หวาน 100 พักค่ะ หวาน 50 เขาทำถึง!

กรมอนามัย ชีเสิร์ฟมาตรฐานหวานปกติ โฉมใหม่! ปรับ "หวาน 100% (หวานปกติ)" เป็น "หวานปกติ = หวาน 50%" ถือเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ ในการดื่มให้ได้สุขภาพดียิ่งขึ้น
.
หวานปกติ = หวาน 50% เป็นการลดความหวานลงเหลือแค่ 50% จาก 100% เพื่อลดเสี่ยงน้ำหนักเกินและโรค NCDs และวันนี้ กรมอนามัยมาเสนอข้อดีอีกมุมของการลดหวาน ลดน้ำตาล นั่นคือ 5 ข้อดีสุขภาพผิวและสุขภาพกาย เมื่อหวาน 100 ต้องพัก และไปต่อกับ หวาน 50 มีอะไรบ้างไปดูกันเลย!
.
1.ตัดวงจร "หน้าแก่ก่อนวัย" ลดปริมาณน้ำตาลที่จะไปทำลายโครงสร้างผิว ทำให้ "หน้าเด็กนานขึ้น ผิวไม่เหี่ยวเร็ว และลดการอักเสบของสิว" ได้อย่างชัดเจน
.
2.บอกลาอาการ "ดีดแล้วดับ" เมื่อค่าน้ำตาลในเลือดมั่นคงขึ้น ทำให้มี "สมาธิทำงาน หรือ เรียนได้นานขึ้น ไม่หงุดหงิดง่าย และไม่รู้สึกเพลียร่างตอนบ่าย"
.
3.ลดพุงหมาน้อย น้ำตาลลดลงครึ่งหนึ่งในทุกแก้ว ช่วยให้ "หน้าท้องยุบลง ตัวไม่บวมน้ำ และรูปร่างกระชับขึ้น" โดยไม่ต้องเน้นการออกกำลังกายที่หนักกว่าเดิม
.
4.กู้คืน "ลิ้น ในการรับรสชาติ" สั่งหวาน 50% คือ จุดกึ่งกลางในการฝึก "ลดระดับความคุ้นชินของลิ้น" (Desensitization) เมื่อทำต่อเนื่อง ลิ้น จะเริ่มรับรสธรรมชาติจากผลไม้ หรือ ข้าวได้ดีขึ้น ทำให้อาหารคลีน หรือ หวานน้อยกว่า 50% อร่อยขึ้น
.
5.ตับและตับอ่อน ได้พักร้อน การลดภาระให้ตับและตับอ่อน (ที่ผลิตอินซูลิน) ลงครึ่งหนึ่ง ช่วยลดความเสี่ยงไขมันพอกตับและเบาหวานในอนาคต ทำให้ "ระบบเผาผลาญ (Metabolism) ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น
.
โดยปกติแล้ว การผลัดเซลล์รับรสของลิ้น สำหรับรสหวาน เฉลี่ยแล้ว 14 วัน เพราะแบบนี้ การที่เรารู้สึก “ไม่อร่อย” ในแก้วแรก เมื่อสั่งหวาน 50% จาก 100% เป็นเรื่องปกติ .แต่อันนี้บอกเลยว่า... หากเราบอกกับตัวเองว่า “สู้สิหญิง” .ได้เกิน 10 วันขึ้นไป การลดหวาน ลดน้ำตาลลงครึ่งหนึ่ง ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป!
.
เพื่อสุขภาพและสุขภาพกายที่ดียิ่งขึ้น ลดเสี่ยงโรคอ้วนและ NCDs อื่น ๆ เรามาร่วมเดินไป หวานปกติ = หวาน 50% กันดีกว่าค่ะ
.
แล้วเจอกันที่งานเปิดตัวมาตรฐานความหวานใหม่ ของเครื่องดื่มชงในประเทศไทย
วันนี้ 11 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 15.00 - 16.30 น.
ณ อาคารรัฐสภา เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร
หรือรับชมถ่ายทอดสดผ่านทาง Facebook: กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และสำนักโภชนาการ
.
ด้วยรักและห่วงใย อยากให้คนไทยรอบรู้เรื่องสุขภาพ ด้วยหลัก 3 รู้อยู่รอด เพื่อการรู้ถึงสถาณะสุขภาพที่ดีของตัวเองได้ทุกวัยในทุกวัน จาก กรมอนามัย
หวานปกติ = 50 % ดีเดย์ 11 กุมภาพันธ์ วันนี้ วันแรก!
