จบเกม "อิหร่าน" ไม่ง่าย หากสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตี ต้องพร้อมเจ็บหนักด้วย



สหรัฐฯ ตอนนี้ ขนอาวุธไปประจำการอยู่ที่น่านน้ำในตะวันออกกลาง  ใกล้ ๆ กับอิหร่านเรียบร้อยแล้ว
เตรียมพร้อมรอคำสั่งจาก โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าจะให้เปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อไร แค่ทรัมป์สั่งมา ขีปนาวุธลูกแรกก็พร้อมยิงไปที่อิหร่านทันที
แต่ทรัมป์ยังคงชั่งใจอยู่ เพราะการโจมตีอิหร่าน ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เหมือนการสั่งโจมตีเวเนซุเอลา รัฐบาลอิหร่านไม่นั่งอยู่เฉย ๆ แน่นอน
หากถูกขีปนาวุธสหรัฐฯ โจมตี แม้ว่าขีดความสามารถด้านการทหารระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน จะแตกต่างกันมาก หากปะทะกันจริง ๆ อิหร่านก็คงสู้สหรัฐฯ ไม่ได้ในระยะยาว แต่อิหร่านก็พร้อมแลก และมีกำลังที่จะทำให้สหรัฐฯ เจ็บหนัก ซึ่งทรัมป์ต้องคิดให้ดี ๆ ว่า พร้อมจะแลกกับอิหร่านมากแค่ไหน  

หากสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่าน โดยมีเป้าหมายเพื่อโค่นล้มรัฐบาลอิหร่าน ภายใต้การนำของผู้นำสูงสุด อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี
ที่ปกครองอิหร่านมานานมากกว่า 36 ปีแล้ว อิหร่านจะตอบโต้กลับด้วยการโจมตีเข้าใส่ฐานทัพของสหรัฐฯ
ที่ประจำการอยู่ในตะวันออกกลาง และคราวนี้ คงไม่ใช่การโจมตีแบบพอเป็นพิธี เหมือนที่อิหร่านโจมตีเข้าใส่ฐานทัพอากาศ อัล -อูเดด ของสหรัฐฯ
ที่กาตาร์ เพื่อตอบโต้ที่สหรัฐฯ โจมตีโครงสร้างนิวเคลียร์ของอิหร่าน 3 แห่ง เมื่อช่วงกลางปีที่แล้ว
ซึ่งตอนนั้น อิหร่านได้แจ้งเตือนสหรัฐฯ ก่อนการโจมตี จึงทำให้ไม่มีทหารสหรัฐฯ ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
ทำให้หลายฝ่ายมองว่านี่เป็นการโจมตีกลับแบบพอเป็นพิธี เพื่อรักษาหน้าของรัฐบาลอิหร่าน
ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะยุติการการโจมตีระหว่างกัน

แต่สถานการณ์คราวนี้ ที่มีความตึงเครียดมากขึ้น หากมีการโจมตีเกิดขึ้น หลายฝ่ายคาดว่ามันจะยืดเยื้อและอาจลุกลามกลายเป็นสงครามเต็มรูปแบบ ซึ่งกองทัพอิหร่านมีขีดความสามารถในการโจมตีฐานทัพของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง รวมทั้ง แหล่งน้ำมัน
แถมอิหร่านยังสามารถปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางการขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดในโลก หากสหรัฐฯ กับอิหร่าน ปะทะกันเมื่อไร
จะก่อให้เกิดวิกฤตด้านพลังงานและน้ำมัน และอิหร่านยังมีพันธมิตรสำคัญ อย่างกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ในเลบานอน
และกลุ่มกบฎฮูตี ในเยเมน รวมทั้งกองกำลังติดอาวุธในอิรัก ที่แม้ว่าช่วงหลัง ๆ กลุ่มเหล่านี้เริ่มอ่อนแอ
แต่ก็ยังไม่หมดเขี้ยวเล็บ ซึ่งอิหร่าน อาจวางแผนร่วมกับกลุ่มเหล่านี้
ก่อเหตุโจมตีเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมทั้ง อิสราเอลด้วย

แม้ว่าที่ผ่านมา อิหร่านจะมีท่าทีที่ค่อนข้างอดทนอดกลั้นต่อการยั่วยุและการข่มขู่ของสหรัฐฯ
และพยายามควบคุมการตอบโต้เพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลาย แต่หากสถานการณ์เข้าขั้นวิกฤต
หากรัฐบาลอิหร่าน รู้สึกว่าตัวเองถูกต้อนจนหลังชนฝา และกำลังจะถูกโค่นล้ม ก็น่าจะเลือกวิธีที่ทำให้สหรัฐฯ เจ็บหนักที่สุด 

แม้ทางสหรัฐฯ จะมีความมั่นใจว่า สามารถปกป้องประชาชนของตัวเองได้ และสามารถโค่นล้มรัฐบาลอิหร่านได้สำเร็จ
แต่ตัวอย่างที่ผ่านมาในอดีต ไม่ว่าจะเป็นอัฟกานิสถาน ซีเรีย หรือลิเบีย ก็แสดงให้เห็นชัดเจนว่าการโค่นล้มรัฐบาล
ไม่ใช่จุดจบที่แท้จริง ซึ่งสถานการณ์หลังจากนั้น อาจเกิดสงครามกลางเมืองที่ทำให้มีการนองเลือดยิ่งกว่าเดิม
ส่วนชีวิตของประชาชนชาวอิหร่าน ที่สหรัฐฯ บอกว่าจะเข้าไปช่วยปลดปล่อยจากการปกครองที่กดขี่
อาจจะต้องเจอกับความลำบากยิ่งกว่าเดิม จากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และการแย่งชิงอำนาจภายในประเทศ 

ยิ่งอิหร่านที่มี อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ปกครองมาอย่างยาวนาน ทำให้เขามีผู้ภักดีอยู่จำนวนมาก
และมีคนอิหร่านจำนวนไม่น้อยที่สนับสนุนการทำสงครามกับสหรัฐฯ และมองว่านี่เป็นสงครามศักดิ์สิทธิ์ต่อต้านผู้รุกราน
จึงคาดว่าสหรัฐฯ จะต้องเจอกับการต่อต้านอย่างรุนแรง ทั้งจากกองทัพ และประชาชนของอิหร่าน
แม้ว่าท้ายที่สุด สหรัฐฯ จะได้รับชัยชนะ แต่ก็ยังต้องเจอกับการต่อต้านที่ยังเหลืออยู่ ที่จะสร้างความเสียหายให้กับสหรัฐฯ ต่อไปเรื่อย ๆ

แหล่งที่มา : TNN Thailand
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่