
นี่คือสรุปเนื้อหาสำคัญจากวิดีโอข่าวช่อง Fox News ในหัวข้อ "Netanyahu vows to respond ‘WITH FORCE’ to possible Iran attacks" ครับ:
• [
00:01] เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีของอิสราเอล ยอมรับว่าการสู้รบกับอิหร่านได้หยุดชะงักลงชั่วคราวแล้ว แต่เขาได้ให้คำมั่นว่าจะตอบโต้ "ด้วยความรุนแรง" (with force) หากอิหร่านทำการโจมตีอีกในอนาคต พร้อมย้ำจุดยืนเรื่องสิทธิของอิสราเอลในการจัดการกับศัตรูเพื่อปกป้องตนเอง
• [
00:48] ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการปะทะกันครั้งล่าสุดเริ่มต้นจากปฏิบัติการของอิสราเอลในตอนใต้ของเลบานอนที่พุ่งเป้าไปยังฐานที่มั่นของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในกรุงเบรุต จากนั้นอิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธจำนวนมากใส่อิสราเอล (แต่ส่วนใหญ่ถูกสกัดไว้ได้) อิสราเอลจึงทำการโจมตีกลับลึกเข้าไปในเขตแดนของอิหร่าน โดยพุ่งเป้าไปที่โรงงานปิโตรเคมีและเป้าหมายทางทหารอื่นๆ
• [
01:30] แม้ขณะนี้การสู้รบจะหยุดลงชั่วคราว แต่ทั้งสองฝ่ายก็ยังคงขู่ที่จะโจมตีอีกครั้งหากมีความเคลื่อนไหวจากฝั่งตรงข้าม ทำให้สถานการณ์ทั่วทั้งอ่าวเปอร์เซียและตะวันออกกลางยังคงอยู่ในสภาวะตึงเครียด
• [
02:18] ผู้ร่วมรายการได้กล่าวชื่นชมการจัดการของประธานาธิบดีสหรัฐฯ (อ้างอิงถึง โดนัลด์ ทรัมป์) ว่ามีความอดทนและไม่เร่งรีบทำข้อตกลงอย่างฉาบฉวยเพียงเพื่อหวังผลประโยชน์ทางการเมือง (เช่น การดึงราคาน้ำมันลง) แต่จุดยืนสำคัญที่สุดคือการเจรจาเพื่อให้มั่นใจว่า "อิหร่านจะไม่มีวันครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ได้"
• [
04:25] ทางรายการเน้นย้ำถึงความสำเร็จของสหรัฐฯ ในการสานความสัมพันธ์กับกลุ่มประเทศพันธมิตรในอ่าวเปอร์เซีย โดยระบุว่าภัยคุกคามจากอิหร่านยิ่งผลักดันให้ประเทศเหล่านี้หันมาร่วมมือกับสหรัฐฯ มากขึ้น เช่น การที่ UAE มีระบบโดมป้องกันภัยทางอากาศของตนเอง
• [
07:10] นอกเหนือจากปัญหาไฟสงคราม ตอนนี้ในประเทศอิหร่านกำลังมีการประท้วงของกลุ่มนักศึกษาและประชาชนที่ไม่พอใจระบบการศึกษาและรัฐบาลที่กดขี่ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ภายในประเทศที่รัฐบาลอิหร่านต้องรับมือ
• [
09:17] ในช่วงท้าย รายการได้สรุปถึงความสำคัญของการให้ความสำคัญกับพันธมิตรและมิตรประเทศที่แท้จริงในภูมิภาค เพื่อร่วมมือต้านทานกลุ่มอิสลามหัวรุนแรง และสร้างสันติภาพในระยะยาวให้เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง

นี่คือสรุปเนื้อหาสำคัญจากวิดีโอข่าวช่อง Fox News ในหัวข้อ "NEW: Trump issues strict 'RED LINE' for Iran deal" ครับ:
• [
00:00] กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ได้เผยแพร่วิดีโอใหม่ที่แสดงให้เห็นถึงปฏิบัติการของกองทัพอิสราเอลในการโจมตีระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่าน ซึ่งถือเป็นการโจมตีครั้งแรกนับตั้งแต่มีการทำข้อตกลงหยุดยิงไปเมื่อกว่า 2 เดือนก่อน
