว่าการเก็บข้อมูลต้องเก็บเท่าที่จำเป็น แต่คิวอาร์โค้ดไม่มีความจำเป็นต่อการนับคะแนน มาตรา 23 การเก็บข้อมูลส่วนบุคคลต้องแจ้งให้ทราบก่อนล่วงหน้า แต่ครั้งนี้ก็ไม่มีการแจ้งเช่นกัน มาตรา 26 ห้ามไม่ให้มีการเก็บข้อมูลความคิดเห็นทางการเมือง โดยไม่ได้รับการยินยอมจากเจ้าของความเห็น ซึ่งอันนี้สำคัญที่สุด มีความผิดทางอาญาจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 500,000 บาท
.
นาย
ประสิทธิ์กล่าวว่า ดังนั้น จึงต้องการให้ สคส.ทำการตรวจสอบว่าบาร์โค้ดที่บัตรเลือกตั้งสามารถย้อนกลับไปถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้จริงหรือไม่ อย่างไรก็ตาม จากคำแถลงของ กกต.ก็ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่าสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปได้ การตรวจคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ถึงแม้จะไม่ได้ลิงก์โดยตรงไปยังต้นขั้ว แต่ถ้าเรามีฐานข้อมูลที่สามารถจับคู่ระหว่างเลขที่บัตรกับคิวอาร์โค้ดดังกล่าวก็สามารถตรวจได้โดยตรงเช่นกัน
.
นาย
ประสิทธิ์กล่าวอีกว่า ตอนนี้ขอให้มีการทำลายบัตร หรือแยกต้นขั้ว แยกบาร์โค้ด ออกจากบัตรเลือกตั้งอย่างถาวร จะใช้วิธีการทำลายทิ้งก็ได้ เพื่อไม่ให้มีการเชื่อมข้อมูลต่อไป เพราะบาร์โค้ดจะอยู่ด้านล่าง ไม่มีความจำเป็นก็ตัดออก รายละเอียดของเบอร์ผู้สมัครยังอยู่ข้างบน และขอให้ สคส.ลงโทษ กกต.ทั้งทางอาญาและปกครอง ซึ่ง กกต.อาจจะมีข้อโต้แย้งว่าการจัดการเลือกตั้งเป็นหน้าที่ของ กกต. กกต.สามารถจัดเก็บข้อมูลได้ ซึ่งตามกฎหมาย PDPA มาตรา 4 (4) แม้จะมีข้อยกเว้นว่าทางรัฐสภา หรือองค์กรที่แต่งตั้งโดยรัฐสภา สามารถเก็บข้อมูลเหล่านี้ได้เพื่อการพิจารณาคดี แต่ไม่ใช่การเก็บรวบรวมเพื่อการบริหาร ซึ่งการพิมพ์บัตรที่มีบาร์โค้ดเป็นขั้นตอนของการบริหารจัดการ การนับคะแนนก็ยังอยู่ในขั้นตอนของการบริหารจัดการ ไม่ได้อยู่ในขั้นตอนของการพิจารณาคดี ดังนั้น ที่ กกต.โต้แย้งว่าสามารถทำได้นั้นจึงฟังไม่ขึ้น หรือที่อ้างว่าการพิมพ์บาร์โค้ดก็เพื่อสร้างระบบความปลอดภัยขึ้นนั้น ตนเห็นว่าการจะสร้างความปลอดภัยป้องกันการปลอมแปลงมีวิธีการอื่นมากมาย ที่ไม่ใช่บาร์โค้ด และความปลอดภัยต้องไม่แลกมาด้วยการละเมิดสิทธิ ข้อมูลพื้นฐานของประชาชน
.
