1. กุมอำนาจรัฐทันที เมื่อมีโอกาส
2. ดึงผู้เล่นที่มีความสามารถร่วมทีม (ศุภจี-เอกนิติ-สีหศักดิ์ ฯลฯ)
ผู้นำคือผู้สร้างทีม และให้แสงกับคนเก่งๆ
3. เข้าใจความอัตคัดทางเศรษฐกิจของประชาชน
4. ไม่สร้างศัตรู ร่วมมือทำงานได้กับหลายกลุ่มหลายทางเลือก
5. ออกจากรัฐบาลเพื่อไทย ในจังหวะที่เหมาะสม (ไม่เป็นผู้ตามทุกเรื่อง)
6. ทำให้ดู น่าเชื่อกว่า พูดให้ฟัง
7. เกาถูกที่คัน -- ปัญหาขัดแย้งไทย-กัมพูชา สำคัญอันดับ 1 สำหรับประชาชน (ไม่ใช่การแก้รัฐธรรมนูญ)
8. ปล่อยวาง กับ คนที่เขาไม่รัก บางเขต บางกลุ่มวัย ไม่ต้องพยายามขอคะแนน
9. มองโจทย์เวทีโลก และตลาดโลก เพื่อขยายโอกาสให้กับประเทศไทย
10. สนใจรูปธรรมที่ชัดเจน ไม่ใช่นามธรรม อย่าขายฝันอีก 18 ปีข้างหน้า เอา 3 วันนี้จะมีอะไรกินให้รอดก่อน
11. ทำงานโดยเข้าใจสังคมวัฒนธรรมไทย ที่ให้ค่ากับ
ความอ่อนน้อมถ่อมตน รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ความอบอุ่น มีน้ำใจ สังคมแห่งการเกื้อกูล
ความเท่าเทียมอาจไม่สำคัญเท่าผู้นำที่ปกป้องประชาชนได้ ความสัมพันธ์คนไทยกับทหารที่ไม่อาจมองแบบมิติเดียว
12. การขยับที่ถูกจังหวะ เมื่อไหร่ควรนิ่ง เมื่อไหร่ควรก้าว เรื่องไหนควรเงียบ เวทีไหนควรส่งไปดีเบต สนามใด ไม่ต้องแข่ง
13. ทีมเบื้องหลังไม่ทำตัวเด่นกว่าเบื้องหน้า ทีมที่ปรึกษาคือที่ปรึกษา ไม่ออกมาทำตัวราวกับเป็นหัวหน้าพรรค
พูดง่ายๆ คือ วางตำแหน่ง และทุกคนรู้บทบาท
14. ไม่จมกับความล้มเหลว แต่หาโอกาสทำใหม่ให้ดีกว่า
15. เปิดใจรับฟังและพร้อมปรับตัว ถ้าไม่เสียหลักการพื้นฐาน
16. มีความรู้ ไม่สำคัญเท่า ฉลาดเรื่องคน
การมีข้อมูลความรู้ อาจทำให้คุณเป็นนักวิจัยที่ดี
แต่การเมืองคือพื้นที่การทำงานกับผู้คนที่มีความต้องการแตกต่างกัน
ใช้ทักษะและปัญญาการคุมเกมส์ และคุมคน
ซึ่งมาจากพื้นฐานความเข้าใจ เรียนรู้ปรับเปลี่ยนระหว่างลงมือทำ โดยไม่มีอีโก้
การเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอล ใช้ทักษะที่ต่างจากนักฟุตบอล
17. ไม่หวั่นไหวง่าย จึงไม่เสียเวลากับการแก้ข่าวและแก้ตัว
18. สร้างความเชื่อจากการทำงานที่สนองความรู้สึกลึกๆของประชาชน
ประชาชนกังวลด้านความยากจน ความไม่มั่นคง ความล้าหลังด้อยพัฒนา
บริบทเอื้อ
- ความอ่อนแอของเพื่อไทย ทำให้ภูมิใจไทย มี สส เพิ่มขึ้น
- แข็งแกร่งกว่าพรรคส้ม ในแง่ได้ทำให้ประชาชนเห็นผลงาน
- ตอบโจทย์สถานการณ์ปัจจุบันของประเทศได้ดีกว่าพรรคอื่น นั่นคือ ปัญหาความมั่นคงและเศรษฐกิจ
จุดพลาดในรัฐบาลที่แล้ว
1. การบริหารจัดการสถานการณ์วิกฤต น้ำท่วมหาดใหญ่
2. แต่งตั้งคนเดิมที่เคยทำงานไม่ถูกใจประชาชนตั้งแต่ยุครัฐบาลเพื่อไทย เช่น รมต กลาโหม
ซึ่งทำให้เกิดกระแสวิจารณ์/คอมเม้นท์เชิงลบ
อาทิ ไม่เห็นการทำงานเชิงรุก สูสีแต่ไม่เหนือชั้นกว่าประเทศเพื่อนบ้าน
ความหวังและแนวโน้ม
ถ้าดึง ดร. การดี พรรคประชาธิปัตย์ กับ ดร. สุชัชวีร์ มาร่วมเป็น รมต อาจกลายเป็นรัฐบาลดรีมทีม
ถ้ารวมกับเพื่อไทย อาจมีลูกเล่นด้านไอเดีย มาผสานกับนโยบายสมจริง ที่ภูมิใจไทยมีอยู่
ถ้ารวมกับกล้าธรรม ภาคเกษตรกรไทยเข้มแข็ง
แนะนำ
ควรแก้ภาพลักษณ์เทา ทั้งระดับพรรคการเมืองและระดับชาติ
"องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International ) ประกาศผลการจัดอันดับ ดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index : CPI) พบว่า ในปี 2025 ประเทศไทย อยู่อันดับ 116 จากทั้งหมด 182 ประเทศ และเป็นอันดับที่ 8 ของอาเซียน สามอันดับแรกของอาเซียน คือ
ถอดกลยุทธ์ - วิธีเดินหมากแบบภูมิใจไทย สู่ชัยชนะเลือกตั้ง 2569
2. ดึงผู้เล่นที่มีความสามารถร่วมทีม (ศุภจี-เอกนิติ-สีหศักดิ์ ฯลฯ)
ผู้นำคือผู้สร้างทีม และให้แสงกับคนเก่งๆ
3. เข้าใจความอัตคัดทางเศรษฐกิจของประชาชน
4. ไม่สร้างศัตรู ร่วมมือทำงานได้กับหลายกลุ่มหลายทางเลือก
5. ออกจากรัฐบาลเพื่อไทย ในจังหวะที่เหมาะสม (ไม่เป็นผู้ตามทุกเรื่อง)
6. ทำให้ดู น่าเชื่อกว่า พูดให้ฟัง
7. เกาถูกที่คัน -- ปัญหาขัดแย้งไทย-กัมพูชา สำคัญอันดับ 1 สำหรับประชาชน (ไม่ใช่การแก้รัฐธรรมนูญ)
8. ปล่อยวาง กับ คนที่เขาไม่รัก บางเขต บางกลุ่มวัย ไม่ต้องพยายามขอคะแนน
9. มองโจทย์เวทีโลก และตลาดโลก เพื่อขยายโอกาสให้กับประเทศไทย
10. สนใจรูปธรรมที่ชัดเจน ไม่ใช่นามธรรม อย่าขายฝันอีก 18 ปีข้างหน้า เอา 3 วันนี้จะมีอะไรกินให้รอดก่อน
11. ทำงานโดยเข้าใจสังคมวัฒนธรรมไทย ที่ให้ค่ากับ
ความอ่อนน้อมถ่อมตน รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ความอบอุ่น มีน้ำใจ สังคมแห่งการเกื้อกูล
ความเท่าเทียมอาจไม่สำคัญเท่าผู้นำที่ปกป้องประชาชนได้ ความสัมพันธ์คนไทยกับทหารที่ไม่อาจมองแบบมิติเดียว
