จีนลงดาบ ‘อินฟลูการเงิน’ สั่งแบนช่องถาวร ปมเอี่ยวกองทุนทำผิดระเบียบ
.
ค่ำวันที่ 5 ก.พ. ที่ผ่านมา อินฟลูเอนเซอร์สายการเงินชื่อดังของจีน เจ้าของบัญชี “爱理财的小羊” ซึ่งพัวพันกับกรณีบริษัทกองทุนทำผิดกฎระเบียบการขายอย่างร้ายแรง ถูกสั่งแบนถาวรบนแพลตฟอร์ม Ant Fortune (蚂蚁财富) และ Douyin (抖音)
.
บัญชี Douyin ของเขามีผู้ติดตามมากกว่า 4.3 ล้านคน ส่วนบน Ant Fortune มียอดผู้ติดตามทะลุหนึ่งล้าน โดยการปิดบัญชีครั้งนี้เชื่อมโยงกับกรณีที่หน่วยงานกำกับดูแลเพิ่งเผยแพร่รายงานเกี่ยวกับการขายกองทุนที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดก่อนหน้านี้
.
หลินเฟิงผู้จัดการกองทุนอาวุโส ตลอดปีที่ผ่านมา เขาเห็นรูปแบบซ้ำๆ ในวงการ คือ กองทุนจำนวนมากหันไปพึ่งอินฟลูเอนเซอร์รายใหญ่เพื่อเร่งยอดระดมทุนในระยะสั้น เนื่องจากสามารถดึงดูดนักลงทุนรายย่อยได้จริง เขายังยกตัวอย่างอีกว่า กองทุนที่ตั้งเป้าระดมทุน 200 ล้านหยวน (ราว 900 ล้านบาท) หากจังหวะตลาดดีและมีอินฟลูเอนเซอร์ช่วยโปรโมต แค่แพลตฟอร์มเดียวก็สามารถดูดเงินลงทุนได้ 100-200 ล้านหยวน (ราว 450-900 ล้านบาท) ภายในวันเดียว
.
เมื่อเร็วๆ นี้ คณะกรรมการกำกับดูแลหลักทรัพย์จีน (CSRC) ได้เผยแพร่รายงานกำกับดูแลฉบับแรกของปี 2026 เปิดเผยกรณีบริษัทกองทุนแห่งหนึ่งร่วมมือกับอินฟลูเอนเซอร์ที่ไม่มีคุณสมบัติด้านการขายกองทุน ใช้วิธีประกาศล่วงหน้าว่าจะซื้อ เพื่อชี้นำให้นักลงทุนซื้อตาม ผลคือถูกสั่งให้แก้ไขและระงับการจดทะเบียนผลิตภัณฑ์ใหม่ พร้อมขยายผลไปถึงความรับผิดชอบของผู้บริหารระดับสูง หัวหน้าฝ่ายตรวจสอบ และผู้ดูแลธุรกิจออนไลน์ ซึ่งถือว่าเข้มงวดกว่ากรณีในอดีต
.
แม้รายงานจะไม่ระบุชื่อบริษัท แต่รายละเอียดสอดคล้องกับกรณีของกองทุนที่มีชื่อว่า Debang wen ying zengzhang (德邦稳盈增长基金) ที่ก่อนหน้านี้ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางว่ามียอดเงินไหลเข้า 1.2 หมื่นล้านหยวน (ราว 5.4 หมื่นล้านบาท) ในวันเดียว โดยหลายสื่อระบุว่าบริษัทที่ถูกลงโทษคือ Topsperity Fund Management Company Limited (德邦基金)
.
กรณีนี้ถือเป็นเคสแรกที่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ หลัง “กฎบริหารจัดการค่าธรรมเนียมการขายกองทุนรวม” ของจีนมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2026 และสะท้อนชัดว่า แนวทางการใช้ทราฟฟิกจากอินฟลูเอนเซอร์เพื่อกระตุ้นยอดขายกองทุน กำลังถูกดึงกลับเข้าสู่กรอบกำกับดูแลอย่างจริงจัง รวมถึงเป็นการขีดเส้นชัดเจนว่า อินฟลูเอนเซอร์ที่เข้ามามีบทบาทในลักษณะชี้นำการซื้อขาย โดยไม่มีสิทธิ อาจเข้าข่ายการทำหน้าที่เสมือนผู้ขายกองทุนโดยไม่ได้รับอนุญาต
.