กรมอนามัย ชีเสิร์ฟมาตรฐานหวานปกติ โฉมใหม่! ปรับ "หวาน 100% (หวานปกติ)" เป็น "หวานปกติ = หวาน 50%" ถือเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ ในการดื่มให้ได้สุขภาพดียิ่งขึ้น
.
หวานปกติ = หวาน 50% เป็นการลดความหวานลงเหลือแค่ 50% จาก 100% เพื่อลดเสี่ยงน้ำหนักเกินและโรค NCDs และวันนี้ กรมอนามัยมาเสนอข้อดีอีกมุมของการลดหวาน ลดน้ำตาล นั่นคือ 5 ข้อดีสุขภาพผิวและสุขภาพกาย เมื่อหวาน 100 ต้องพัก และไปต่อกับ หวาน 50 มีอะไรบ้างไปดูกันเลย!
.
1.ตัดวงจร "หน้าแก่ก่อนวัย" ลดปริมาณน้ำตาลที่จะไปทำลายโครงสร้างผิว ทำให้ "หน้าเด็กนานขึ้น ผิวไม่เหี่ยวเร็ว และลดการอักเสบของสิว" ได้อย่างชัดเจน
.
2.บอกลาอาการ "ดีดแล้วดับ" เมื่อค่าน้ำตาลในเลือดมั่นคงขึ้น ทำให้มี "สมาธิทำงาน หรือ เรียนได้นานขึ้น ไม่หงุดหงิดง่าย และไม่รู้สึกเพลียร่างตอนบ่าย"
.
3.ลดพุงหมาน้อย น้ำตาลลดลงครึ่งหนึ่งในทุกแก้ว ช่วยให้ "หน้าท้องยุบลง ตัวไม่บวมน้ำ และรูปร่างกระชับขึ้น" โดยไม่ต้องเน้นการออกกำลังกายที่หนักกว่าเดิม
.
4.กู้คืน "ลิ้น ในการรับรสชาติ" สั่งหวาน 50% คือ จุดกึ่งกลางในการฝึก "ลดระดับความคุ้นชินของลิ้น" (Desensitization) เมื่อทำต่อเนื่อง ลิ้น จะเริ่มรับรสธรรมชาติจากผลไม้ หรือ ข้าวได้ดีขึ้น ทำให้อาหารคลีน หรือ หวานน้อยกว่า 50% อร่อยขึ้น
.
5.ตับและตับอ่อน ได้พักร้อน การลดภาระให้ตับและตับอ่อน (ที่ผลิตอินซูลิน) ลงครึ่งหนึ่ง ช่วยลดความเสี่ยงไขมันพอกตับและเบาหวานในอนาคต ทำให้ "ระบบเผาผลาญ (Metabolism) ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น
.
โดยปกติแล้ว การผลัดเซลล์รับรสของลิ้น สำหรับรสหวาน เฉลี่ยแล้ว 14 วัน เพราะแบบนี้ การที่เรารู้สึก “ไม่อร่อย” ในแก้วแรก เมื่อสั่งหวาน 50% จาก 100% เป็นเรื่องปกติ .แต่อันนี้บอกเลยว่า... หากเราบอกกับตัวเองว่า “สู้สิหญิง” .ได้เกิน 10 วันขึ้นไป การลดหวาน ลดน้ำตาลลงครึ่งหนึ่ง ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป!
.
เพื่อสุขภาพและสุขภาพกายที่ดียิ่งขึ้น ลดเสี่ยงโรคอ้วนและ NCDs อื่น ๆ เรามาร่วมเดินไป หวานปกติ = หวาน 50% กันดีกว่าค่ะ
.
แล้วเจอกันที่งานเปิดตัวมาตรฐานความหวานใหม่ ของเครื่องดื่มชงในประเทศไทย
วันนี้ 11 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 15.00 - 16.30 น.
ณ อาคารรัฐสภา เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร
หรือรับชมถ่ายทอดสดผ่านทาง Facebook: กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และสำนักโภชนาการ
.
ด้วยรักและห่วงใย อยากให้คนไทยรอบรู้เรื่องสุขภาพ ด้วยหลัก 3 รู้อยู่รอด เพื่อการรู้ถึงสถาณะสุขภาพที่ดีของตัวเองได้ทุกวัยในทุกวัน จาก กรมอนามัย