
นโยบายแจกเงินล้านวันละ 9 คนของ "พรรคเพื่อไทย" ในขณะนี้กลายเป็นประเด็นเดือดและถูกตั้งคำถามมากมายโดยเฉพาะในแง่ของกฎหมายที่ว่า พรรคเพื่อไทย สามารถนำนโยบายดังกล่าวมาใช้หาเสียงในการเลือกตั้ง สส. ในช่วงเวลานี้ได้หรือไม่ หลังจากที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดให้พรรคการเมืองต่าง ๆ ได้ส่งข้อมูลนโยบายที่ต้องใช้ประกาศโฆษณาในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2569 ภายใต้กรอบอำนาจตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 57 ที่กำหนดให้ กกต. ตรวจสอบการจัดทำนโยบายของพรรคการเมืองให้มีรายการครบถ้วน และถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนดโดยต้องดำเนินการจัดส่งนโยบายมาให้ กกต.ภายในวันที่ 18 มกราคมที่ผ่านมา
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเอกสารนโยบายที่พรรคเพื่อไทยที่ยื่นต่อ กกต. และ สำนักงาน กกต.ซึ่งต้องจัดส่งเอกสารต่อไปยัง คณะกรรมการตรวจสอบนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณาฯ ซึ่งเป็นคณะกรรมการชุดพิเศษที่ตั้งโดยนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกกต.ซึ่งทำหน้าที่ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวโดยตรง มีนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.เป็นประธานฯ อันเป็นการดำเนินการตามมาตรา 57 ของกฎหมายพรรคการเมืองฯ พ.ศ.2560 โดยให้ทุกพรรคการเมืองต้องแจ้ง 8 ประเด็นสำคัญถึงนโยบายต่าง ๆ ที่ใช้ในการหาเสียง เช่น ชื่อนโยบาย, วงเงินงบประมาณที่ต้องใช้โดยประมาณ และที่มาของเงินที่ต้องใช้ในการดำเนินการ เป็นต้น เพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการฯ หากคณะกรรมการฯ หรือ กกต.มีข้อสงสัยประเด็นใดก็จะสั่งให้พรรคการเมืองต้องส่งคำชี้แจงรายละเอียดกลับมาอีกครั้งหนึ่งนั้น
ล่าสุด แหล่งข่าวจาก กกต. เปิดเผยกับ ฐานเศรษฐกิจ โดยยืนยันว่า นโยบายแจกเงินล้านวันละ 9 คนของพรรคเพื่อไทยนั้นจากการตรวจสอบรายละเอียดไม่พบอยู่ในเอกสารที่แจ้งกับทางกกต.ซึ่งบทลงโทษคงไม่ถึงกับยุบพรรค โดยมีโทษปรับไม่เกิน 5 แสนบาท และปรับอีกวันละ 1 หมื่นบาทตลอดระยะเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง
ทั้งนี้ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 ระบุไว้ใน มาตรา 57 ว่า การกำหนดนโยบายพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณาให้คำนึงถึงความเห็นของสาขาพรรคการเมืองและตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด นโยบายใดที่ต้องใช้จ่ายเงิน การประกาศโฆษณานโยบายนั้น อย่างน้อยต้องมีรายการ ดังต่อไปนี้
(1) วงเงินที่ต้องใช้ และที่มาของเงินที่จะใช้ในการดำเนินการ
(2) ความคุ้มค่าและประโยชน์ในการดำเนินนโยบาย
(3) ผลกระทบและความเสี่ยงในการดำเนินนโยบาย
ในกรณีพรรคการเมืองไม่ได้จัดทำรายการตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการส่งให้ดำเนินการให้ครบถ้วนและถูกต้องภายในระยะเวลาที่กำหนด
มาตรา 121 พรรคการเมืองใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการตามมาตรา 57 วรรคสอง หรือ มาตรา 77 วรรคสอง ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5 แสนบาท และปรับอีกวันละ 1 หมื่นบาทตลอดระยะเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง
ขณะที่ก่อนหน้านี้ กกต.ได้แจ้งรายละเอียดในลักษณะคล้ายคลึงกันนี้ กับทางพรรคทางเลือกใหม่ ที่มี นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เลขาธิการพรรคทางเลือกใหม่และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ซึ่งจัดส่งนโยบายเพิ่มเติม จำนวน 32 นโยบาย ต่อ กกต. โดยเกินกำหนดเวลาในการยื่นแล้วว่า เป็นการไม่ปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบนโยบาย ที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมือง ที่ใช้ในการประกาศโฆษณา พ.ศ. 2568 ข้อ 4 ที่กำหนดให้พรรคการเมืองต้องรายงานต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ก่อนวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปไม่น้อยกว่า 20 วัน
ข่าวดี้ดี 4.0 'เพื่อไทย' งานเข้า กกต.จ่อปรับอ่วม นโยบายหาเสียงแจกเงินล้านวันละ 9 คน
นโยบายแจกเงินล้านวันละ 9 คนของ "พรรคเพื่อไทย" ในขณะนี้กลายเป็นประเด็นเดือดและถูกตั้งคำถามมากมายโดยเฉพาะในแง่ของกฎหมายที่ว่า พรรคเพื่อไทย สามารถนำนโยบายดังกล่าวมาใช้หาเสียงในการเลือกตั้ง สส. ในช่วงเวลานี้ได้หรือไม่ หลังจากที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดให้พรรคการเมืองต่าง ๆ ได้ส่งข้อมูลนโยบายที่ต้องใช้ประกาศโฆษณาในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2569 ภายใต้กรอบอำนาจตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 57 ที่กำหนดให้ กกต. ตรวจสอบการจัดทำนโยบายของพรรคการเมืองให้มีรายการครบถ้วน และถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนดโดยต้องดำเนินการจัดส่งนโยบายมาให้ กกต.ภายในวันที่ 18 มกราคมที่ผ่านมา