■ เบื้องหลังภาพอินฟลูเอนเซอร์โชว์พอร์ต แท้จริงคือธุรกิจรับจ้างปั่นยอดที่มีระบบและเรตราคาชัดเจน
.
หลินเฟิง ผู้จัดการกองทุนเผยว่านี่คือห่วงโซ่ธุรกิจสีเทาที่ทำกันเป็นกระบวนการผ่านเอเจนซี่ เพื่อเร่งยอดขายตามใบสั่งผู้บริหาร โดยมักโพสต์โชว์พอร์ตบังหน้า จ้างหน้าม้าปั่นคอมเมนต์ สร้างบรรยากาศให้คนแห่ซื้อตาม พร้อมปั้นกระแสไวรัลครบวงจร ตั้งแต่ปูสตอรี่ บิ๊วอารมณ์ ไปจนถึงปิดการขายอย่างแนบเนียน
.
ยกตัวอย่างจากกองทุนที่แทบไม่มีใครพูดถึงก่อนหน้านั้น กลายเป็นกระแสในพริบตา เพราะเงินไหลเข้าพรวดภายในวันเดียว
.
วันที่ 12 ม.ค. หุ้นหลัก 6 ตัวในพอร์ตของกองทุนพุ่งชนเพดาน คำนวณตามสัดส่วนแล้วผลตอบแทนควรใกล้ 15% แต่หน่วยลงทุนขึ้นเพียง 8.31% และวันที่ 14 ม.ค. หุ้นหลัก 5 ตัวบวกเกิน 5% แต่กองทุนขึ้นแค่ 0.63%
.
นักลงทุนจึงคำนวณพบว่า กำไรของผู้ถือเดิมถูก “เงินใหม่” เจือจางเกือบ 100 เท่า เพราะเงินระดับหมื่นล้านหยวนที่ไหลเข้าในวันเดียว ยังไม่สามารถนำไปลงทุนได้ทันทีตามขั้นตอน เงินก้อนใหญ่จึงกลายเป็นภาระถ่วงผลตอบแทน
.
ช่วงแรกบริษัทปฏิเสธว่าไม่ได้จ้างอินฟลูเอนเซอร์ช่วยขาย และไม่ได้เปิดเผยขนาดกองทุนระหว่างวัน แต่วันถัดมากลับรีบประกาศจำกัดการซื้อทันที
.
อินฟลูเอนเซอร์ระดับท็อปโพสต์เดียวค่าจ้างหลักแสนหยวน บางรายไม่ต้องเขียนเอง เอเจนซี่จัดการให้ ส่วนบัญชีกลางๆ ค่าจ้างหลักพันถึงหมื่นหยวนก็ปิดงานได้ ปัญหาคือทำสัญญาขายอย่างเป็นทางการไม่ได้ เงินสำหรับการซื้อกระแสจึงถูกเปลี่ยนเป็นค่าผลิตสื่อ ค่าออกแบบ หรือค่าบริการเทคนิค บาง MCN ยังทำหน้าที่คล้ายธนาคารเงา ระดมเงินเข้าเร็วแล้วถอนออกเงียบๆ
.
ภายใต้โมเดลนี้ ผู้จัดการกองทุนแทบกลายเป็นผู้ตามกระแส ทุกสัปดาห์ต้องไล่ดูว่าอินฟลูฯ คนไหนพาเงินเข้ามาเท่าไร หากวันหนึ่งยอดผ่านแพลตฟอร์มพุ่งขึ้น 50 ล้านหยวน (ราว 225 ล้านบาท) ส่วนที่เกินค่าเฉลี่ยจะถูกนับเป็นผลงานทันที
.
■ จากกองทุนสู่สังเวียนนักพนัน
.
ความดุดันของกองทุนสะท้อนภาพใหญ่ของวงการกองทุนที่กำลังบิดเบี้ยวแพลตฟอร์มพยายามทำให้การลงทุนดูง่าย เร็ว ตัดสินใจได้ทันที ฟังก์ชัน มูลค่าประเมินของกองทุนแบบเรียลไทม์ และลิสต์จัดอันดับต่างๆ กลายเป็นตัวเร่งกระแส
.
ต้นปี 2026 ธีม AI มาแรงในตลาดทุนของจีน หุ้นหลายตัวพุ่งแรง กองทุนขนาดเล็กที่ “มีการอัดเต็มพอร์ต” ในธีมนี้จึงเหวี่ยงแรงเป็นพิเศษ และเมื่อโซเชียลเติมไฟ ก็เกิดข่าวลือว่าเงินไหลเข้าระดับหมื่นล้านในเวลาอันสั้น
.