นาย
ประสิทธิ์กล่าวต่อว่า ยืนยันว่าไม่ได้มาร้องเรียนเพื่อตัวเอง เพราะข้อมูลตรงนี้เป็นของประชาชน 30 กว่าล้านคนที่มาใช้สิทธิ ไม่ได้เกี่ยวกับคะแนนเลือกตั้ง แต่เกี่ยวกับการรวบรวมข้อมูลและการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล การไปล้วงความคิดเห็นทางการเมืองถือเป็นเรื่องอันตรายมาก อย่างที่ตนได้ยื่นเหตุผล 5 ข้อ ประกอบการฟ้องร้องต่อศาลปกครองไปเมื่อวันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมา ต่อศาลปกครองว่า ถ้าพรรคการเมืองได้ข้อมูลการเลือกตั้งของบุคคลไปเขาก็จะรู้ว่าใครเลือกเขาหรือไม่เลือก หรือสมมุติว่ามีการซื้อเสียง คนที่ซื้อเสียงก็จะซื้อเสียงได้ตรงเป้ามากขึ้น ข้อมูลตรงนี้จึงเป็นความได้เปรียบเสียเปรียบของพรรคการเมือง และจะทำให้ชนะการเลือกตั้งไปอีกหลายครั้งในอนาคต อีกทั้งการรู้ข้อมูลเหล่านี้ก็จะส่งผลกระทบต่อผู้ที่เป็นข้าราชการ เพราะถ้ารู้ว่าข้าราชการคนไหนไม่เลือกพรรคของตน หากเขาได้เข้าไปมีอำนาจข้าราชการคนนั้นก็จะไม่เจริญก้าวหน้าในอาชีพการงาน ดังนั้น จึงเห็นว่าคูหาเลือกตั้งของเราควรจะเป็นที่ปลอดภัยที่สุด ไม่ใช่เป็นกล้องสอดแนม
.
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า นาย
ประสิทธิ์ได้ระบุทางเฟซบุ๊กเพิ่มเติม กรณีคำร้องที่ยื่นต่อศาลปกครอง ล่าสุดสำนักงานศาลปกครองกลางได้รับเรื่องแล้ว เป็นคดีดำหมายเลข 310/2569 ทั้งนี้ เพื่อขอให้ทำลายบัตรเลือกตั้ง หรือแยกส่วนบาร์โค้ด และ QR code ออกจากบัตรเลือกตั้งอย่างถาวร โดยเร็วที่สุด เพื่อรักษาความลับในการลงคะแนนเสียงของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ
.
.
เลือกตั้ง 2569 : เจ้าหน้าที่ กปน. ถูกสอบ ปมถ่ายบัตรเลือกตั้งเห็นบาร์โคดพร้อมต้นขั้ว
https://www.pptvhd36.com/news/การเมือง/268601
.
เจ้าหน้าที่ กปน. ร้อง หลังถูกเรียกสอบปมถ่ายบัตรเลือกตั้งเปล่า คาดถูกสอบเพราะถ่ายเห็นบาร์โคดพร้อมต้นขั้ว จนพิสูจน์ได้ว่าบาร์โคดบอกเจ้าของได้
.
เมื่อวันที่ 15 ก.พ. 69 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ “เท้ง” หัวหน้าพรรคประชาชน ได้แชร์โพสต์ของ นายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ CEO บริษัท DomeCloud ผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีที่เป็นผู้เปิดประเด็นบาร์โคดบนบัตรเลือกตั้ง 2569 แบบแบ่งเขต
.
นายณัฐพงษ์ระบุว่า “ดีแต่ขู่ฟ้องประชาชน เรียกสอบ เจ้าหน้าที่สุจริต ตัวเองที่ผิดพลาดเรื่องการทำบัตร ไม่เคยมีใครต้องรับผิดชอบ … ประเทศนี้!”
.
โดยโพสต์ของนายธนารัตน์ที่ถูกแชร์นั้น เป็นภาพบทสนทนาที่มีการแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) รายหนึ่งถูกอำเภอเรียกสอบเพราะถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งที่เป็นหลักฐานว่า “บาร์โคดตรงกับเลขที่บัตร”
.
เจ้าหน้าที่ที่สนทนากับนายธนารัตน์แจ้งว่า “ตอนนี้น้องที่เป็น กปน. เขาบอกว่า เขาโดนสอบที่อำเภอ เพราะเขาทราบว่าหน่วยนี้อยู่ไหน เพราะรูปนี้หลุดไปค่ะ”
.
รูปดังกล่าวเป็นรูปบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตสีชมพู ซึ่งนายธนารัตน์เคยระบุไว้ก่อนหน้านี้ว่า “ได้หลักฐานบัตรชมพูมาเพิ่มอีกใบแล้วครับ บาร์โคดตรงกับเลขที่บัตรชัดกว่ารูปก่อนหน้าเสียอีก”
.
นายธนารัตน์กล่าวถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ กปน. โดนเรียกสอบว่า “กกต. คุณผิดที่ออกแบบบัตรเลือกตั้งแบบนี้ อย่าหาเรื่องโยนความผิดให้เจ้าหน้าที่ กปน. วอนพี่ ๆ สื่อช่วยทำข่าวและให้ความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่ กปน.ด้วยนะครับ พวกเขาคือฮีโร่”
.
