คนกรุงเทพใช้รถสาธารณะ แค่ 11.8% 🚎🚕🚌

...เฮ้อ ต่อรถไปมา กว่าจะถึงเกือบหมดวัน แถมหมดตังค์อีกต่างหาก...
.
น่าตกใจ กรุงเทพฯ เมืองหลวงที่เต็มไปด้วยรถเมล์ รถไฟฟ้า แต่สถิติกลับเผยว่า คนกรุงใช้ "ขนส่งสาธารณะ" กันแค่ 11.8% เท่านั้นเอง
.
นี่คือตัวเลขจาก "สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.)" ในช่วงกลางปี 68 ผ่านการรายงานของ "สภาองค์กรเพื่อผู้บริโภค"
.
ถามว่าทำไมถึงใช้กันน้อย? เหตุผลหลักๆ ที่ผู้คนพูดเป็นเสียงเดียวคือ เพราะมัน "ไม่ตอบโจทย์"  การเดินทางเลย
.
ทั้ง "จุดเชื่อมต่อที่ไม่ต่อเนื่อง" หลายครั้งทำให้ต้องนั่งรถหลายต่อเกินความจำเป็น จนผู้คนถึงกับส่ายหัว ขอบายขนส่งสาธารณะเมืองกรุง
.
เพราะแทนที่จะอำนวยความสะดวก กลับทำให้ "เสียเวลา" แถม "สูญเงิน" ไปเยอะมาก พอคำนวณดูแล้ว หลายคนเลยเลือกใช้ "รถส่วนตัว" ถึงจะ "รถติด" ยังไง แต่หลายครั้งกลับถึงไวกว่าซะอีก
.
อีกเหตุผลที่คนไม่ค่อยอยากนั่งขนส่งสาธารณะ เพราะ "ราคาแพง" คิดเป็น 34-250% ของ "ค่าแรงขั้นต่ำต่อชั่วโมง" เลยทีเดียว
.
เอาไปเอามา ใช้รถส่วนตัว เผลอๆ อาจประหยัดกว่าด้วยซ้ำ อย่างที่ผู้ใช้งานจริงหลายคน ออกมาโพสต์แชร์ประสบการณ์ว่า...
.
บางครั้ง ถ้าต้องนั่งขนส่งสาธารณะไปทำงาน ต้องนั่งรถถึง 4 ต่อ หมดไปวันละ 200 บาท ซึ่งมันแพงกว่า "ค่าน้ำมัน" ในการขับรถไปเอง
.
หลายเสียงยืนยันตรงกันว่า "ค่าโดยสารของรถไฟฟ้า" แพงกว่า "ค่าน้ำมันรถ" จริงๆ แต่จะให้ไปเลือกใช้ "รถเมล์" ที่ถูกกว่า เวลาก็ไม่แน่นอน หลายครั้งกว่าจะถึงที่หมายก็ช้ามากๆ
.
ทั้งนี้ “ค่าเดินทาง” โดยเฉพาะเขตเมืองอย่างกรุงเทพฯ ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญ ที่ส่งผลต่อรายได้คนทำงาน เพราะ 30% ของรายได้ต่อเดือนของคนกรุงเทพฯ หมดไปกับสิ่งนี้
.
คงได้แต่ฝากถึง "รัฐบาลใหม่" ที่กำลังจะเข้ามาทำหน้าที่ในเร็ววันนี้ ให้ช่วยแก้ปัญหา "ขนส่งสาธารณะ" อย่างจริงๆ จังๆ ซะที หลังทนกันมาหลายปี ทั้ง "ช้า" และ "แพง"
.
เรียบเรียง : LIVE Style
.
CR⬇️
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่