มีใครเป็นเหมือนผมไหมครับ? งานก็เยอะ สิ่งเร้าก็แยะ ตั้งเป้าไว้ว่าจะทำนั่นทำนี่ตอนเช้า แต่รู้ตัวอีกทีคือไถมือถือจนบ่าย 3 งานยังไม่เดินไปไหนเลย สุดท้ายต้องมาปั่นงานไฟลนก้นตอนกลางคืนจนสุขภาพพัง
วันนี้ผมเลยขอมาแชร์ "สูตรลับจัดการเวลา" ที่ผมใช้ดัดนิสัยตัวเองจนกลายเป็นคนใหม่ที่ทำงานเสร็จไว มีเวลาไปดูซีรีส์แบบไม่รู้สึกผิดมาฝากครับ ใครที่ชอบ ผัดวันประกันพรุ่ง หรือรู้สึกว่า ไม่มีเวลา ต้องอ่านครับ!
1. ใช้กฎ "2 นาที" (ถ้าง่ายให้ทำเลย)
ทริคนี้มาจากหนังสือดัง แต่ผมเอามาปรับใช้ให้เข้ากับชีวิตจริงครับ
• งานไหนที่ใช้เวลาทำไม่เกิน 2 นาที เช่น ตอบเมลสั้นๆ, ล้างจานใบเดียว, หรือพับผ้าห่ม "ให้ทำทันที" อย่าเอาไปใส่ใน To-do list ครับ
• ผลที่ได้: มันจะช่วยลดงานจุกจิกที่คอยกวนใจเราออกไปได้เยอะมาก ทำให้สมองเรามีพื้นที่ว่างไปคิดงานใหญ่ครับ
2. เทคนิค "Eat That Frog" (กินกบตัวที่น่ากลัวที่สุดก่อน)
กบในที่นี้คือ "งานที่ยากที่สุดและคุณไม่อยากทำที่สุด" ครับ
• ทริคส่วนตัว: ให้ทำงานที่ยากที่สุดเป็นอย่างแรกในตอนเช้าครับ ตอนที่สมองยังสดชื่นและยังไม่มีใครมาตามงาน
• ความเห็นส่วนตัว: พอคุณทำเรื่องที่ลำบากใจเสร็จไปแล้ว 1 อย่าง ที่เหลือของวันจะกลายเป็นเรื่องชิลๆ ไปเลยครับ ความเครียดระหว่างวันจะหายไปเยอะมาก
3. เลิกทำตัวเป็น "คนตอบแชทไว" ตลอดเวลา
เราโดนตามงานผ่านแอปเขียวแอปฟ้าตลอดจนสมาธิกระจุยครับ
มุมมองผม: การแจ้งเตือนที่เด้งขึ้นมาทุก 5 นาทีคือ "ตัวฆ่าเวลา" ครับ ผมลองตั้งเวลาเช็กข้อความแค่เป็นรอบๆ (เช่น ทุก 2 ชั่วโมง)
เชื่อไหมครับว่าโลกไม่แตกหรอกถ้าเราไม่ได้ตอบแชทในทันที แต่ผลงานที่เราทำเสร็จต่างหากที่จะทำให้หัวหน้าปลื้มครับ
4. ให้รางวัลตัวเองด้วย "ความขี้เกียจ" อย่างเป็นระบบ
เราไม่ใช่เครื่องจักรครับ จะให้โฟกัสตลอด 8 ชั่วโมงเป็นไปไม่ได้
• เทคนิคเฉพาะตัว: ผมใช้สูตรทำงาน 50 นาที แล้ว "ปล่อยจอย" 10 นาทีครับ ใน 10 นาทีนี้จะไถไอจีหรือนอนกลิ้งก็ได้ แต่พอหมดเวลาต้องกลับมาลุยต่อ
• วิธีนี้ทำให้สมองไม่ล้าเกินไป และเราจะทำตามเป้าหมายได้ยาวๆ แบบไม่ตบะแตกกลางทางครับ
สรุปสิ่งที่ได้จากการ "เป็นเจ้าของเวลาตัวเอง":
งานเสร็จไวขึ้น: มีเวลาไปพัฒนาตัวเอง หรือหาอาชีพเสริมได้เพิ่มครับ
เครียดน้อยลง: เพราะไม่ต้องมานั่งลุ้นตอนเดดไลน์ไฟลนก้นครับ
ชีวิตสมดุลขึ้น: มีเวลาให้ครอบครัวและตัวเองแบบจริงๆ จังๆ ครับ
"เราทุกคนมี 24 ชั่วโมงเท่ากันครับ ต่างกันแค่เราเลือกจะ 'ลงทุน' หรือ 'เผา' มันทิ้งไปวันๆ เท่านั้นเองครับ"
สรุปวิธี "จัดการเวลา" ให้ชีวิตหายยุ่ง... เปลี่ยนคนขี้เกียจเป็นคนขยันแบบไม่ต้องฝืนใจตัวเอง
วันนี้ผมเลยขอมาแชร์ "สูตรลับจัดการเวลา" ที่ผมใช้ดัดนิสัยตัวเองจนกลายเป็นคนใหม่ที่ทำงานเสร็จไว มีเวลาไปดูซีรีส์แบบไม่รู้สึกผิดมาฝากครับ ใครที่ชอบ ผัดวันประกันพรุ่ง หรือรู้สึกว่า ไม่มีเวลา ต้องอ่านครับ!