บางกองทุนโตจากหลักสิบล้านเป็นพันล้านด้วยโมเดลนี้ ซึ่งเป็นการเอากองทุนไป “เล่นเหมือนหุ้น” เงินที่มาจากอินฟลูฯ คือเงินร้อนที่เข้าเร็วออกเร็ว และเมื่อมันพัง สุดท้ายรายย่อยมักเป็นผู้รับผลเสียหาย
.
บาง MCN ดึงคนเข้ากลุ่มปิด อ้างให้คำแนะนำลงทุน หลอกมือใหม่มารับช่วงต่อหลังราคาติดดอย ซึ่งตรวจจับยากเพราะบริษัทไม่ได้ออกหน้าเอง หลินเฟิงมองว่ากฎหมายบังตามไม่ทัน เพราะมักคุมได้แค่สิ่งที่บริษัททำอย่างเป็นทางการ แต่พวกอินฟลูเอนเซอร์หรือหน้าม้าที่รับงานมาปั่นยอดขายอยู่นอกเหนือการควบคุม และกำลังทำลายความน่าเชื่อถือของทั้งวงการ
.
ปัญหานี้สะท้อนว่า "ระบบภายในล้มเหลว" อย่างหนัก เพราะจริงๆ แล้วแพลตฟอร์มเห็นยอดเงินวิ่งเข้า-ออกตลอดเวลา หากผิดปกติควรระงับได้ทันที แต่กลับไม่ทำเพราะการทำงานแยกส่วนกัน ฝ่ายขายดูแค่เอกสารและช่องทาง ไม่ได้เชื่อมข้อมูลกับฝ่ายคุมความเสี่ยง บวกกับไม่มีระบบสัญญาณเตือนภัย ยอดพุ่งกระฉูดจนตลาดแทบระเบิด แต่ระบบกลับเงียบกริบ
.
บทลงโทษหนักจากทางการจึงเกิดขึ้นเพราะ "กลไกเบรกพัง" ปล่อยให้ความเสี่ยงทะลุเข้ามาโดยไม่มีระบบคัดกรองหรือยับยั้งเลย
.
โมเดลการจ้างอินฟลูฯ เช่นนี้ ตัดขั้นตอน “คัดกรองความเหมาะสมของผู้ลงทุน” ออกไปทั้งหมด ทำให้เกิดการจับคู่ความเสี่ยงผิดประเภท และสะสมความเสี่ยงในระบบการเงิน
.
หน่วยงานการกำกับดูแลของจีนจึงกระดับโทษจากแค่สั่งปรับ ไปสู่สั่งแก้ไข หรือกระทั่งระงับการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ตลอดจนการเอาผิดผู้บริหารโดยตรง เพราะมองว่าเป็นความล้มเหลวเชิงระบบ ไม่ใช่เหตุการณ์เฉพาะหน้า
.
ยุคถัดไปของจีนคือการกำกับด้วยเทคโนโลยี จัดระดับความเสี่ยงในด้านต่างๆ โดยจับสัญญาณจากคลิปสั้น ไลฟ์ คอมเมนต์ ไปเชื่อมกับฐานข้อมูลการตลาดของสถาบันและยอดซื้อผิดปกติ อัลกอริทึมจะไม่สนว่ากองทุนขึ้นหรือลง แต่จะจับแพตเทิร์นเสี่ยง เช่น ระบุชื่อกองทุนชัด หรือมีข้อความชี้นำให้ซื้อหรือไม่
.
เมื่อคนนอกเข้ามาร่วมขาย ต้องถูกกำกับและเปิดเผยผลประโยชน์ เพราะเนื้อแท้คือการชี้ชวนลงทุน สถาบันการเงินจึงต้องเป็น "ด่านสุดท้าย" ที่ประเมินความเสี่ยงลูกค้าเองอย่างอิสระ เลิกดูแค่รูปแบบเอกสาร แต่ตัดสินที่ "เจตนาและพฤติกรรม" เพื่อดึงความรับผิดชอบกลับมาที่ตัวสถาบันอย่างแท้จริง
.
.
📧 ติดต่อเรา Email: info@jeenthainews.com
.
#อินฟลูเอนเซอร์ #กองทุน #ลงทุน #การเงิน #เตือนนักลงทุน
https://www.facebook.com/share/p/1WpPRMEUiM/
⚔️ จีนลงดาบ ‘อินฟลูการเงิน’ สั่งแบนช่องถาวร ปมเอี่ยวกองทุนทำผิดระเบียบ
.