นายธนารัตน์เสริมว่า “สำหรับเจ้าหน้าที่ท่านใด ถูกเรียกสอบ ติดต่อผมได้เลย มีนักกฎหมายและพี่ ๆ สื่อรอช่วยเหลือครับ เราไม่ทิ้งกันครับ”
.
นอกจากนี้ นายธนารัตน์ยังได้รับข้อมูลจากประธาน กปน. ท่านหนึ่ง ได้มาให้ความรู้ไว้ว่า เจ้าหน้าที่ กปน. ที่ถูกเรียกสอบ เนื่องจากถ่าย “บัตรเลือกตั้งเปล่า” ไม่ถือว่ามีความผิด
.
เนื่องจากจะมีแค่ตอนเข้าคู่หา (ฉากกำบังสีเขียว) เท่านั้นที่ห้ามถ่าย ส่วนอื่น ๆ ถ้าถ่ายแล้วไม่ติดบัตรที่เห็นว่ากาเบอร์ไหนก็ไม่เป็นไร ยกเว้นผู้สังเกตการณ์ แต่ต้องมาหนังสือขออนุญาตถึงจะเข้ามานั่งสังเกตการณ์ได้
.
https://www.facebook.com/natthaphong.ruengpanyawut/posts/pfbid0SK4jLW4T6uf42WYvbpv8XcfpQwg9ez175pADDGXiK381rqNqSGTByVTWPQaCZmjbl
.
https://www.facebook.com/earthchie/posts/pfbid0VZEZLw7EXTRmHww4FrEUBND8yUN2jCYvuaxhe67TT8PsoxiWzATJervQaWZuGijtl
.
.
ทนายรัชพล ยื่น ป.ป.ช. เอาผิด กกต. ชี้ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ปมบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง
https://www.matichon.co.th/politics/election69/news_5598423
.
ทนายรัชพล ยื่น ป.ป.ช. เอาผิด กกต. ชี้ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ปมบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง
.
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 69 นาย
รัชพล ศิริสาคร ทนายความชื่อดัง เดินทางมาที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ถนนสนามบินน้ำ ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี เพื่อเข้ายื่นหนังสือแจ้งความเอาผิดเจ้าหน้าที่ กกต. ตามประมวลกฏหมายอาญา ม.157 เรื่อง ขอให้สืบสวนสอบสวนเจ้าหน้าที่สำนักงาน กกต. ซึ่งเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ได้รับเรื่องไว้
.
นาย
รัชพลกล่าวว่า ตนรวบรวมเอกสารที่เป็นข่าวทุกอย่างมายื่นต่อ ป.ป.ช. เพราะเห็นกระแสบอกว่าอยากให้เจ้าหน้าที่ กกต.ติดคุก แต่เท่าที่ตนดูแล้วมีการแจ้งความเพียงไม่กี่ราย ต้องบอกว่าคดีนี้ต้องไม่ใช่แค่พูดเพียงอย่างเดียวแล้ว กกต.จะติดคุก วันนี้ตนจึงมาเป็นสารตั้งต้นในการแจ้งความให้ ป.ป.ช.ดำเนินคดีมาตรา 157 เพราะว่าถ้าเราไม่แจ้งความ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.เขาก็ไปสอบสวนไม่ได้ หรือไม่มันก็มีอีกทางหนึ่ง ก็คือการฟ้องตรงต่อศาล ซึ่งในส่วนนี้เอกสารอะไรต่างๆ มันรวบรวมได้ยาก วันนี้ตนก็เลยมาเป็นฐานตั้งต้นในการยื่นเรื่องเพื่อที่จะดำเนินคดีกับ กกต. ในส่วนที่เราทราบกันอยู่ ซึ่งกำลังเป็นข่าว
JJNY : ยื่นศาลปค.เลือกตั้งไม่ชอบกม.│ยื่นฟัน PDPA กกต.│กปน.ถูกสอบ│ยื่นป.ป.ช.เอาผิดกกต.│ลุงแหวงลั่นไม่กลัว!│วิกฤตประมงไทย
https://www.matichon.co.th/politics/election69/news_5598639
.
.
