เรื่องที่อาจจะฟังดู "ดราม่า" แต่เป็นความจริงที่หลายคนพยายามแกล้งมองไม่เห็นครับ มีใครเคยรู้สึกแบบนี้ไหม? เราขยันที่สุดในแผนก มาเช้ากลับดึก ทำงานเป๊ะทุกกระเบียดนิ้ว แต่เวลาโปรเจกต์ใหญ่มา หรือเวลาเลื่อนตำแหน่ง คนที่ได้ไปกลับเป็นคนที่ "พูดเก่ง เข้าหาผู้ใหญ่เป็น" หรือมี "คอนเนกชั่น" ที่ดีกว่า
วันนี้ผมเลยขอมากระเทาะเปลือกเรื่อง "เก่งงาน vs เก่งคน" ในสังคมบ้านเราครับ
1. "ความเก่ง" คือบัตรผ่านประตู แต่ "คอนเนกชั่น" คือลิฟต์
มุมมองผม: หลายคนชอบบอกว่า "แค่เก่งเดี๋ยวใครก็เห็นเอง"
ความจริง: ในโลกที่ทุกคนเก่งเหมือนกันหมด สิ่งที่จะตัดสินว่าใครจะได้โอกาสคือ "ความไว้ใจ" ครับ และความไว้ใจส่วนใหญ่มาจากคนรู้จัก หรือคนที่แนะนำกันมา
บทสรุป: การเก่งงานอย่างเดียวคือการเดินขึ้นบันไดครับ แต่ถ้ามีคอนเนกชั่นที่ดี มันเหมือนคุณได้ใช้ลิฟต์ตัวพรีเมียม
2. Connection ไม่ใช่เรื่อง "โกง" แต่เป็นเรื่อง "โอกาส"
กระแสสังคม: เราชอบมองว่าคนใช้เส้นคือคนเลว
เหรียญอีกด้าน: ถ้าคุณเป็นเจ้าของบริษัท คุณจะจ้างคนเก่งที่คุณไม่รู้จักเลย หรือจะจ้างคนเก่งที่เพื่อนที่ไว้ใจได้การันตีมาให้?
การสร้างคอนเนกชั่นไม่ใช่การประจบประแจงครับ แต่คือการบริหาร "ต้นทุนทางสังคม" ที่ทำให้คนเก่งถูกมองเห็นในเวลาที่ใช่ครับ
3. กับดัก "คนเก่งที่โดดเดี่ยว"
รายละเอียดเฉพาะตัว: คนเก่งหลายคนมักจะมีอีโก้ คิดว่า "ฉันเก่ง ฉันไม่ต้องง้อใคร"
ผลที่ตามมา: งานใหญ่ๆ ไม่สามารถทำเสร็จได้ด้วยตัวคนเดียวครับ คนที่เข้ากับคนง่าย (Soft Skills) และมีสายสัมพันธ์ที่กว้างขวาง จะสามารถรวบรวมทรัพยากรมาทำงานให้สำเร็จได้เร็วกว่าคนเก่งที่นั่งก้มหน้าอยู่คนเดียวเยอะเลยครับ
4. วิธีสร้าง Connection ฉบับคน "ไม่ชอบเข้าสังคม"
ไม่จำเป็นต้องไปปาร์ตี้ทุกวันครับ แต่ให้เริ่มจาก "การเป็นผู้ให้"
ช่วยเหลือคนอื่นด้วยความเชี่ยวชาญที่คุณมีโดยไม่หวังผลทันที สิ่งนี้จะสร้าง "เครดิต" ให้คุณเองโดยอัตโนมัติ เมื่อถึงเวลาที่คุณต้องการความช่วยเหลือ เครดิตเหล่านี้จะทำงานให้คุณเองครับ
สรุป:
• เก่งงานต้องมี เก่งคนต้องได้: อย่าทิ้งอย่างใดอย่างหนึ่งครับ
• Connection ที่ดีต้องเริ่มจาก "ความจริงใจ": ไม่ใช่การเข้าไปเพื่อกอบโกยผลประโยชน์ฝ่ายเดียว
• โลกนี้ไม่ยุติธรรม... แต่เราอยู่กับมันได้: ถ้าเราเข้าใจกติกาของสังคม เราจะเลิกนอยด์แล้วหันมาสร้าง "แต้มต่อ" ให้ตัวเองครับ
เก่งแทบตาย... สุดท้ายแพ้ "Connection"? ทำไมแค่ "ทำงานหนัก" ถึงไม่พออีกต่อไป!
