ความรักมันไม่ใช่เรื่องของคนสองคน แต่มันคือเรื่องของ "คนสองคนกับเศรษฐกิจที่ผันผวน" ครับ หลายคู่รักกันมากแต่ต้องเลิกกันเพราะ "เรื่องเงิน" ไม่ใช่เพราะไม่มีเงินนะครับ แต่เพราะ "ไม่เคยตกลงกันให้เคลียร์"
วันนี้ผมขอมาแชร์ 3 บทเรียนจากประสบการณ์จริง (และจากเพื่อนรอบตัว) ที่ว่าด้วยเรื่องการเงินในความสัมพันธ์ ที่ถ้าคุณไม่คุยกันตั้งแต่วันนี้ อาจกลายเป็นระเบิดเวลาในวันหน้าได้ครับ
1. "หนี้ของเธอคือหนี้ของใคร?"
ในยุคที่การเข้าถึงสินเชื่อง่ายมาก เราไม่มีทางรู้เลยว่าแฟนเรามีหนี้บัตรเครดิตหรือหนี้บ้านติดตัวมาเท่าไหร่
สิ่งที่ต้องทำ: ไม่ต้องถามยอดเป๊ะๆ ก็ได้ครับ แต่ต้องรู้ว่าเขามีภาระเท่าไหร่ต่อเดือน และเราจะช่วยกันจัดการยังไงถ้าต้องสร้างครอบครัวร่วมกัน
ทริค: อย่ามองว่าการถามเรื่องหนี้คือความไม่ไว้ใจ แต่มันคือการ "วางแผนร่วมกัน" ครับ
2. "กองกลาง vs กองส่วนตัว"
สูตรการใช้เงินในครอบครัวเปลี่ยนไปเยอะครับ
เทรนด์ใหม่: หลายคู่เลือกที่จะมี "บัญชีกลาง" สำหรับจ่ายค่ากิน ค่าเช่าบ้าน และมี "บัญชีส่วนตัว" สำหรับซื้อของที่ตัวเองชอบโดยไม่ต้องขออนุญาตอีกฝ่าย
ข้อดี: ช่วยลดการทะเลาะเรื่อง "ซื้อของฟุ่มเฟือย" ได้มหาศาลครับ เพราะเงินใครเงินมัน แต่ความรับผิดชอบส่วนรวมยังครบถ้วน
3. "การดูแลพ่อแม่ของแต่ละฝ่าย"
นี่คือเรื่องที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกที่สุดในสังคมไทยครับ
ประเด็น: ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องส่งเงินให้ที่บ้านเป็นจำนวนมาก จนกระทบเงินออมของคู่เรา เราจะจัดการยังไง?
ทางออก: ต้องตั้ง "เพดาน" ร่วมกันครับ ว่าเราจะช่วยเหลือครอบครัวเดิมได้แค่ไหน โดยที่ไม่ทำให้ครอบครัวใหม่ (คู่ของเรา) ต้องลำบาก
สรุปข้อคิดชีวิตคู่:
• ความรักกินไม่ได้ แต่เงินซื้อกับข้าวได้: อย่าอายที่จะคุยเรื่องเงิน
• ความโปร่งใสคือรากฐานของความเชื่อใจ: การซ่อนหนี้ร้ายแรงพอๆ กับการซ่อนกิ๊กครับ
• วางแผนเพื่อวันที่ไม่อยู่: คุยเรื่องประกันและมรดกไว้บ้างในวันที่ยังรักกันดี
"การคุยเรื่องเงินอาจจะดูไม่โรแมนติก... แต่การเลิกกันเพราะเรื่องเงินนั้นเจ็บปวดกว่าเยอะครับ"
รักอย่างเดียวไม่พอ... สรุป 3 เรื่อง "การเงิน" ที่ต้องคุยกับแฟนก่อนจะสายเกินไป
วันนี้ผมขอมาแชร์ 3 บทเรียนจากประสบการณ์จริง (และจากเพื่อนรอบตัว) ที่ว่าด้วยเรื่องการเงินในความสัมพันธ์ ที่ถ้าคุณไม่คุยกันตั้งแต่วันนี้ อาจกลายเป็นระเบิดเวลาในวันหน้าได้ครับ
1. "หนี้ของเธอคือหนี้ของใคร?"
ในยุคที่การเข้าถึงสินเชื่อง่ายมาก เราไม่มีทางรู้เลยว่าแฟนเรามีหนี้บัตรเครดิตหรือหนี้บ้านติดตัวมาเท่าไหร่
สิ่งที่ต้องทำ: ไม่ต้องถามยอดเป๊ะๆ ก็ได้ครับ แต่ต้องรู้ว่าเขามีภาระเท่าไหร่ต่อเดือน และเราจะช่วยกันจัดการยังไงถ้าต้องสร้างครอบครัวร่วมกัน
ทริค: อย่ามองว่าการถามเรื่องหนี้คือความไม่ไว้ใจ แต่มันคือการ "วางแผนร่วมกัน" ครับ
2. "กองกลาง vs กองส่วนตัว"
สูตรการใช้เงินในครอบครัวเปลี่ยนไปเยอะครับ
เทรนด์ใหม่: หลายคู่เลือกที่จะมี "บัญชีกลาง" สำหรับจ่ายค่ากิน ค่าเช่าบ้าน และมี "บัญชีส่วนตัว" สำหรับซื้อของที่ตัวเองชอบโดยไม่ต้องขออนุญาตอีกฝ่าย
ข้อดี: ช่วยลดการทะเลาะเรื่อง "ซื้อของฟุ่มเฟือย" ได้มหาศาลครับ เพราะเงินใครเงินมัน แต่ความรับผิดชอบส่วนรวมยังครบถ้วน
3. "การดูแลพ่อแม่ของแต่ละฝ่าย"
นี่คือเรื่องที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกที่สุดในสังคมไทยครับ
ประเด็น: ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องส่งเงินให้ที่บ้านเป็นจำนวนมาก จนกระทบเงินออมของคู่เรา เราจะจัดการยังไง?
ทางออก: ต้องตั้ง "เพดาน" ร่วมกันครับ ว่าเราจะช่วยเหลือครอบครัวเดิมได้แค่ไหน โดยที่ไม่ทำให้ครอบครัวใหม่ (คู่ของเรา) ต้องลำบาก
สรุปข้อคิดชีวิตคู่:
• ความรักกินไม่ได้ แต่เงินซื้อกับข้าวได้: อย่าอายที่จะคุยเรื่องเงิน
• ความโปร่งใสคือรากฐานของความเชื่อใจ: การซ่อนหนี้ร้ายแรงพอๆ กับการซ่อนกิ๊กครับ
• วางแผนเพื่อวันที่ไม่อยู่: คุยเรื่องประกันและมรดกไว้บ้างในวันที่ยังรักกันดี
"การคุยเรื่องเงินอาจจะดูไม่โรแมนติก... แต่การเลิกกันเพราะเรื่องเงินนั้นเจ็บปวดกว่าเยอะครับ"