เหลือจากวันก่อนหน้านี้ ต้มเส้นสปาเก็ตตี้ คลุกกินไปก่อนครับ
ท็อปปิ้งด้วย มอสซาเรลล่าชีส Emborg ของเดนมาร์ก ยืดเหนียวดีมากเลยครับ
กลิ่นชีสเต็มปากเต็มคำ ต้องดื่มกาแฟอิตาเลียน ซักหน่อย เป็นของ Lavazza OrO อาราบิก้าหอม คั่วกลาง ดื่มแล้วได้บอดี้เต็มๆ ออกไปทาง นัตตี้ ไม่ขมมาก ถือว่าเป็นกาแฟที่ดื่มได้ทุกเพศทุกวัยครับ
แถมเรื่องชีสไทย
จริงๆ แล้ว ประเทศไทยมีการผลิตมอสซาเรลล่าชีส (Mozzarella) ภายในประเทศครับ
โดยมีทั้งระดับอุตสาหกรรมและกลุ่มผู้ผลิตงานคราฟต์ (Artisan)
อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่คนส่วนใหญ่อาจรู้สึกว่าไม่มีการผลิต หรือหาซื้อแบรนด์ไทยยากกว่าแบรนด์นำเข้า มีปัจจัยหลักดังนี้ครับ:
1. ผู้ผลิตมุ่งเน้นตลาด B2B (ธุรกิจต่อธุรกิจ)
โรงงานผลิตชีสในไทยหลายแห่ง เช่น Global Dairy International (GDI), Mille Stelle, และ Gennaro
มักผลิตเพื่อส่งให้ โรงแรม ร้านอาหาร และเชนพิซซ่าต่างๆ เป็นหลัก
ทำให้ผู้บริโภคทั่วไปอาจไม่ค่อยเห็นชื่อแบรนด์เหล่านี้บนชั้นวางในซูเปอร์มาร์เก็ตเท่ากับแบรนด์นำเข้าขนาดใหญ่
2. ข้อจำกัดด้านต้นทุนและการแข่งขัน
วัตถุดิบ: แม้ไทยจะมีนมวัวคุณภาพดี แต่การทำชีส 1 กิโลกรัม ต้องใช้นมสดปริมาณมหาศาล (ประมาณ 10 ลิตร)
ทำให้ต้นทุนการผลิตในไทยค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับการนำเข้าจากประเทศที่เป็นเจ้าตลาดอย่างนิวซีแลนด์หรือออสเตรเลีย ซึ่งมีปริมาณน้ำนมดิบมหาศาลและต้นทุนต่ำกว่า
ความนิยม: คนไทยเริ่มนิยมกินชีสมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่ในอดีตความต้องการยังมีไม่มากพอที่จะคุ้มทุนสำหรับการตั้งโรงงานผลิตเพื่อรายย่อย (Retail) ขนาดใหญ่
3. เป็นตลาดเฉพาะกลุ่ม (Artisan Cheese)
ปัจจุบันมีกลุ่มผู้ผลิต Thai-Italian Cheese ที่ผลิตมอสซาเรลล่าสด (Fresh Mozzarella) หรือบูราต้า (Burrata) คุณภาพสูงโดยใช้เทคนิคแบบดั้งเดิมจากอิตาลีแต่ใช้นมสดในไทย เช่น:
Dacheeso (เชียงใหม่): บุกเบิกการทำชีสมานานกว่า 30 ปี
โครงการหลวง: มีการผลิตชีสจากนมวัว นมควาย และนมแพะ เพื่อส่งเสริมรายได้ให้เกษตรกร
Jartisann: แบรนด์ชีสสัญชาติไทยที่กำลังโด่งดังในกลุ่มโรงแรม 5 ดาว
สรุปคือ ไทยผลิตได้และมีคุณภาพดีมากด้วยครับ แต่ส่วนใหญ่เราจะ "ได้กิน" ในร้านอาหารมากกว่าที่จะ "ซื้อมาทำเอง" จากแบรนด์ไทยในซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไปครับ
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมชมครับ

มื้อเที่ยง อิตาเลียน คูณ สอง ครับ spaghetti meat ball 🍝 ☕
ท็อปปิ้งด้วย มอสซาเรลล่าชีส Emborg ของเดนมาร์ก ยืดเหนียวดีมากเลยครับ
กลิ่นชีสเต็มปากเต็มคำ ต้องดื่มกาแฟอิตาเลียน ซักหน่อย เป็นของ Lavazza OrO อาราบิก้าหอม คั่วกลาง ดื่มแล้วได้บอดี้เต็มๆ ออกไปทาง นัตตี้ ไม่ขมมาก ถือว่าเป็นกาแฟที่ดื่มได้ทุกเพศทุกวัยครับ
แถมเรื่องชีสไทย
จริงๆ แล้ว ประเทศไทยมีการผลิตมอสซาเรลล่าชีส (Mozzarella) ภายในประเทศครับ
โดยมีทั้งระดับอุตสาหกรรมและกลุ่มผู้ผลิตงานคราฟต์ (Artisan)
อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่คนส่วนใหญ่อาจรู้สึกว่าไม่มีการผลิต หรือหาซื้อแบรนด์ไทยยากกว่าแบรนด์นำเข้า มีปัจจัยหลักดังนี้ครับ:
1. ผู้ผลิตมุ่งเน้นตลาด B2B (ธุรกิจต่อธุรกิจ)
โรงงานผลิตชีสในไทยหลายแห่ง เช่น Global Dairy International (GDI), Mille Stelle, และ Gennaro
มักผลิตเพื่อส่งให้ โรงแรม ร้านอาหาร และเชนพิซซ่าต่างๆ เป็นหลัก
ทำให้ผู้บริโภคทั่วไปอาจไม่ค่อยเห็นชื่อแบรนด์เหล่านี้บนชั้นวางในซูเปอร์มาร์เก็ตเท่ากับแบรนด์นำเข้าขนาดใหญ่
2. ข้อจำกัดด้านต้นทุนและการแข่งขัน
วัตถุดิบ: แม้ไทยจะมีนมวัวคุณภาพดี แต่การทำชีส 1 กิโลกรัม ต้องใช้นมสดปริมาณมหาศาล (ประมาณ 10 ลิตร)
ทำให้ต้นทุนการผลิตในไทยค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับการนำเข้าจากประเทศที่เป็นเจ้าตลาดอย่างนิวซีแลนด์หรือออสเตรเลีย ซึ่งมีปริมาณน้ำนมดิบมหาศาลและต้นทุนต่ำกว่า
ความนิยม: คนไทยเริ่มนิยมกินชีสมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่ในอดีตความต้องการยังมีไม่มากพอที่จะคุ้มทุนสำหรับการตั้งโรงงานผลิตเพื่อรายย่อย (Retail) ขนาดใหญ่
3. เป็นตลาดเฉพาะกลุ่ม (Artisan Cheese)
ปัจจุบันมีกลุ่มผู้ผลิต Thai-Italian Cheese ที่ผลิตมอสซาเรลล่าสด (Fresh Mozzarella) หรือบูราต้า (Burrata) คุณภาพสูงโดยใช้เทคนิคแบบดั้งเดิมจากอิตาลีแต่ใช้นมสดในไทย เช่น:
Dacheeso (เชียงใหม่): บุกเบิกการทำชีสมานานกว่า 30 ปี
โครงการหลวง: มีการผลิตชีสจากนมวัว นมควาย และนมแพะ เพื่อส่งเสริมรายได้ให้เกษตรกร
Jartisann: แบรนด์ชีสสัญชาติไทยที่กำลังโด่งดังในกลุ่มโรงแรม 5 ดาว
สรุปคือ ไทยผลิตได้และมีคุณภาพดีมากด้วยครับ แต่ส่วนใหญ่เราจะ "ได้กิน" ในร้านอาหารมากกว่าที่จะ "ซื้อมาทำเอง" จากแบรนด์ไทยในซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไปครับ
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมชมครับ