ประเทศไทยกลายเป็นคนป่วยแห่งเอเซียได้อย่างไร

กระทู้ข่าว
เช่นเดียวกับชาวไทยหลายล้านคน ทิพวิมล วานิชภาณ์ เดินทางเข้ามาในกรุงเทพฯ เพื่อแสวงหาชีวิตที่ดีขึ้นเพื่อเลี้ยงดูครอบครัว ในช่วงเกือบสี่ปีที่ผ่านมา เธอสามารถทำได้โดยการเปิดร้านอาหารเล็ก ๆ เพื่อบริการพนักงานออฟฟิศ แต่ยอดขายลดลงถึงสองในสามในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยทำให้ลูกค้าที่ระมัดระวังการใช้จ่ายลดจำนวนลง ด้วยความขาดทุนที่เพิ่มขึ้น ตอนนี้ทิพวิมล อายุ 57 ปี มีแผนจะปิดร้านเมื่อสัญญาเช่าสิ้นสุดในเดือนเมษายน
“ตอนนี้มีคนตกงานเยอะมาก ทำให้กำลังซื้อก็ต่ำลง” เธอกำลังกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายของตัวเองและ เงินกู้รถยนต์ที่ยังผ่อนไม่หมด
สำหรับผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งอย่างทิพวิมล ภาวะชะลอตัวทางเศรษฐกิจเป็นประเด็นสำคัญในการเลือกตั้งทั่วไปในวันอาทิตย์นี้ นายกรัฐมนตรีของไทย อนุทิน ชาญวีรกูล และคู่แข่งทางการเมืองรายอื่นๆกำลังรณรงค์ด้วยคำมั่นสัญญาว่าจะฟื้นฟู เสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเมือง
เศรษฐกิจของไทย ซึ่งเป็นอันดับสองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เติบโตอยู่ที่ประมาณ 2% ตลอดช่วงห้าปีที่ผ่านมา โดยปัจจัยสำคัญของการเติบโตอย่างการบริโภค การผลิต และการท่องเที่ยว ต่างอยู่ในภาวะถดถอย การเติบโตที่สูงถึง 13% ในปี 1988 ประเทศไทยได้รับการยกย่องว่าเป็น “เสือแห่งเอเชีย” กลายเป็นเพียงความทรงจำอันไกลโพ้น เนื่องจากประชากรที่มีอายุมากขึ้นและลดลงอย่างรวดเร็ว หนี้ครัวเรือนสูง และความสามารถในการแข่งขันที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง
“มันเปลี่ยนจากการที่เคยถูกยกย่องว่าเป็น Teflon Thailand ไปเป็นชายชราของเอเชียภายใน 10 ปี” บุรินทร์ อดุลวัฒนะ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ ธนาคารกสิกรไทยกล่าว “นั่นเป็นเรื่องน่าตกใจมาก”
ปัญหาที่ยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลงคือ ความไม่เสถียรทางการเมืองที่ยืดเยื้อและการเปลี่ยนผู้นำบ่อยครั้ง ประกอบกับกลุ่มอนุรักษ์นิยมยังคงเผชิญหน้ากับพรรคฝ่ายปฏิรูปที่ชนะเลือกตั้งครั้งล่าสุดสองครั้ง แต่กลับถูกปิดกั้นไม่ให้ขึ้นสู่อำนาจ ทำให้ไทยมีนายกรัฐมนตรีถึงสามคนในช่วงเวลาเพียงสามปี
โครงการและงบประมาณด้านการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบจากความปั่นป่วนทางการเมืองด้วยเช่นกัน นาย กิตติ พรศิวะกิจ ประธานสมาคมการตลาดเพื่อการท่องเที่ยวไทยกล่าวว่า หากรัฐบาลมี “ความน่าเชื่อถือและเสถียรภาพ” มากขึ้น “เราจะสามารถกลับสู่ช่วงเวลาที่ดีที่สุดได้”
“ทุกอย่างกำลังพังทลายลง” นาย พิพัฒน์ เลิศนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของคีย์ธนกิจภัทรหลักทรัพย์กล่าว “เราไม่มีเครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโตใหม่ นี่ไม่ใช่วัฏจักรการเปลี่ยนแปลงแบบมีขึ้นมีลงทั่วๆไป แต่เป็นปัญหาร้ายแรงที่ต้องการการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างที่แท้จริงและการปฏิรูป”
Financial Times, How Thailand became the ‘sick man’ of Asia
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่