จริง ๆ ทริปนี้ตั้งใจมาพักใจค่ะ
เพิ่งอกหักแบบเจ็บ ๆ ที่ไม่รู้จะคุยกับใคร ไม่อยากอยู่บ้าน ไม่อยากเจอคน ไม่อยากตอบคำ ถามอะไร
ทั้งนั้น ก็เลยจองตั๋วแล้วบินมาภูเก็ตคนเดียวแบบแทบจะไม่คิดอะไรด้วยซ้ำ
อยากมา “ซบอกธรรมชาติ” เหมือนที่เขาว่ากันนั่นแหละ
เราเลือกพักโรงแรมที่เงียบ ๆ ติดทะเลนิด ๆ เพราะแค่อยากได้เสียงคลื่นให้หัวมันเบาลงบ้าง
คืนหนึ่งเราเห็นป้ายกิจกรรมของโรงแรม เขียนว่า Sound Healing Workshop
ตอนนั้นเราไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่าคืออะไร เห็นแต่รูปชามโลหะกับคนหลับตา
แต่ด้วยความที่ไม่อยากอยู่เงียบ ๆ ในห้อง เลยลงชื่อไปแบบงง ๆ
ปรากฏว่า…
มันเป็นหนึ่งในโมเมนต์ที่ดีสุดของทริปนี้เลยค่ะ
พอถึงเวลา เค้าจัดกิจกรรมตรงสระว่ายน้ำ กลางคืนที่ลมอุ่น ๆ พัด มีจุดเทียนวางรายรอบ สะท้อนแสงลง
บนผิวน้ำ ดูสวยแบบที่เราไม่คิดว่าจะได้เห็นตอนมาด้วยใจที่ล้าแบบนี้
เค้าเตรียม เบาะลอยน้ำ เอาไว้ให้ผู้เข้าร่วมทุกคน
เรานอนเหยียดยาวบนเบาะที่ลอยเบา ๆ บนผิวน้ำ เหมือนถูกอุ้มไว้
ทันทีที่หลับตา เสียงทุกอย่างก็เริ่มชัดขึ้นทีละนิด—ทั้งเสียงลม เสียงน้ำ เสียงเครื่องดนตรีที่เราไม่รู้จักชื่อ
แต่กังวานลึกมากจนรู้สึกเข้าไปถึงหน้าอก
คนที่นำ กิจกรรมพูดประโยคหนึ่งที่จำ ขึ้นใจ
“ลองจินตนาการเหมือนกลับไปอยู่ในครรภ์แม่… ที่ที่ปลอดภัยที่สุดในชีวิตคุณ”
แล้วเสียงซาวดิ้งก็ตามมา
โอ้ย… มันสุดจริงค่ะ
เหมือนโลกภายนอกเงียบไปหมด เหลือแต่ตัวเราเองที่ลอยอยู่ในความนิ่ง ความสงบ ที่ไม่ได้เจอมานาน
มากแล้ว
ไม่คิดเลยว่าการนอนลอยน้ำ เฉย ๆ พร้อมเสียงดนตรีแบบนี้มันจะทำ ให้เรารู้สึกเหมือนได้พักทั้งกาย ทั้งใจ
ทั้งความคิดที่พันกันยุ่ง ๆ อยู่ในหัว
ตอนนั้นเราร้องไห้นิด ๆ ด้วยนะ แบบน้ำ ตาไหลออกมาเฉย ๆ ไม่ได้เสียใจ แต่เป็นความรู้สึกว่า “ในที่สุด..
เราได้พักซักที”
หลังจบกิจกรรม ความสงสัยก็เริ่มว่า
นี่มันอะไร? มาจากที่ไหน?
เพราะมันดีจนอยากให้ตัวเองได้เจอแบบนี้อีก
ถามไปถามมา ถึงได้รู้ว่ากิจกรรมนี้เป็นทีมจาก Sense Spa มาจัดให้
วันต่อมาเราเลยตามไปนวดที่ร้านด้วยความรู้สึกอยากให้ร่างกายได้สิ่งดี ๆ แบบเมื่อคืนอีกครั้ง
พอไปถึงร้าน บรรยากาศคืออีกโลกนึงเลยค่ะ
เงียบ อบอุ่น ละมุนมาก แบบที่ทำ ให้เรารู้สึกปลอดภัยตั้งแต่ประตูยังไม่ทันปิด
เหมือนได้ต่อจากคืนก่อน—คือ ความรู้สึกที่เราหายไปนานแล้วว่า “ตัวเองมีค่าพอที่จะได้รับอะไรดี ๆ แบบ
นี้”
ตอนนวดก็รู้สึกเหมือนร่างกายมันปล่อยความเหนื่อยออกมาทีละเลเยอร์
เป็นช่วงเวลาที่ไม่ต้องเข้มแข็ง ไม่ต้องทำ ตัวเก่ง ไม่ต้องตอบใคร
มีแค่เราที่ได้นอนนิ่ง ๆ ให้ทั้งร่างกายและใจมันได้หยุดบ้าง
หลังทริปนี้ เรารู้สึกว่าการมาเที่ยวคนเดียวมันไม่ได้น่ากลัวแบบที่คิด
และยิ่งได้มาทำ ซาวดิ้งครั้งแรกแบบบังเอิญ มันเหมือนของขวัญที่ภูเก็ตให้เราตอนที่เรากำ ลังแตกละเอียด
ที่สุด
ไม่ได้อยากชวนใครไปตามนะคะ
แต่แค่รู้สึกว่าสิ่งนี้มันช่วยให้เรากลับมายืนบนขาตัวเองได้อีกครั้งจริง ๆ
เลยอยากเขียนเก็บไว้ เผื่อใครที่กำ ลังเหนื่อยเหมือนกันจะได้รู้ว่ามันมีอะไรแบบนี้อยู่ในโลกด้วย 💛
ปล.ขอบคุณภาพสวยๆจากโรงแรมด้วยค่ะ
[CR] ซาวดิ้งครั้งแรกที่ภูเก็ต… ประสบการณ์ที่ช่วยเยียวยาหัวใจหลังอกหัก — Sense Spa
เพิ่งอกหักแบบเจ็บ ๆ ที่ไม่รู้จะคุยกับใคร ไม่อยากอยู่บ้าน ไม่อยากเจอคน ไม่อยากตอบคำ ถามอะไร
ทั้งนั้น ก็เลยจองตั๋วแล้วบินมาภูเก็ตคนเดียวแบบแทบจะไม่คิดอะไรด้วยซ้ำ
อยากมา “ซบอกธรรมชาติ” เหมือนที่เขาว่ากันนั่นแหละ
เราเลือกพักโรงแรมที่เงียบ ๆ ติดทะเลนิด ๆ เพราะแค่อยากได้เสียงคลื่นให้หัวมันเบาลงบ้าง
คืนหนึ่งเราเห็นป้ายกิจกรรมของโรงแรม เขียนว่า Sound Healing Workshop
ตอนนั้นเราไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่าคืออะไร เห็นแต่รูปชามโลหะกับคนหลับตา
แต่ด้วยความที่ไม่อยากอยู่เงียบ ๆ ในห้อง เลยลงชื่อไปแบบงง ๆ
ปรากฏว่า…
มันเป็นหนึ่งในโมเมนต์ที่ดีสุดของทริปนี้เลยค่ะ
พอถึงเวลา เค้าจัดกิจกรรมตรงสระว่ายน้ำ กลางคืนที่ลมอุ่น ๆ พัด มีจุดเทียนวางรายรอบ สะท้อนแสงลง
บนผิวน้ำ ดูสวยแบบที่เราไม่คิดว่าจะได้เห็นตอนมาด้วยใจที่ล้าแบบนี้
เค้าเตรียม เบาะลอยน้ำ เอาไว้ให้ผู้เข้าร่วมทุกคน