• [
00:20] โดนัลด์ ทรัมป์ ถูกถามถึง "เส้นแดง" (Red Line) หรือจุดแตกหักที่จะทำให้เขาตัดสินใจใช้ปฏิบัติการทางทหารอีกครั้ง ทรัมป์ตอบว่า หากอิหร่านสังหารพลเมืองอเมริกันเพิ่ม นั่นเป็นสิ่งที่เขาจะต้องพิจารณาอย่างจริงจัง แต่ "เส้นแดง" ที่แท้จริงของเขาคือ หากเขาประเมินว่าการเจรจาข้อตกลงจะไม่สำเร็จ หรือทำได้ไม่เร็วพอ อย่างไรก็ตาม เขาระบุว่าตอนนี้การเจรจากับผู้นำชุดปัจจุบันกำลังเป็นไปได้ด้วยดี
• [
00:55] พลโทหญิง แคเรน กิบสัน (Karen Gibson) อดีตผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองของศูนย์บัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ให้ความเห็นว่า เหตุการณ์นี้ถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง (ที่มีผลตั้งแต่ 8 เมษายน) ครั้งสำคัญที่สุด จนแทบจะเรียกไม่ได้แล้วว่านี่คือการหยุดยิง แต่ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่านี่เป็นเพียงการปะทะชั่วคราว หรือกำลังจะกลับไปสู่สงครามเต็มรูปแบบ
• [
01:24] กิบสันระบุว่า สิ่งที่ต้องจับตาดูต่อไปคือ การเจรจาระหว่างอิหร่านกับอิสราเอล (ซึ่งมีปากีสถานเป็นคนกลาง) จะยังเดินหน้าต่อไปหรือไม่ รวมถึงการเจรจาเกี่ยวกับประเด็นอิสราเอลและเลบานอนที่มีกำหนดจะจัดขึ้นที่กรุงวอชิงตันในสัปดาห์ของวันที่ 22 มิถุนายนนี้
• [
01:59] สถาบันวิจัยสงคราม (Institute for the Study of War) ระบุว่า อิหร่านพยายามทำตัวเป็นผู้มีเหตุผลในความขัดแย้งรอบล่าสุด แม้ว่าแท้จริงแล้วกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ (Hezbollah) ซึ่งเป็นพันธมิตรของตนจะเป็นฝ่ายเริ่มยกระดับความรุนแรงตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายนก็ตาม
• [
02:36] กิบสันแย้งว่า จริงๆ แล้วอิหร่านเริ่มยกระดับสถานการณ์มาตั้งแต่การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนในคูเวต (สนามบินนานาชาติ) เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน ตามด้วยการใช้โดรนโจมตีเรือพาณิชย์ในช่วงสุดสัปดาห์ ก่อนจะนำมาสู่การยิงถล่มอิสราเอล
• [
02:50] เธอวิเคราะห์ว่า การที่อิหร่านโจมตีอิสราเอลมีจุดประสงค์ 2 ประการ คือ 1) เพื่อส่งสัญญาณว่าไม่พอใจที่กลุ่มตัวแทนของตน (ฮิซบอลเลาะห์) ในเลบานอนถูกโจมตี และ 2) เพื่อทำให้การเจรจามีความซับซ้อนยิ่งขึ้น โดยการบีบให้อิสราเอลต้องถอยและดึงเรื่องเลบานอนเข้ามาเชื่อมโยง ซึ่งปัจจุบันการเจรจาก็ยุ่งยากมากพออยู่แล้ว ทั้งเรื่องโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน และการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ
คือสรุปเนื้อหาสำคัญจากวิดีโอข่าวช่อง Fox News ในหัวข้อ "Keane WARNS Iran: Trump is holding the card to ATTACK" ครับ:
• [
00:00] มีรายงานข่าวด่วนว่า อิสราเอลและอิหร่านได้เปิดฉากโจมตีกันโดยตรงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มีการประกาศหยุดยิงเมื่อ 2 เดือนก่อน ซึ่งทำให้เกิดความเสี่ยงที่สงครามเต็มรูปแบบในตะวันออกกลางจะปะทุขึ้นอีกครั้ง