1. ใช้กฎ "2 นาที" (ถ้าง่ายให้ทำเลย)
ทริคนี้มาจากหนังสือดัง แต่ผมเอามาปรับใช้ให้เข้ากับชีวิตจริงครับ
• งานไหนที่ใช้เวลาทำไม่เกิน 2 นาที เช่น ตอบเมลสั้นๆ, ล้างจานใบเดียว, หรือพับผ้าห่ม "ให้ทำทันที" อย่าเอาไปใส่ใน To-do list ครับ
• ผลที่ได้: มันจะช่วยลดงานจุกจิกที่คอยกวนใจเราออกไปได้เยอะมาก ทำให้สมองเรามีพื้นที่ว่างไปคิดงานใหญ่ครับ
2. เทคนิค "Eat That Frog" (กินกบตัวที่น่ากลัวที่สุดก่อน)
กบในที่นี้คือ "งานที่ยากที่สุดและคุณไม่อยากทำที่สุด" ครับ
• ทริคส่วนตัว: ให้ทำงานที่ยากที่สุดเป็นอย่างแรกในตอนเช้าครับ ตอนที่สมองยังสดชื่นและยังไม่มีใครมาตามงาน
• ความเห็นส่วนตัว: พอคุณทำเรื่องที่ลำบากใจเสร็จไปแล้ว 1 อย่าง ที่เหลือของวันจะกลายเป็นเรื่องชิลๆ ไปเลยครับ ความเครียดระหว่างวันจะหายไปเยอะมาก
3. เลิกทำตัวเป็น "คนตอบแชทไว" ตลอดเวลา
เราโดนตามงานผ่านแอปเขียวแอปฟ้าตลอดจนสมาธิกระจุยครับ
มุมมองผม: การแจ้งเตือนที่เด้งขึ้นมาทุก 5 นาทีคือ "ตัวฆ่าเวลา" ครับ ผมลองตั้งเวลาเช็กข้อความแค่เป็นรอบๆ (เช่น ทุก 2 ชั่วโมง)
เชื่อไหมครับว่าโลกไม่แตกหรอกถ้าเราไม่ได้ตอบแชทในทันที แต่ผลงานที่เราทำเสร็จต่างหากที่จะทำให้หัวหน้าปลื้มครับ
4. ให้รางวัลตัวเองด้วย "ความขี้เกียจ" อย่างเป็นระบบ
เราไม่ใช่เครื่องจักรครับ จะให้โฟกัสตลอด 8 ชั่วโมงเป็นไปไม่ได้
• เทคนิคเฉพาะตัว: ผมใช้สูตรทำงาน 50 นาที แล้ว "ปล่อยจอย" 10 นาทีครับ ใน 10 นาทีนี้จะไถไอจีหรือนอนกลิ้งก็ได้ แต่พอหมดเวลาต้องกลับมาลุยต่อ
• วิธีนี้ทำให้สมองไม่ล้าเกินไป และเราจะทำตามเป้าหมายได้ยาวๆ แบบไม่ตบะแตกกลางทางครับ
สรุปสิ่งที่ได้จากการ "เป็นเจ้าของเวลาตัวเอง":
งานเสร็จไวขึ้น: มีเวลาไปพัฒนาตัวเอง หรือหาอาชีพเสริมได้เพิ่มครับ
เครียดน้อยลง: เพราะไม่ต้องมานั่งลุ้นตอนเดดไลน์ไฟลนก้นครับ
ชีวิตสมดุลขึ้น: มีเวลาให้ครอบครัวและตัวเองแบบจริงๆ จังๆ ครับ
"เราทุกคนมี 24 ชั่วโมงเท่ากันครับ ต่างกันแค่เราเลือกจะ 'ลงทุน' หรือ 'เผา' มันทิ้งไปวันๆ เท่านั้นเองครับ"