ผู้สมัคร สส. พรรคประชาชน ยื่นหลักฐานใบขีดนับคะแนนโผล่บ่อขยะสมุทรปราการ พร้อมร้อง PDPA กกต. ปมบาร์โค้ดล้วงข้อมูล

UPDATE: ผู้สมัคร สส. พรรคประชาชน ยื่นหลักฐานใบขีดนับคะแนนโผล่บ่อขยะสมุทรปราการ พร้อมร้อง PDPA กกต. ปมบาร์โค้ดล้วงข้อมูล





วันนี้ (16 กุมภาพันธ์) ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งการเลือกตั้ง (กกต.) 2 ผู้สมัคร สส. ของพรรคประชาชน ได้แก่ วีรภัทร คันธะ ผู้สมัคร สส. สมุทรปราการ และ ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ผู้สมัคร สส. ปทุมธานี เข้ายื่นหนังสือต่อ กกต. ขอให้ตรวจสอบ กรณีพบใบขีดคะแนนในพื้นที่สมุทรปราการ และตรวจสอบบาร์โค้ดที่ปรากฎบนบัตรเลือกตั้งว่าเข้าข่าย PDPA หรือไม่

วีรภัทรกล่าวว่า กรณีนี้สืบเนื่องจากที่มีการนำใบขีดคะแนนและป้ายต่างๆ ทิ้งที่บ่อขยะในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ วันนี้จึงได้นำเอกสารขอคัดค้านผลการเลือกตั้งและขอให้นับคะแนนใหม่ ความผิดปกติที่เกิดขึ้นตนได้รวบรวมข้อมูลหลักฐานที่นำไปสู่การนับคะแนนใหม่ ตาม พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หากหน่วยใดหรือเขตเลือกตั้งใดที่มีความรู้สึกว่าไม่สุจริตไม่โปร่งใส สามารถนับคะแนนใหม่ได้

วีรภัทรเผยว่า ได้รับรายงานจากหลายคนที่พบความผิดปกติในการเลือกตั้งพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ ไม่ใช่แค่ใบขีดคะแนนเท่านั้น แต่พฤติกรรมของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) และอีกหลายเรื่อง เช่น ใบลงคะแนนที่มีปัญหา แม้แต่หน้าหน่วยเลือกตั้งที่มีการนำเอาชื่อคนอื่นมาติดแทนชื่อของตน ซึ่งข้อมูลเบื้องต้น ได้ยื่นต่อ กกต. ประจำจังหวัดไปแล้วเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะใบขีดคะแนน ซึ่งเป็นส่วนที่มีความสำคัญ ได้นำไปทิ้งที่บ่อขยะที่อยู่ในพื้นที่ปิดของเทศบาลเมืองลัดหลวง ตนเข้าใจว่าเป็นการเช่าพื้นที่จากเทศบาลตำบลพระสมุทรเจดีย์

วีรภัทรระบุว่า ยังมีเอกสารอื่นๆ ด้วย เช่น ใบรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มาจากจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นที่น่าแปลกใจ ว่าเหตุใดถึงมาปรากฎที่บ่อขยะแห่งนี้ และถ้าเราไม่ได้พบพลเมืองดี เราคงไม่ทราบว่ามีการนำเอาขยะมาทิ้ง เอาอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งมาทิ้ง เรื่องนี้คิดว่าต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นเรื่องที่กระทบไม่ใช่แค่หน่วยใดหน่วยหนึ่ง เอกสารที่พบนี้อาจเป็นแค่บางส่วนด้วยซ้ำ ยังมีที่เราไม่พบอีก จะเป็นอย่างไร จึงนำรายละเอียดมายื่นต่อ กกต.เพื่อร้องขอถ้าไม่นับคะแนนใหม่ ก็ควรจะเลือกตั้งใหม่

“กกต. เองเคยดูงานที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งผมได้รับรายงานมาว่า กกต.ไปดูงานเรื่องประชามติ ซึ่งประเทศสวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศที่มีการกระจายอำนาจ โดยเฉพาะเรื่องการจัดประชามติอย่างโปร่งใส แต่ กกต. เองในที่นั้น มีการพูดในลักษณะที่ว่าความโปร่งใสแบบนี้ไม่น่าจะทำได้ที่ประเทศของเรา ซึ่งผมคิดว่าสมควรตั้งข้อสงสัยมากๆ ว่าในการดูงานของ กกต. เสียเปล่าหรือไม่” วีรภัทรกล่าว