• [
00:27] เหตุการณ์เริ่มต้นจากการที่อิหร่านยิงขีปนาวุธวิถีโค้ง (Ballistic Missiles) อย่างน้อย 10 ลูกเข้าไปในอิสราเอล แต่ทั้งหมดถูกสกัดกั้นไว้ได้ อิสราเอลจึงตอบโต้ด้วยการโจมตีเป้าหมายทางทหารในภาคกลางและตะวันตกของอิหร่าน
• [
00:55] โดนัลด์ ทรัมป์ ได้โพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social เรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายยุติการโจมตีทันที และกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาเพื่อให้ได้ข้อตกลง โดยทรัมป์ระบุว่าการปิดล้อมจะยังคงดำเนินต่อไปจนกว่าจะบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายได้
• [
02:24] รายการได้อธิบายแผนที่ความขัดแย้งว่า การปะทะนี้เป็น "สงครามตัวแทน" (Proxy War) โดยอิหร่านให้การสนับสนุนกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ (Hezbollah) ในเลบานอน ซึ่งโจมตีข้ามชายแดนตอนเหนือของอิสราเอลมาอย่างต่อเนื่อง อิสราเอลจึงปฏิบัติการตอบโต้ด้วยการโจมตีเป้าหมายในตอนใต้ของเลบานอน และล่าสุดลุกลามเป็นการปะทะโดยตรงกับฐานทัพอากาศในอิหร่าน
• [
04:00] พลเอก แจ็ค คีน (Jack Keane) ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารชี้ว่า ที่ผ่านมาตั้งแต่ประกาศหยุดยิงวันที่ 8 เมษายน "อิหร่าน" และเครือข่ายเป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลงมาโดยตลอด ทั้งการก่อกวนในช่องแคบฮอร์มุซ และการให้ฮิซบอลเลาะห์ยิงจรวดกว่า 2,000 ลูกเข้าใส่อิสราเอล ทำให้ชาวอิสราเอลบาดเจ็บกว่า 300 คน อิสราเอลจึงมีสิทธิอันชอบธรรมในการโจมตีแบบชิงลงมือ (Pre-emptive) ไปที่ศูนย์บัญชาการฮิซบอลเลาะห์ในกรุงเบรุต
• [
07:12] พลเอกคีนตั้งข้อสงสัยว่าอิหร่าน "จริงใจ" กับการเจรจาหรือไม่ เขาเชื่อว่าผู้นำอิหร่านกำลังใช้กลยุทธ์ "ซื้อเวลา" และจับตาดูสถานการณ์การเลือกตั้งกลางเทอมในสหรัฐฯ โดยหวังว่าแรงกดดันทางการเมืองจะทำให้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไม่กล้าเปิดฉากโจมตีทางทหาร
• [
08:18] อย่างไรก็ตาม พลเอกคีนเตือนว่าอิหร่านอาจประเมินสถานการณ์ผิดพลาด (Miscalculate) เพราะในอดีต ทรัมป์เคยให้เวลาเจรจา 60 วัน และเมื่ออิหร่านไม่ทำตามข้อตกลง ในวันที่ 61 ทรัมป์ก็ไฟเขียวให้อิสราเอลโจมตีอิหร่านทันที เขาเชื่อว่า "ทรัมป์ถือไพ่เตรียมสั่งโจมตีอยู่ (holding the card to attack)" และการเจรจานี้อาจจะใกล้ถึงจุดสิ้นสุด หากไม่ได้ข้อตกลงที่ยอมรับได้
• [
09:52] ทางด้านการทหาร หากต้องกลับเข้าสู่สงครามเต็มรูปแบบ สหรัฐฯ และอิสราเอลได้เตรียมพร้อมและเฝ้าจับตาการเคลื่อนย้ายขีปนาวุธของอิหร่านตลอด 8 สัปดาห์ที่ผ่านมา และพร้อมที่จะทำลายฐานปล่อยจรวดและอุโมงค์ของอิหร่าน รวมถึงสามารถปกป้องโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันในอ่าวเปอร์เซียได้


และ การมี ปภอ ที่ดี