ตัวแทนเครือข่ายนิสิต นักศึกษา 9 มหา’ลัย ร้องศาลปกครอง พิพากษาสั่งเลือกตั้ง’69 ไม่ชอบ กม. ปมบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด พร้อมให้ กกต.จัดเลือกตั้งใหม่
.
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 16 กุมภาพันธ์ ที่ศาลปกครองกลาง ตัวแทนเครือข่ายนักศึกษา 9 สถาบัน ประกอบด้วย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มหาวิทยาลัยรามคำแหง และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ นำโดย นายธีรภัทร ศุภพิทักษ์ไพบูลย์ ผู้ประสานงานกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม เดินทางมายื่นฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และเลขาธิการ กกต. ต่อศาลปกครองกลาง
.
นายธีรภัทรกล่าวว่า กกต.จัดการเลือกตั้ง วันที่ 8 ก.พ.2569 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากจัดทำบัตรเลือกตั้งที่มีรหัส บาร์โค้ด ซึ่งสามารถระบุหรือย้อนกลับไปถึงตัวตนของผู้ลงคะแนนได้ เป็นการละเมิดหลักการ “การลงคะแนนลับ” ตามรัฐธรรมนูญ โดยขอให้ศาลมีคำพิพากษาให้การจัดการเลือกตั้ง วันที่ 8 ก.พ.2569 เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
.
พร้อมให้ กกต.จัดการเลือกตั้งใหม่ให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด และสั่งห้ามให้ กกต.และเลขาธิการ กกต. รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำระบบรหัสคิวอาร์โค้ด หรือเทคโนโลยีอื่นใดที่มีลักษณะในการระบุหรือเชื่อมโยงถึงตัวตนผู้มีสิทธิเลือกตั้งมาใช้จัดทำบัตรเลือกตั้ง หรือใช้ในกระบวนลงคะแนนเลือกตั้งในครั้งต่อๆไป โดยขอให้ศาลพิจารณาคดีนี้โดยเร่งด่วนเพื่อประโยชน์ของรัฐและประชาชน
.
นอกจากนี้ เครือข่ายนักศึกษา 9 สถาบันยังขอให้ศาลสั่งให้ กกต.ระงับการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งไว้เป็นการชั่วคราว จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด เพื่อป้องกันความเสียหายที่ยากจะแก้ไขเยียวยาหากมีการรับรองผลไปก่อน
.
.
ผู้สมัครปชน. ยื่นฟัน PDPA กกต. เอาผิดทางปกครอง-อาญา ปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง จี้ทำลายทิ้ง
https://www.matichon.co.th/politics/election69/news_5598391
.
ผู้สมัคร ส.ส.ปทุมธานี ปชน. ร้อง สคส.เอาผิด กกต.ทั้งทางปกครองและอาญา ปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งทำข้อมูลประชาชนรั่วไหล สั่งทำลายบาร์โค้ดแถวล่างทิ้ง ลั่นไม่มีประโยชน์ ทำคูหาเลือกตั้งให้ปลอดภัย ไม่ใช่กล้องสอดแนม
.
เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 8 ปทุมธานี พรรคประชาชน และเป็นอดีต ส.ส.ปทุมธานี พรรคประชาชน เปิดเผยก่อนเดินทางไปยื่นคำร้องต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ให้เอาผิด กกต.กรณีจัดทำบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดที่สามารถทำให้สอบทานกลับไปถึงตัวผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยตรงและลับ
.
นายประสิทธิ์กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวผิดกฎหมายข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล โดยที่ผ่านมาก็เคยเอาผิดแล้วในการทำข้อมูลรั่วไหล แต่ยังไม่เคยมีการเอาผิดในขั้นของการรวบรวมข้อมูล ซึ่งคำร้องของตนจะเอาผิดตั้งแต่ขั้นตอนการรวบรวมข้อมูล จนถึงขั้นตอนการเผยแพร่ การติดบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งทำให้สามารถค้นไปถึงคนที่กาบัตรว่าคือใคร สามารถติดตามได้ทั่วประเทศไทย ถือเป็นความผิดตามมาตรา 19 เป็นการเก็บข้อมูลข่าวสารโดยไม่ได้รับการยินยอม มาตรา 22 กำหนดว่าการเก็บข้อมูลต้องเก็บเท่าที่จำเป็น แต่คิวอาร์โค้ดไม่มีความจำเป็นต่อการนับคะแนน มาตรา 23 การเก็บข้อมูลส่วนบุคคลต้องแจ้งให้ทราบก่อนล่วงหน้า แต่ครั้งนี้ก็ไม่มีการแจ้งเช่นกัน มาตรา 26 ห้ามไม่ให้มีการเก็บข้อมูลความคิดเห็นทางการเมือง โดยไม่ได้รับการยินยอมจากเจ้าของความเห็น ซึ่งอันนี้สำคัญที่สุด มีความผิดทางอาญาจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 500,000 บาท
.