ด้านประสิทธิ์กล่าวว่า วันนี้มีมาแจ้ง PDPA ต่อ กกต. ซึ่งมีโทษอาญาถึงขั้นจำคุกคดี เราเห็นแล้วว่ามีการใช้บาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง ซึ่งจะผิดกฎหมายข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล ที่ผ่านมาเคยมีการเอาผิดแล้วเรื่องข้อมูลรั่วไหล แต่ยังไม่มีการเอาผิดเรื่องขั้นตอนการรวบรวมข้อมูล ซึ่งคำร้องของตนจะเอาผิดตั้งแต่ขั้นตอนรวบรวมข้อมูล จนถึงขั้นตอนการเผยแพร่

ประสิทธิ์กล่าวอีกว่า ข้อมูลส่วนบุคคลต้องแจ้งให้ทราบก่อนล่วงหน้า ซึ่งไม่มีการแจ้งให้ประชาชนรับทราบ และที่สำคัญที่สุด ห้ามไม่ให้เก็บข้อมูลความคิดเห็นทางการเมือง ตามมาตรา 26 ถือเป็นคดีอาญาจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 500,000 บาท

ประสิทธิ์ยังขอให้ลงโทษ กกต.ทั้งทางปกครองคือการจัดทำข้อมูลบาร์โค้ดออกมา และทางอาญาคือการเก็บรวบรวมข้อมูล ซึ่ง กกต.อาจจะมีข้อโต้แย้งว่าการจัดการเลือกตั้งเป็นหน้าที่ของ กกต. สามารถเก็บรวบรวมข้อมูลได้ แต่ตามกฎหมาย รัฐสภาหรือองค์กรที่แต่งตั้งโดยรัฐสภาสามารถเก็บรวบรวมข้อมูลเหล่านี้ได้เพื่อการพิจารณาคดี ไม่ใช่เก็บรวบรวมเพื่อการบริหารจัดการ เพราะการที่บัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด เป็นขั้นตอนการบริหารจัดการ การนับคะแนนก็อยู่ในขั้นตอนการบริหารจัดการ เพราะฉะนั้น สิ่งเหล่านี้กกต.จะพูดว่าสามารถทำได้ จะต้องตกไป

ส่วนที่มีข้ออ้างว่าพิมพ์บาร์โค้ดเพื่อเป็นการสร้างความปลอดภัย ประสิทธิ์โต้แย้งว่าการสร้างความปลอดภัย ป้องกันการปลอมแปลง มีวิธีการอื่นอีกเยอะแยะมากมาย ไม่จำเป็นต้องมีการพิมพ์บาร์โค้ด เพราะความปลอดภัยไม่จำเป็นต้องแลกมาด้วยกันละเมิดสิทธิข้อมูลพื้นฐานของประชาชน

“ผมไม่ได้มาร้องเรียนเพื่อตัวเอง อย่างที่ทราบ ข้อมูลส่วนนี้มีประชาชนที่ไปเลือกตั้งทั่วประเทศ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคะแนนเลือกตั้งได้อย่างไร ไม่ได้เกี่ยวกับผลการเลือกตั้ง แต่เกี่ยวกับการรวบรวมข้อมูลและการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล การล้วงความเห็นทางการเมือง ซึ่งเป็นอันตรายร้ายแรงมาก” ประสิทธิ์กล่าว

ประสิทธิ์เปิดเผยว่า ได้ยื่นให้ศาลปกครองแล้ว ตนเป็นกังวลว่าพรรคการเมืองที่ได้ข้อมูลเหล่านี้ไป เขาจะรู้ว่าใครเลือกหรือไม่เลือกพรรคไหน หรือการซื้อเสียง เขาจะรู้ว่าคนที่ซื้อเสียงเลือกเขาหรือไม่ รอบหน้าเขาจะทำได้ตรงเป้ามากขึ้น และจะทำให้ชนะการเลือกตั้งไปอีกหลายครั้ง การที่รู้ทัศนคติทางการเมือง รู้ว่าข้าราชการคนไหนเลือกพรรคอะไร มีผลต่อการแต่งตั้งโยกย้ายด้วย ถือว่าเป็นอันตรายมาก และประชาชนไม่เคยรู้เรื่องมาก่อน คูหาเลือกตั้งควรจะเป็นที่ปลอดภัย ไม่ใช่คูหาสอดแนม

https://www.facebook.com/share/p/1886dcmDx7/?mibextid=ZbWKwL

#TheStandardNews #พรรคประชาชน #เลือกตั้ง69
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่