อัพเดทข่าวไม่ด่วน//The Red line .และความต่างของการ มี ตัวตน ของ ปภอ
นี่คือสรุปเนื้อหาสำคัญจากวิดีโอข่าวช่อง Fox News ในหัวข้อ "Netanyahu vows to respond ‘WITH FORCE’ to possible Iran attacks" ครับ:
• [00:01] เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีของอิสราเอล ยอมรับว่าการสู้รบกับอิหร่านได้หยุดชะงักลงชั่วคราวแล้ว แต่เขาได้ให้คำมั่นว่าจะตอบโต้ "ด้วยความรุนแรง" (with force) หากอิหร่านทำการโจมตีอีกในอนาคต พร้อมย้ำจุดยืนเรื่องสิทธิของอิสราเอลในการจัดการกับศัตรูเพื่อปกป้องตนเอง
• [00:48] ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการปะทะกันครั้งล่าสุดเริ่มต้นจากปฏิบัติการของอิสราเอลในตอนใต้ของเลบานอนที่พุ่งเป้าไปยังฐานที่มั่นของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในกรุงเบรุต จากนั้นอิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธจำนวนมากใส่อิสราเอล (แต่ส่วนใหญ่ถูกสกัดไว้ได้) อิสราเอลจึงทำการโจมตีกลับลึกเข้าไปในเขตแดนของอิหร่าน โดยพุ่งเป้าไปที่โรงงานปิโตรเคมีและเป้าหมายทางทหารอื่นๆ
• [01:30] แม้ขณะนี้การสู้รบจะหยุดลงชั่วคราว แต่ทั้งสองฝ่ายก็ยังคงขู่ที่จะโจมตีอีกครั้งหากมีความเคลื่อนไหวจากฝั่งตรงข้าม ทำให้สถานการณ์ทั่วทั้งอ่าวเปอร์เซียและตะวันออกกลางยังคงอยู่ในสภาวะตึงเครียด
• [02:18] ผู้ร่วมรายการได้กล่าวชื่นชมการจัดการของประธานาธิบดีสหรัฐฯ (อ้างอิงถึง โดนัลด์ ทรัมป์) ว่ามีความอดทนและไม่เร่งรีบทำข้อตกลงอย่างฉาบฉวยเพียงเพื่อหวังผลประโยชน์ทางการเมือง (เช่น การดึงราคาน้ำมันลง) แต่จุดยืนสำคัญที่สุดคือการเจรจาเพื่อให้มั่นใจว่า "อิหร่านจะไม่มีวันครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ได้"
• [04:25] ทางรายการเน้นย้ำถึงความสำเร็จของสหรัฐฯ ในการสานความสัมพันธ์กับกลุ่มประเทศพันธมิตรในอ่าวเปอร์เซีย โดยระบุว่าภัยคุกคามจากอิหร่านยิ่งผลักดันให้ประเทศเหล่านี้หันมาร่วมมือกับสหรัฐฯ มากขึ้น เช่น การที่ UAE มีระบบโดมป้องกันภัยทางอากาศของตนเอง
• [07:10] นอกเหนือจากปัญหาไฟสงคราม ตอนนี้ในประเทศอิหร่านกำลังมีการประท้วงของกลุ่มนักศึกษาและประชาชนที่ไม่พอใจระบบการศึกษาและรัฐบาลที่กดขี่ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ภายในประเทศที่รัฐบาลอิหร่านต้องรับมือ
• [09:17] ในช่วงท้าย รายการได้สรุปถึงความสำคัญของการให้ความสำคัญกับพันธมิตรและมิตรประเทศที่แท้จริงในภูมิภาค เพื่อร่วมมือต้านทานกลุ่มอิสลามหัวรุนแรง และสร้างสันติภาพในระยะยาวให้เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง
นี่คือสรุปเนื้อหาสำคัญจากวิดีโอข่าวช่อง Fox News ในหัวข้อ "NEW: Trump issues strict 'RED LINE' for Iran deal" ครับ:
• [00:00] กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ได้เผยแพร่วิดีโอใหม่ที่แสดงให้เห็นถึงปฏิบัติการของกองทัพอิสราเอลในการโจมตีระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่าน ซึ่งถือเป็นการโจมตีครั้งแรกนับตั้งแต่มีการทำข้อตกลงหยุดยิงไปเมื่อกว่า 2 เดือนก่อน