นายประสิทธิ์กล่าวว่า ดังนั้น จึงต้องการให้ สคส.ทำการตรวจสอบว่าบาร์โค้ดที่บัตรเลือกตั้งสามารถย้อนกลับไปถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้จริงหรือไม่ อย่างไรก็ตาม จากคำแถลงของ กกต.ก็ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่าสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปได้ การตรวจคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ถึงแม้จะไม่ได้ลิงก์โดยตรงไปยังต้นขั้ว แต่ถ้าเรามีฐานข้อมูลที่สามารถจับคู่ระหว่างเลขที่บัตรกับคิวอาร์โค้ดดังกล่าวก็สามารถตรวจได้โดยตรงเช่นกัน
.
นายประสิทธิ์กล่าวอีกว่า ตอนนี้ขอให้มีการทำลายบัตร หรือแยกต้นขั้ว แยกบาร์โค้ด ออกจากบัตรเลือกตั้งอย่างถาวร จะใช้วิธีการทำลายทิ้งก็ได้ เพื่อไม่ให้มีการเชื่อมข้อมูลต่อไป เพราะบาร์โค้ดจะอยู่ด้านล่าง ไม่มีความจำเป็นก็ตัดออก รายละเอียดของเบอร์ผู้สมัครยังอยู่ข้างบน และขอให้ สคส.ลงโทษ กกต.ทั้งทางอาญาและปกครอง ซึ่ง กกต.อาจจะมีข้อโต้แย้งว่าการจัดการเลือกตั้งเป็นหน้าที่ของ กกต. กกต.สามารถจัดเก็บข้อมูลได้ ซึ่งตามกฎหมาย PDPA มาตรา 4 (4) แม้จะมีข้อยกเว้นว่าทางรัฐสภา หรือองค์กรที่แต่งตั้งโดยรัฐสภา สามารถเก็บข้อมูลเหล่านี้ได้เพื่อการพิจารณาคดี แต่ไม่ใช่การเก็บรวบรวมเพื่อการบริหาร ซึ่งการพิมพ์บัตรที่มีบาร์โค้ดเป็นขั้นตอนของการบริหารจัดการ การนับคะแนนก็ยังอยู่ในขั้นตอนของการบริหารจัดการ ไม่ได้อยู่ในขั้นตอนของการพิจารณาคดี ดังนั้น ที่ กกต.โต้แย้งว่าสามารถทำได้นั้นจึงฟังไม่ขึ้น หรือที่อ้างว่าการพิมพ์บาร์โค้ดก็เพื่อสร้างระบบความปลอดภัยขึ้นนั้น ตนเห็นว่าการจะสร้างความปลอดภัยป้องกันการปลอมแปลงมีวิธีการอื่นมากมาย ที่ไม่ใช่บาร์โค้ด และความปลอดภัยต้องไม่แลกมาด้วยการละเมิดสิทธิ ข้อมูลพื้นฐานของประชาชน
.