ค่ำวันที่ 5 ก.พ. ที่ผ่านมา อินฟลูเอนเซอร์สายการเงินชื่อดังของจีน เจ้าของบัญชี “爱理财的小羊” ซึ่งพัวพันกับกรณีบริษัทกองทุนทำผิดกฎระเบียบการขายอย่างร้ายแรง ถูกสั่งแบนถาวรบนแพลตฟอร์ม Ant Fortune (蚂蚁财富) และ Douyin (抖音)
.
บัญชี Douyin ของเขามีผู้ติดตามมากกว่า 4.3 ล้านคน ส่วนบน Ant Fortune มียอดผู้ติดตามทะลุหนึ่งล้าน โดยการปิดบัญชีครั้งนี้เชื่อมโยงกับกรณีที่หน่วยงานกำกับดูแลเพิ่งเผยแพร่รายงานเกี่ยวกับการขายกองทุนที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดก่อนหน้านี้
.
หลินเฟิงผู้จัดการกองทุนอาวุโส ตลอดปีที่ผ่านมา เขาเห็นรูปแบบซ้ำๆ ในวงการ คือ กองทุนจำนวนมากหันไปพึ่งอินฟลูเอนเซอร์รายใหญ่เพื่อเร่งยอดระดมทุนในระยะสั้น เนื่องจากสามารถดึงดูดนักลงทุนรายย่อยได้จริง เขายังยกตัวอย่างอีกว่า กองทุนที่ตั้งเป้าระดมทุน 200 ล้านหยวน (ราว 900 ล้านบาท) หากจังหวะตลาดดีและมีอินฟลูเอนเซอร์ช่วยโปรโมต แค่แพลตฟอร์มเดียวก็สามารถดูดเงินลงทุนได้ 100-200 ล้านหยวน (ราว 450-900 ล้านบาท) ภายในวันเดียว
.
เมื่อเร็วๆ นี้ คณะกรรมการกำกับดูแลหลักทรัพย์จีน (CSRC) ได้เผยแพร่รายงานกำกับดูแลฉบับแรกของปี 2026 เปิดเผยกรณีบริษัทกองทุนแห่งหนึ่งร่วมมือกับอินฟลูเอนเซอร์ที่ไม่มีคุณสมบัติด้านการขายกองทุน ใช้วิธีประกาศล่วงหน้าว่าจะซื้อ เพื่อชี้นำให้นักลงทุนซื้อตาม ผลคือถูกสั่งให้แก้ไขและระงับการจดทะเบียนผลิตภัณฑ์ใหม่ พร้อมขยายผลไปถึงความรับผิดชอบของผู้บริหารระดับสูง หัวหน้าฝ่ายตรวจสอบ และผู้ดูแลธุรกิจออนไลน์ ซึ่งถือว่าเข้มงวดกว่ากรณีในอดีต
.
แม้รายงานจะไม่ระบุชื่อบริษัท แต่รายละเอียดสอดคล้องกับกรณีของกองทุนที่มีชื่อว่า Debang wen ying zengzhang (德邦稳盈增长基金) ที่ก่อนหน้านี้ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางว่ามียอดเงินไหลเข้า 1.2 หมื่นล้านหยวน (ราว 5.4 หมื่นล้านบาท) ในวันเดียว โดยหลายสื่อระบุว่าบริษัทที่ถูกลงโทษคือ Topsperity Fund Management Company Limited (德邦基金)
.
กรณีนี้ถือเป็นเคสแรกที่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ หลัง “กฎบริหารจัดการค่าธรรมเนียมการขายกองทุนรวม” ของจีนมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2026 และสะท้อนชัดว่า แนวทางการใช้ทราฟฟิกจากอินฟลูเอนเซอร์เพื่อกระตุ้นยอดขายกองทุน กำลังถูกดึงกลับเข้าสู่กรอบกำกับดูแลอย่างจริงจัง รวมถึงเป็นการขีดเส้นชัดเจนว่า อินฟลูเอนเซอร์ที่เข้ามามีบทบาทในลักษณะชี้นำการซื้อขาย โดยไม่มีสิทธิ อาจเข้าข่ายการทำหน้าที่เสมือนผู้ขายกองทุนโดยไม่ได้รับอนุญาต
.