เรานอนเหยียดยาวบนเบาะที่ลอยเบา ๆ บนผิวน้ำ เหมือนถูกอุ้มไว้
ทันทีที่หลับตา เสียงทุกอย่างก็เริ่มชัดขึ้นทีละนิด—ทั้งเสียงลม เสียงน้ำ เสียงเครื่องดนตรีที่เราไม่รู้จักชื่อ
แต่กังวานลึกมากจนรู้สึกเข้าไปถึงหน้าอก
คนที่นำ กิจกรรมพูดประโยคหนึ่งที่จำ ขึ้นใจ
“ลองจินตนาการเหมือนกลับไปอยู่ในครรภ์แม่… ที่ที่ปลอดภัยที่สุดในชีวิตคุณ”
แล้วเสียงซาวดิ้งก็ตามมา
โอ้ย… มันสุดจริงค่ะ
เหมือนโลกภายนอกเงียบไปหมด เหลือแต่ตัวเราเองที่ลอยอยู่ในความนิ่ง ความสงบ ที่ไม่ได้เจอมานาน
มากแล้ว
ไม่คิดเลยว่าการนอนลอยน้ำ เฉย ๆ พร้อมเสียงดนตรีแบบนี้มันจะทำ ให้เรารู้สึกเหมือนได้พักทั้งกาย ทั้งใจ
ทั้งความคิดที่พันกันยุ่ง ๆ อยู่ในหัว
ตอนนั้นเราร้องไห้นิด ๆ ด้วยนะ แบบน้ำ ตาไหลออกมาเฉย ๆ ไม่ได้เสียใจ แต่เป็นความรู้สึกว่า “ในที่สุด..
เราได้พักซักที”
หลังจบกิจกรรม ความสงสัยก็เริ่มว่า
นี่มันอะไร? มาจากที่ไหน?
เพราะมันดีจนอยากให้ตัวเองได้เจอแบบนี้อีก
ถามไปถามมา ถึงได้รู้ว่ากิจกรรมนี้เป็นทีมจาก Sense Spa มาจัดให้
วันต่อมาเราเลยตามไปนวดที่ร้านด้วยความรู้สึกอยากให้ร่างกายได้สิ่งดี ๆ แบบเมื่อคืนอีกครั้ง
พอไปถึงร้าน บรรยากาศคืออีกโลกนึงเลยค่ะ
เงียบ อบอุ่น ละมุนมาก แบบที่ทำ ให้เรารู้สึกปลอดภัยตั้งแต่ประตูยังไม่ทันปิด
เหมือนได้ต่อจากคืนก่อน—คือ ความรู้สึกที่เราหายไปนานแล้วว่า “ตัวเองมีค่าพอที่จะได้รับอะไรดี ๆ แบบ
นี้”
ตอนนวดก็รู้สึกเหมือนร่างกายมันปล่อยความเหนื่อยออกมาทีละเลเยอร์
เป็นช่วงเวลาที่ไม่ต้องเข้มแข็ง ไม่ต้องทำ ตัวเก่ง ไม่ต้องตอบใคร
มีแค่เราที่ได้นอนนิ่ง ๆ ให้ทั้งร่างกายและใจมันได้หยุดบ้าง
หลังทริปนี้ เรารู้สึกว่าการมาเที่ยวคนเดียวมันไม่ได้น่ากลัวแบบที่คิด
และยิ่งได้มาทำ ซาวดิ้งครั้งแรกแบบบังเอิญ มันเหมือนของขวัญที่ภูเก็ตให้เราตอนที่เรากำ ลังแตกละเอียด
ที่สุด
ไม่ได้อยากชวนใครไปตามนะคะ
แต่แค่รู้สึกว่าสิ่งนี้มันช่วยให้เรากลับมายืนบนขาตัวเองได้อีกครั้งจริง ๆ
เลยอยากเขียนเก็บไว้ เผื่อใครที่กำ ลังเหนื่อยเหมือนกันจะได้รู้ว่ามันมีอะไรแบบนี้อยู่ในโลกด้วย 💛
ปล.ขอบคุณภาพสวยๆจากโรงแรมด้วยค่ะ
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้