นายประสิทธิ์กล่าวต่อว่า ยืนยันว่าไม่ได้มาร้องเรียนเพื่อตัวเอง เพราะข้อมูลตรงนี้เป็นของประชาชน 30 กว่าล้านคนที่มาใช้สิทธิ ไม่ได้เกี่ยวกับคะแนนเลือกตั้ง แต่เกี่ยวกับการรวบรวมข้อมูลและการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล การไปล้วงความคิดเห็นทางการเมืองถือเป็นเรื่องอันตรายมาก อย่างที่ตนได้ยื่นเหตุผล 5 ข้อ ประกอบการฟ้องร้องต่อศาลปกครองไปเมื่อวันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมา ต่อศาลปกครองว่า ถ้าพรรคการเมืองได้ข้อมูลการเลือกตั้งของบุคคลไปเขาก็จะรู้ว่าใครเลือกเขาหรือไม่เลือก หรือสมมุติว่ามีการซื้อเสียง คนที่ซื้อเสียงก็จะซื้อเสียงได้ตรงเป้ามากขึ้น ข้อมูลตรงนี้จึงเป็นความได้เปรียบเสียเปรียบของพรรคการเมือง และจะทำให้ชนะการเลือกตั้งไปอีกหลายครั้งในอนาคต อีกทั้งการรู้ข้อมูลเหล่านี้ก็จะส่งผลกระทบต่อผู้ที่เป็นข้าราชการ เพราะถ้ารู้ว่าข้าราชการคนไหนไม่เลือกพรรคของตน หากเขาได้เข้าไปมีอำนาจข้าราชการคนนั้นก็จะไม่เจริญก้าวหน้าในอาชีพการงาน ดังนั้น จึงเห็นว่าคูหาเลือกตั้งของเราควรจะเป็นที่ปลอดภัยที่สุด ไม่ใช่เป็นกล้องสอดแนม
.
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า นายประสิทธิ์ได้ระบุทางเฟซบุ๊กเพิ่มเติม กรณีคำร้องที่ยื่นต่อศาลปกครอง ล่าสุดสำนักงานศาลปกครองกลางได้รับเรื่องแล้ว เป็นคดีดำหมายเลข 310/2569 ทั้งนี้ เพื่อขอให้ทำลายบัตรเลือกตั้ง หรือแยกส่วนบาร์โค้ด และ QR code ออกจากบัตรเลือกตั้งอย่างถาวร โดยเร็วที่สุด เพื่อรักษาความลับในการลงคะแนนเสียงของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ
.
.
เลือกตั้ง 2569 : เจ้าหน้าที่ กปน. ถูกสอบ ปมถ่ายบัตรเลือกตั้งเห็นบาร์โคดพร้อมต้นขั้ว
https://www.pptvhd36.com/news/การเมือง/268601
.
https://www.facebook.com/natthaphong.ruengpanyawut/posts/pfbid0SK4jLW4T6uf42WYvbpv8XcfpQwg9ez175pADDGXiK381rqNqSGTByVTWPQaCZmjbl
.
https://www.facebook.com/earthchie/posts/pfbid0VZEZLw7EXTRmHww4FrEUBND8yUN2jCYvuaxhe67TT8PsoxiWzATJervQaWZuGijtl
.
.
ทนายรัชพล ยื่น ป.ป.ช. เอาผิด กกต. ชี้ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ปมบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง
https://www.matichon.co.th/politics/election69/news_5598423
.
ทนายรัชพล ยื่น ป.ป.ช. เอาผิด กกต. ชี้ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ปมบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง
.
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 69 นายรัชพล ศิริสาคร ทนายความชื่อดัง เดินทางมาที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ถนนสนามบินน้ำ ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี เพื่อเข้ายื่นหนังสือแจ้งความเอาผิดเจ้าหน้าที่ กกต. ตามประมวลกฏหมายอาญา ม.157 เรื่อง ขอให้สืบสวนสอบสวนเจ้าหน้าที่สำนักงาน กกต. ซึ่งเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ได้รับเรื่องไว้
.
นายรัชพลกล่าวว่า ตนรวบรวมเอกสารที่เป็นข่าวทุกอย่างมายื่นต่อ ป.ป.ช. เพราะเห็นกระแสบอกว่าอยากให้เจ้าหน้าที่ กกต.ติดคุก แต่เท่าที่ตนดูแล้วมีการแจ้งความเพียงไม่กี่ราย ต้องบอกว่าคดีนี้ต้องไม่ใช่แค่พูดเพียงอย่างเดียวแล้ว กกต.จะติดคุก วันนี้ตนจึงมาเป็นสารตั้งต้นในการแจ้งความให้ ป.ป.ช.ดำเนินคดีมาตรา 157 เพราะว่าถ้าเราไม่แจ้งความ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.เขาก็ไปสอบสวนไม่ได้ หรือไม่มันก็มีอีกทางหนึ่ง ก็คือการฟ้องตรงต่อศาล ซึ่งในส่วนนี้เอกสารอะไรต่างๆ มันรวบรวมได้ยาก วันนี้ตนก็เลยมาเป็นฐานตั้งต้นในการยื่นเรื่องเพื่อที่จะดำเนินคดีกับ กกต. ในส่วนที่เราทราบกันอยู่ ซึ่งกำลังเป็นข่าว