■ เบื้องหลังภาพอินฟลูเอนเซอร์โชว์พอร์ต แท้จริงคือธุรกิจรับจ้างปั่นยอดที่มีระบบและเรตราคาชัดเจน
.
หลินเฟิง ผู้จัดการกองทุนเผยว่านี่คือห่วงโซ่ธุรกิจสีเทาที่ทำกันเป็นกระบวนการผ่านเอเจนซี่ เพื่อเร่งยอดขายตามใบสั่งผู้บริหาร โดยมักโพสต์โชว์พอร์ตบังหน้า จ้างหน้าม้าปั่นคอมเมนต์ สร้างบรรยากาศให้คนแห่ซื้อตาม พร้อมปั้นกระแสไวรัลครบวงจร ตั้งแต่ปูสตอรี่ บิ๊วอารมณ์ ไปจนถึงปิดการขายอย่างแนบเนียน
.
ยกตัวอย่างจากกองทุนที่แทบไม่มีใครพูดถึงก่อนหน้านั้น กลายเป็นกระแสในพริบตา เพราะเงินไหลเข้าพรวดภายในวันเดียว
.
วันที่ 12 ม.ค. หุ้นหลัก 6 ตัวในพอร์ตของกองทุนพุ่งชนเพดาน คำนวณตามสัดส่วนแล้วผลตอบแทนควรใกล้ 15% แต่หน่วยลงทุนขึ้นเพียง 8.31% และวันที่ 14 ม.ค. หุ้นหลัก 5 ตัวบวกเกิน 5% แต่กองทุนขึ้นแค่ 0.63%
.
นักลงทุนจึงคำนวณพบว่า กำไรของผู้ถือเดิมถูก “เงินใหม่” เจือจางเกือบ 100 เท่า เพราะเงินระดับหมื่นล้านหยวนที่ไหลเข้าในวันเดียว ยังไม่สามารถนำไปลงทุนได้ทันทีตามขั้นตอน เงินก้อนใหญ่จึงกลายเป็นภาระถ่วงผลตอบแทน
.
ช่วงแรกบริษัทปฏิเสธว่าไม่ได้จ้างอินฟลูเอนเซอร์ช่วยขาย และไม่ได้เปิดเผยขนาดกองทุนระหว่างวัน แต่วันถัดมากลับรีบประกาศจำกัดการซื้อทันที
.
อินฟลูเอนเซอร์ระดับท็อปโพสต์เดียวค่าจ้างหลักแสนหยวน บางรายไม่ต้องเขียนเอง เอเจนซี่จัดการให้ ส่วนบัญชีกลางๆ ค่าจ้างหลักพันถึงหมื่นหยวนก็ปิดงานได้ ปัญหาคือทำสัญญาขายอย่างเป็นทางการไม่ได้ เงินสำหรับการซื้อกระแสจึงถูกเปลี่ยนเป็นค่าผลิตสื่อ ค่าออกแบบ หรือค่าบริการเทคนิค บาง MCN ยังทำหน้าที่คล้ายธนาคารเงา ระดมเงินเข้าเร็วแล้วถอนออกเงียบๆ
.
ภายใต้โมเดลนี้ ผู้จัดการกองทุนแทบกลายเป็นผู้ตามกระแส ทุกสัปดาห์ต้องไล่ดูว่าอินฟลูฯ คนไหนพาเงินเข้ามาเท่าไร หากวันหนึ่งยอดผ่านแพลตฟอร์มพุ่งขึ้น 50 ล้านหยวน (ราว 225 ล้านบาท) ส่วนที่เกินค่าเฉลี่ยจะถูกนับเป็นผลงานทันที
.
■ จากกองทุนสู่สังเวียนนักพนัน
.
ความดุดันของกองทุนสะท้อนภาพใหญ่ของวงการกองทุนที่กำลังบิดเบี้ยวแพลตฟอร์มพยายามทำให้การลงทุนดูง่าย เร็ว ตัดสินใจได้ทันที ฟังก์ชัน มูลค่าประเมินของกองทุนแบบเรียลไทม์ และลิสต์จัดอันดับต่างๆ กลายเป็นตัวเร่งกระแส
.
ต้นปี 2026 ธีม AI มาแรงในตลาดทุนของจีน หุ้นหลายตัวพุ่งแรง กองทุนขนาดเล็กที่ “มีการอัดเต็มพอร์ต” ในธีมนี้จึงเหวี่ยงแรงเป็นพิเศษ และเมื่อโซเชียลเติมไฟ ก็เกิดข่าวลือว่าเงินไหลเข้าระดับหมื่นล้านในเวลาอันสั้น
.