12. การขยับที่ถูกจังหวะ เมื่อไหร่ควรนิ่ง เมื่อไหร่ควรก้าว เรื่องไหนควรเงียบ เวทีไหนควรส่งไปดีเบต สนามใด ไม่ต้องแข่ง
13. ทีมเบื้องหลังไม่ทำตัวเด่นกว่าเบื้องหน้า ทีมที่ปรึกษาคือที่ปรึกษา ไม่ออกมาทำตัวราวกับเป็นหัวหน้าพรรค
พูดง่ายๆ คือ วางตำแหน่ง และทุกคนรู้บทบาท
14. ไม่จมกับความล้มเหลว แต่หาโอกาสทำใหม่ให้ดีกว่า
15. เปิดใจรับฟังและพร้อมปรับตัว ถ้าไม่เสียหลักการพื้นฐาน
16. มีความรู้ ไม่สำคัญเท่า ฉลาดเรื่องคน
การมีข้อมูลความรู้ อาจทำให้คุณเป็นนักวิจัยที่ดี
แต่การเมืองคือพื้นที่การทำงานกับผู้คนที่มีความต้องการแตกต่างกัน
ใช้ทักษะและปัญญาการคุมเกมส์ และคุมคน
ซึ่งมาจากพื้นฐานความเข้าใจ เรียนรู้ปรับเปลี่ยนระหว่างลงมือทำ โดยไม่มีอีโก้
การเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอล ใช้ทักษะที่ต่างจากนักฟุตบอล
17. ไม่หวั่นไหวง่าย จึงไม่เสียเวลากับการแก้ข่าวและแก้ตัว
18. สร้างความเชื่อจากการทำงานที่สนองความรู้สึกลึกๆของประชาชน
ประชาชนกังวลด้านความยากจน ความไม่มั่นคง ความล้าหลังด้อยพัฒนา
บริบทเอื้อ
- ความอ่อนแอของเพื่อไทย ทำให้ภูมิใจไทย มี สส เพิ่มขึ้น
- แข็งแกร่งกว่าพรรคส้ม ในแง่ได้ทำให้ประชาชนเห็นผลงาน
- ตอบโจทย์สถานการณ์ปัจจุบันของประเทศได้ดีกว่าพรรคอื่น นั่นคือ ปัญหาความมั่นคงและเศรษฐกิจ
จุดพลาดในรัฐบาลที่แล้ว
1. การบริหารจัดการสถานการณ์วิกฤต น้ำท่วมหาดใหญ่
2. แต่งตั้งคนเดิมที่เคยทำงานไม่ถูกใจประชาชนตั้งแต่ยุครัฐบาลเพื่อไทย เช่น รมต กลาโหม
ซึ่งทำให้เกิดกระแสวิจารณ์/คอมเม้นท์เชิงลบ
อาทิ ไม่เห็นการทำงานเชิงรุก สูสีแต่ไม่เหนือชั้นกว่าประเทศเพื่อนบ้าน
ความหวังและแนวโน้ม
ถ้าดึง ดร. การดี พรรคประชาธิปัตย์ กับ ดร. สุชัชวีร์ มาร่วมเป็น รมต อาจกลายเป็นรัฐบาลดรีมทีม
ถ้ารวมกับเพื่อไทย อาจมีลูกเล่นด้านไอเดีย มาผสานกับนโยบายสมจริง ที่ภูมิใจไทยมีอยู่
ถ้ารวมกับกล้าธรรม ภาคเกษตรกรไทยเข้มแข็ง
แนะนำ
ควรแก้ภาพลักษณ์เทา ทั้งระดับพรรคการเมืองและระดับชาติ
"องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International ) ประกาศผลการจัดอันดับ ดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index : CPI) พบว่า ในปี 2025 ประเทศไทย อยู่อันดับ 116 จากทั้งหมด 182 ประเทศ และเป็นอันดับที่ 8 ของอาเซียน สามอันดับแรกของอาเซียน คือ
ดัชนีรับรู้การทุจริต ไทย สอบผ่านแค่ 33%