วันนี้ผมเลยขอมากระเทาะเปลือกเรื่อง "เก่งงาน vs เก่งคน" ในสังคมบ้านเราครับ
1. "ความเก่ง" คือบัตรผ่านประตู แต่ "คอนเนกชั่น" คือลิฟต์
มุมมองผม: หลายคนชอบบอกว่า "แค่เก่งเดี๋ยวใครก็เห็นเอง"
ความจริง: ในโลกที่ทุกคนเก่งเหมือนกันหมด สิ่งที่จะตัดสินว่าใครจะได้โอกาสคือ "ความไว้ใจ" ครับ และความไว้ใจส่วนใหญ่มาจากคนรู้จัก หรือคนที่แนะนำกันมา
บทสรุป: การเก่งงานอย่างเดียวคือการเดินขึ้นบันไดครับ แต่ถ้ามีคอนเนกชั่นที่ดี มันเหมือนคุณได้ใช้ลิฟต์ตัวพรีเมียม
2. Connection ไม่ใช่เรื่อง "โกง" แต่เป็นเรื่อง "โอกาส"
กระแสสังคม: เราชอบมองว่าคนใช้เส้นคือคนเลว
เหรียญอีกด้าน: ถ้าคุณเป็นเจ้าของบริษัท คุณจะจ้างคนเก่งที่คุณไม่รู้จักเลย หรือจะจ้างคนเก่งที่เพื่อนที่ไว้ใจได้การันตีมาให้?
การสร้างคอนเนกชั่นไม่ใช่การประจบประแจงครับ แต่คือการบริหาร "ต้นทุนทางสังคม" ที่ทำให้คนเก่งถูกมองเห็นในเวลาที่ใช่ครับ
3. กับดัก "คนเก่งที่โดดเดี่ยว"
รายละเอียดเฉพาะตัว: คนเก่งหลายคนมักจะมีอีโก้ คิดว่า "ฉันเก่ง ฉันไม่ต้องง้อใคร"
ผลที่ตามมา: งานใหญ่ๆ ไม่สามารถทำเสร็จได้ด้วยตัวคนเดียวครับ คนที่เข้ากับคนง่าย (Soft Skills) และมีสายสัมพันธ์ที่กว้างขวาง จะสามารถรวบรวมทรัพยากรมาทำงานให้สำเร็จได้เร็วกว่าคนเก่งที่นั่งก้มหน้าอยู่คนเดียวเยอะเลยครับ
4. วิธีสร้าง Connection ฉบับคน "ไม่ชอบเข้าสังคม"
ไม่จำเป็นต้องไปปาร์ตี้ทุกวันครับ แต่ให้เริ่มจาก "การเป็นผู้ให้"
ช่วยเหลือคนอื่นด้วยความเชี่ยวชาญที่คุณมีโดยไม่หวังผลทันที สิ่งนี้จะสร้าง "เครดิต" ให้คุณเองโดยอัตโนมัติ เมื่อถึงเวลาที่คุณต้องการความช่วยเหลือ เครดิตเหล่านี้จะทำงานให้คุณเองครับ
สรุป:
• เก่งงานต้องมี เก่งคนต้องได้: อย่าทิ้งอย่างใดอย่างหนึ่งครับ
• Connection ที่ดีต้องเริ่มจาก "ความจริงใจ": ไม่ใช่การเข้าไปเพื่อกอบโกยผลประโยชน์ฝ่ายเดียว
• โลกนี้ไม่ยุติธรรม... แต่เราอยู่กับมันได้: ถ้าเราเข้าใจกติกาของสังคม เราจะเลิกนอยด์แล้วหันมาสร้าง "แต้มต่อ" ให้ตัวเองครับ