บางกองทุนโตจากหลักสิบล้านเป็นพันล้านด้วยโมเดลนี้ ซึ่งเป็นการเอากองทุนไป “เล่นเหมือนหุ้น” เงินที่มาจากอินฟลูฯ คือเงินร้อนที่เข้าเร็วออกเร็ว และเมื่อมันพัง สุดท้ายรายย่อยมักเป็นผู้รับผลเสียหาย
.
บาง MCN ดึงคนเข้ากลุ่มปิด อ้างให้คำแนะนำลงทุน หลอกมือใหม่มารับช่วงต่อหลังราคาติดดอย ซึ่งตรวจจับยากเพราะบริษัทไม่ได้ออกหน้าเอง หลินเฟิงมองว่ากฎหมายบังตามไม่ทัน เพราะมักคุมได้แค่สิ่งที่บริษัททำอย่างเป็นทางการ แต่พวกอินฟลูเอนเซอร์หรือหน้าม้าที่รับงานมาปั่นยอดขายอยู่นอกเหนือการควบคุม และกำลังทำลายความน่าเชื่อถือของทั้งวงการ
.
ปัญหานี้สะท้อนว่า "ระบบภายในล้มเหลว" อย่างหนัก เพราะจริงๆ แล้วแพลตฟอร์มเห็นยอดเงินวิ่งเข้า-ออกตลอดเวลา หากผิดปกติควรระงับได้ทันที แต่กลับไม่ทำเพราะการทำงานแยกส่วนกัน ฝ่ายขายดูแค่เอกสารและช่องทาง ไม่ได้เชื่อมข้อมูลกับฝ่ายคุมความเสี่ยง บวกกับไม่มีระบบสัญญาณเตือนภัย ยอดพุ่งกระฉูดจนตลาดแทบระเบิด แต่ระบบกลับเงียบกริบ
.
บทลงโทษหนักจากทางการจึงเกิดขึ้นเพราะ "กลไกเบรกพัง" ปล่อยให้ความเสี่ยงทะลุเข้ามาโดยไม่มีระบบคัดกรองหรือยับยั้งเลย
.
โมเดลการจ้างอินฟลูฯ เช่นนี้ ตัดขั้นตอน “คัดกรองความเหมาะสมของผู้ลงทุน” ออกไปทั้งหมด ทำให้เกิดการจับคู่ความเสี่ยงผิดประเภท และสะสมความเสี่ยงในระบบการเงิน
.
หน่วยงานการกำกับดูแลของจีนจึงกระดับโทษจากแค่สั่งปรับ ไปสู่สั่งแก้ไข หรือกระทั่งระงับการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ตลอดจนการเอาผิดผู้บริหารโดยตรง เพราะมองว่าเป็นความล้มเหลวเชิงระบบ ไม่ใช่เหตุการณ์เฉพาะหน้า
.
ยุคถัดไปของจีนคือการกำกับด้วยเทคโนโลยี จัดระดับความเสี่ยงในด้านต่างๆ โดยจับสัญญาณจากคลิปสั้น ไลฟ์ คอมเมนต์ ไปเชื่อมกับฐานข้อมูลการตลาดของสถาบันและยอดซื้อผิดปกติ อัลกอริทึมจะไม่สนว่ากองทุนขึ้นหรือลง แต่จะจับแพตเทิร์นเสี่ยง เช่น ระบุชื่อกองทุนชัด หรือมีข้อความชี้นำให้ซื้อหรือไม่
.
เมื่อคนนอกเข้ามาร่วมขาย ต้องถูกกำกับและเปิดเผยผลประโยชน์ เพราะเนื้อแท้คือการชี้ชวนลงทุน สถาบันการเงินจึงต้องเป็น "ด่านสุดท้าย" ที่ประเมินความเสี่ยงลูกค้าเองอย่างอิสระ เลิกดูแค่รูปแบบเอกสาร แต่ตัดสินที่ "เจตนาและพฤติกรรม" เพื่อดึงความรับผิดชอบกลับมาที่ตัวสถาบันอย่างแท้จริง
.
.
📧 ติดต่อเรา Email: info@jeenthainews.com
.
#อินฟลูเอนเซอร์ #กองทุน #ลงทุน #การเงิน #เตือนนักลงทุน
https://www.facebook.com/share/p/1WpPRMEUiM/