• [00:20] โดนัลด์ ทรัมป์ ถูกถามถึง "เส้นแดง" (Red Line) หรือจุดแตกหักที่จะทำให้เขาตัดสินใจใช้ปฏิบัติการทางทหารอีกครั้ง ทรัมป์ตอบว่า หากอิหร่านสังหารพลเมืองอเมริกันเพิ่ม นั่นเป็นสิ่งที่เขาจะต้องพิจารณาอย่างจริงจัง แต่ "เส้นแดง" ที่แท้จริงของเขาคือ หากเขาประเมินว่าการเจรจาข้อตกลงจะไม่สำเร็จ หรือทำได้ไม่เร็วพอ อย่างไรก็ตาม เขาระบุว่าตอนนี้การเจรจากับผู้นำชุดปัจจุบันกำลังเป็นไปได้ด้วยดี
• [00:55] พลโทหญิง แคเรน กิบสัน (Karen Gibson) อดีตผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองของศูนย์บัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ให้ความเห็นว่า เหตุการณ์นี้ถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง (ที่มีผลตั้งแต่ 8 เมษายน) ครั้งสำคัญที่สุด จนแทบจะเรียกไม่ได้แล้วว่านี่คือการหยุดยิง แต่ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่านี่เป็นเพียงการปะทะชั่วคราว หรือกำลังจะกลับไปสู่สงครามเต็มรูปแบบ
• [01:24] กิบสันระบุว่า สิ่งที่ต้องจับตาดูต่อไปคือ การเจรจาระหว่างอิหร่านกับอิสราเอล (ซึ่งมีปากีสถานเป็นคนกลาง) จะยังเดินหน้าต่อไปหรือไม่ รวมถึงการเจรจาเกี่ยวกับประเด็นอิสราเอลและเลบานอนที่มีกำหนดจะจัดขึ้นที่กรุงวอชิงตันในสัปดาห์ของวันที่ 22 มิถุนายนนี้
• [01:59] สถาบันวิจัยสงคราม (Institute for the Study of War) ระบุว่า อิหร่านพยายามทำตัวเป็นผู้มีเหตุผลในความขัดแย้งรอบล่าสุด แม้ว่าแท้จริงแล้วกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ (Hezbollah) ซึ่งเป็นพันธมิตรของตนจะเป็นฝ่ายเริ่มยกระดับความรุนแรงตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายนก็ตาม
• [02:36] กิบสันแย้งว่า จริงๆ แล้วอิหร่านเริ่มยกระดับสถานการณ์มาตั้งแต่การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนในคูเวต (สนามบินนานาชาติ) เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน ตามด้วยการใช้โดรนโจมตีเรือพาณิชย์ในช่วงสุดสัปดาห์ ก่อนจะนำมาสู่การยิงถล่มอิสราเอล
• [02:50] เธอวิเคราะห์ว่า การที่อิหร่านโจมตีอิสราเอลมีจุดประสงค์ 2 ประการ คือ 1) เพื่อส่งสัญญาณว่าไม่พอใจที่กลุ่มตัวแทนของตน (ฮิซบอลเลาะห์) ในเลบานอนถูกโจมตี และ 2) เพื่อทำให้การเจรจามีความซับซ้อนยิ่งขึ้น โดยการบีบให้อิสราเอลต้องถอยและดึงเรื่องเลบานอนเข้ามาเชื่อมโยง ซึ่งปัจจุบันการเจรจาก็ยุ่งยากมากพออยู่แล้ว ทั้งเรื่องโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน และการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ
คือสรุปเนื้อหาสำคัญจากวิดีโอข่าวช่อง Fox News ในหัวข้อ "Keane WARNS Iran: Trump is holding the card to ATTACK" ครับ:
• [00:00] มีรายงานข่าวด่วนว่า อิสราเอลและอิหร่านได้เปิดฉากโจมตีกันโดยตรงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มีการประกาศหยุดยิงเมื่อ 2 เดือนก่อน ซึ่งทำให้เกิดความเสี่ยงที่สงครามเต็มรูปแบบในตะวันออกกลางจะปะทุขึ้นอีกครั้ง
• [00:27] เหตุการณ์เริ่มต้นจากการที่อิหร่านยิงขีปนาวุธวิถีโค้ง (Ballistic Missiles) อย่างน้อย 10 ลูกเข้าไปในอิสราเอล แต่ทั้งหมดถูกสกัดกั้นไว้ได้ อิสราเอลจึงตอบโต้ด้วยการโจมตีเป้าหมายทางทหารในภาคกลางและตะวันตกของอิหร่าน
• [00:55] โดนัลด์ ทรัมป์ ได้โพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social เรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายยุติการโจมตีทันที และกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาเพื่อให้ได้ข้อตกลง โดยทรัมป์ระบุว่าการปิดล้อมจะยังคงดำเนินต่อไปจนกว่าจะบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายได้
• [02:24] รายการได้อธิบายแผนที่ความขัดแย้งว่า การปะทะนี้เป็น "สงครามตัวแทน" (Proxy War) โดยอิหร่านให้การสนับสนุนกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ (Hezbollah) ในเลบานอน ซึ่งโจมตีข้ามชายแดนตอนเหนือของอิสราเอลมาอย่างต่อเนื่อง อิสราเอลจึงปฏิบัติการตอบโต้ด้วยการโจมตีเป้าหมายในตอนใต้ของเลบานอน และล่าสุดลุกลามเป็นการปะทะโดยตรงกับฐานทัพอากาศในอิหร่าน
• [04:00] พลเอก แจ็ค คีน (Jack Keane) ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารชี้ว่า ที่ผ่านมาตั้งแต่ประกาศหยุดยิงวันที่ 8 เมษายน "อิหร่าน" และเครือข่ายเป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลงมาโดยตลอด ทั้งการก่อกวนในช่องแคบฮอร์มุซ และการให้ฮิซบอลเลาะห์ยิงจรวดกว่า 2,000 ลูกเข้าใส่อิสราเอล ทำให้ชาวอิสราเอลบาดเจ็บกว่า 300 คน อิสราเอลจึงมีสิทธิอันชอบธรรมในการโจมตีแบบชิงลงมือ (Pre-emptive) ไปที่ศูนย์บัญชาการฮิซบอลเลาะห์ในกรุงเบรุต
• [07:12] พลเอกคีนตั้งข้อสงสัยว่าอิหร่าน "จริงใจ" กับการเจรจาหรือไม่ เขาเชื่อว่าผู้นำอิหร่านกำลังใช้กลยุทธ์ "ซื้อเวลา" และจับตาดูสถานการณ์การเลือกตั้งกลางเทอมในสหรัฐฯ โดยหวังว่าแรงกดดันทางการเมืองจะทำให้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไม่กล้าเปิดฉากโจมตีทางทหาร
• [08:18] อย่างไรก็ตาม พลเอกคีนเตือนว่าอิหร่านอาจประเมินสถานการณ์ผิดพลาด (Miscalculate) เพราะในอดีต ทรัมป์เคยให้เวลาเจรจา 60 วัน และเมื่ออิหร่านไม่ทำตามข้อตกลง ในวันที่ 61 ทรัมป์ก็ไฟเขียวให้อิสราเอลโจมตีอิหร่านทันที เขาเชื่อว่า "ทรัมป์ถือไพ่เตรียมสั่งโจมตีอยู่ (holding the card to attack)" และการเจรจานี้อาจจะใกล้ถึงจุดสิ้นสุด หากไม่ได้ข้อตกลงที่ยอมรับได้
• [09:52] ทางด้านการทหาร หากต้องกลับเข้าสู่สงครามเต็มรูปแบบ สหรัฐฯ และอิสราเอลได้เตรียมพร้อมและเฝ้าจับตาการเคลื่อนย้ายขีปนาวุธของอิหร่านตลอด 8 สัปดาห์ที่ผ่านมา และพร้อมที่จะทำลายฐานปล่อยจรวดและอุโมงค์ของอิหร่าน รวมถึงสามารถปกป้องโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันในอ่าวเปอร์เซียได้
และ การมี ปภอ ที่ดี