แนวคิดเรื่องรัฐควรประกอบเศรษฐกิจเองในบางมุม ของเด็ก ม.3

กระทู้สนทนา
ผู้เขียนได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิดสังคมนิยมในฐานะกรอบการวิเคราะห์ทางเศรษฐกิจ มิใช่ในฐานะอุดมการณ์แบบเบ็ดเสร็จ หากแต่เป็นเครื่องมือในการตั้งคำถามต่อโครงสร้างเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน โดยเฉพาะบทบาทของรัฐและภาคเอกชนในภาคบริการและโครงสร้างพื้นฐาน
ปัญหาที่เศรษฐกิจไทยเผชิญมาอย่างต่อเนื่อง คือ สภาพการแข่งขันที่ไม่สมบูรณ์ในหลายอุตสาหกรรม ซึ่งนำไปสู่การผูกขาดหรือกึ่งผูกขาดโดยพฤตินัย ภายใต้บริบทดังกล่าว ผู้บริโภคและรัฐมักมีอำนาจต่อรองต่ำ ส่งผลให้เกิดราคาที่ไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง คุณภาพบริการที่ไม่สอดคล้องกับศักยภาพทางเทคโนโลยี รวมถึงภาระงบประมาณภาครัฐจากการจัดซื้อจัดจ้างที่ขาดประสิทธิภาพ
จากปัญหาเชิงโครงสร้างนี้ ผู้เขียนจึงเสนอแนวคิดว่ารัฐอาจจำเป็นต้องเข้ามามีบทบาทในการ “จัดประกอบเศรษฐกิจ” ในบางภาคส่วนที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะกิจการที่มีลักษณะเป็นโครงสร้างพื้นฐานหรือบริการจำเป็นขั้นพื้นฐาน ทั้งนี้ มิได้หมายถึงการยกเลิกบทบาทของภาคเอกชน หากแต่เป็นการออกแบบความสัมพันธ์ใหม่ระหว่างรัฐและตลาด
หนึ่งในตัวอย่างที่ผู้เขียนเสนอ คือ การจัดตั้งรัฐวิสาหกิจด้านการให้บริการสัญญาณอินเทอร์เน็ตในรูปแบบกิจการร่วมทุน โดยรัฐถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 60 และภาคเอกชนถือหุ้นร้อยละ 40 พร้อมจัดตั้งคณะกรรมการบริหารจำนวน 6 คน แบ่งเป็นตัวแทนจากภาครัฐและเอกชนฝ่ายละครึ่ง โครงสร้างดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสร้างดุลยภาพระหว่างภารกิจสาธารณะและประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจ
ภายใต้โมเดลนี้ รัฐยังคงสามารถกำหนดทิศทางนโยบายด้านราคาและการเข้าถึงบริการได้ ขณะเดียวกัน การมีส่วนร่วมของภาคเอกชนในระดับการบริหารช่วยสร้างแรงกดดันด้านประสิทธิภาพและความคุ้มค่าทางการเงิน เนื่องจากรัฐมีรายได้จากภาษีเป็นฐานอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องตั้งกำไรสูงสุดเป็นเป้าหมายหลัก ส่งผลให้ราคาค่าบริการมีแนวโน้มลดลง ในขณะที่คุณภาพบริการยังคงได้รับการพัฒนา
ในทำนองเดียวกัน ผู้เขียนเสนอให้มีการจัดตั้งรัฐวิสาหกิจด้านการก่อสร้าง เพื่อทำหน้าที่เป็นทั้งผู้รับเหมาภาครัฐและกลไกในการพัฒนาแรงงานในประเทศ รัฐวิสาหกิจลักษณะนี้อาจช่วยลดปัญหาการทิ้งงานหรือการขาดความต่อเนื่องของโครงการ อีกทั้งยังสามารถทำหน้าที่ฝึกอบรมแรงงาน ยกระดับมาตรฐานวิชาชีพ และเพิ่มอัตราการจ้างงานในระบบอย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับภาคพลังงาน ผู้เขียนมองว่าการผลิตไฟฟ้าควรเป็นบทบาทหลักของรัฐ เนื่องจากไฟฟ้าเป็นปัจจัยพื้นฐานต่อการดำรงชีวิตและการพัฒนาเศรษฐกิจโดยรวม การให้รัฐเป็นผู้ผลิตหลักช่วยลดความเสี่ยงจากต้นทุนที่ผันผวน และช่วยให้การกำหนดราคาสะท้อนผลประโยชน์สาธารณะมากกว่าผลตอบแทนทางธุรกิจเพียงอย่างเดียว
โดยสรุป ผู้เขียนมิได้เสนอให้รัฐวิสาหกิจเป็นพื้นที่ปลอดจากการแข่งขัน หากแต่เสนอให้รัฐวิสาหกิจถูกออกแบบให้มีแรงกดดันด้านประสิทธิภาพผ่านการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน แนวคิดดังกล่าวมุ่งหวังให้บริการสาธารณะมีราคาที่เข้าถึงได้ คุณภาพสูง และมีความรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น ภายใต้โครงสร้างที่รัฐยังสามารถกำกับทิศทางเพื่อประโยชน์ส่วนรวมได้

ขอความคิดเห็นหน่อย
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่