ผู้ศรัทธาที่น่าแปลกใจคือ คนที่เกิดหลังยุคนบีมุฮัมมัด

หลายคนเคยเป็น ฟังอัลกุรอาน ไม่รู้ความหมาย น้ำตาก็ไหล
พอมาฟังความหมายในบทนั้น น้ำตายิ่งไหลกว่าเดิม
เพราะนั่นคือดำรัสของอัลลอฮฺ ที่ทรงตรัสเรื่องสำคัญให้มนุษย์รับรู้และทำตาม
จะได้อยู่ในโลกนี้อย่างปลอดภัยไปถึงโลกหน้า

บางคนฟังประวัติท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม น้ำตาก็ไหล
เป็นชีวประวัติที่เราอยากฟังต่อไปจนจบ ท่านเจอบททดสอบมาก
ถ้าเทียบกับบททดสอบที่พวกเราเจอนั้นน้อยนิด
จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม ผู้ที่มาเผยแพร่ดำรัสของพระเจ้าต้องเป็นมนุษย์ด้วยกัน
นบีจะได้เป็นตัวอย่างว่าใช้ชีวิตอย่างไรที่จะมีความสุขสงบใจอย่างแท้จริง และมีบั้นปลายชีวิตที่ดี
ไม่มีนบีคนไหนเลย ที่ไม่ต้องอดทน
จะเป็นชาวสวรรค์ ได้รับรางวัลยิ่งใหญ่ อยู่สบายในโลกนี้ก็ไม่เท่าเทียมกับคนที่เจอความลำบากแล้วอดทน

พอได้อ่านหะดีษ ได้รู้จักท่านผ่านคำพูด บันทึกโดยศอฮาบะฮฺ
ยิ่งประทับใจ ยิ่งคำพูดที่ท่านสั่งเสียตอนฮัจญ์อำลานั้น ยิ่งสะเทือนใจ
ท่านห่วงใยประชาชาติอย่างเราๆ โดยเฉพาะพวกเราที่มาหลังจากท่านนบีเสียชีวิต

วันนี้มีเรื่องราวจากท่านนบีมุฮัมมัดถามศอฮาบะฮฺถึงผู้ศรัทธาที่ท่านแปลกใจ คือ เราด้วยไหม เช็คได้จากตรงนี้

ท่านอบู ญุมุอะฮ์ รายงานว่า พวกเราเคยร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และมีท่านอบู อุบัยดะฮ์ บิน อัล-ญัรรอห์ อยู่ด้วย ท่านอบู อุบัยดะฮ์จึงถามว่า ‘โอ้ ท่านรอซูลุลลอฮฺ มีใครคนใดที่ดียิ่งไปกว่าพวกเราอีกหรือ? ในเมื่อพวกเราเข้ารับอิสลามพร้อมกับท่าน และต่อสู้เคียงข้างท่าน’

ท่านนบี ศ็อลลัลลฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ตอบว่า “มีสิ คือกลุ่มชนที่จะมาหลังจากพวกท่าน พวกเขาจะศรัทธาต่อฉัน ทั้งที่พวกเขาไม่เคยเห็นฉันเลย”

(หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยอะห์หมัด เลขที่ 16976)


วัลลอฮุอะอฺลัม อัลลอฮฺเท่านั้นทรงรู้ดีที่สุด
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่