
: Django Unchained (2012) : หนังคาวบอยสุดเดือดเลือดสาด ระเบิดความแค้นที่ต้องดู!!
สวัสดีครับชาว Pantip ทุกท่าน วันนี้ผมมีหนังดีหนังเด็ดมาแนะนำกันอีกแล้วครับ เป็นหนังที่หลายคนน่าจะเคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามกันมาบ้างแล้ว นั่นก็คือ Django Unchained ของผู้กำกับตาเหยี่ยวอย่าง Quentin Tarantino นั่นเองครับ บอกเลยว่าถ้าใครเป็นแฟนหนังของพี่แก หรือชอบหนังแนวคาวบอยที่มีความดิบ ความรุนแรง และบทสนทนาที่คมกริบ ต้องไม่พลาดเรื่องนี้เด็ดขาดครับ
หนังเรื่องนี้ย้อนกลับไปในยุคอเมริกาช่วงก่อนสงครามกลางเมืองครับ เรื่องราวเริ่มต้นที่ Django (รับบทโดย Jamie Foxx) ทาสผิวดำที่ถูกจับมาขาย แต่โชคชะตาก็เล่นตลกเมื่อเขาได้พบกับ Dr. King Schultz (รับบทโดย Christoph Waltz) นักล่าค่าหัวชาวเยอรมันที่ดูเหมือนจะมีความเป็นสุภาพบุรุษ แต่เบื้องหลังกลับเป็นคนที่ฉลาดแกมโกงและมีความโหดเหี้ยมไม่น้อยเลยครับ Dr. Schultz ได้ปลดปล่อย Django ออกมา พร้อมกับข้อเสนอที่น่าสนใจ นั่นก็คือการร่วมมือกันตามล่าอาชญากรตามหมายจับ โดยมี Django เป็นผู้ช่วยที่ชำนาญในการตามรอย เพราะเขามีความสามารถพิเศษในการจดจำใบหน้าของพวกที่เคยทำร้ายเขาและครอบครัว
การเดินทางของ Django และ Dr. Schultz เต็มไปด้วยการผจญภัยที่อันตรายและเลือดสาดครับ พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับกลุ่มคนร้ายมากมายที่โหดเหี้ยมไม่แพ้กัน แต่สิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้พิเศษมากๆ คือบทสนทนาที่เฉียบคม การปล่อยมุกตลกแบบหน้าตายของ Dr. Schultz ที่ตัดกับความรุนแรงที่เกิดขึ้นได้อย่างลงตัวครับ Christoph Waltz แสดงได้สุดยอดจริงๆ ครับ บทบาทนี้ส่งให้เขาคว้ารางวัลออสการ์สาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมไปครองเลยทีเดียว
จุดประสงค์หลักของ Django จริงๆ แล้วไม่ใช่แค่การเป็นนักล่าค่าหัวนะครับ แต่เขาต้องการตามหา Broomhilda (รับบทโดย Kerry Washington) ภรรยาอันเป็นที่รักของเขาที่ถูกขายไปให้เจ้าของไร่คนใหม่ที่โหดร้ายทารุณอย่าง Calvin Candie (รับบทโดย Leonardo DiCaprio) นั่นเองครับ การเดินทางเพื่อไปช่วยเหลือ Broomhilda ทำให้ Django ต้องเผชิญหน้ากับความอยุติธรรมและความโหดร้ายของการเป็นทาสในยุคนั้นอย่างเต็มที่ครับ
Leo DiCaprio ในบท Calvin Candie นี่ก็สุดยอดไม่แพ้กันครับ เป็นตัวละครที่น่ารังเกียจ น่ากลัว แต่ก็มีเสน่ห์ในแบบของคนโรคจิตได้อย่างน่าขนลุกครับ เขาแสดงให้เห็นถึงความอำมหิตและแนวคิดที่บิดเบี้ยวของผู้มีอำนาจในสมัยนั้นได้อย่างสมจริงมากๆ ครับ ส่วน Jamie Foxx ก็ถ่ายทอดอารมณ์ของ Django ที่ทั้งแข็งแกร่ง เด็ดเดี่ยว และมีความเจ็บปวดจากอดีตได้อย่างยอดเยี่ยมครับ
อีกตัวละครที่ผมอยากพูดถึงคือ Stephen (รับบทโดย Samuel L. Jackson) คนงานทาสที่เหมือนจะเป็นผู้ภักดีต่อ Calvin Candie แต่จริงๆ แล้วมีความเจ้าเล่ห์และร้ายกาจซ่อนอยู่ครับ Samuel L. Jackson แกเล่นได้ถึงบทบาทมากๆ ครับ เป็นตัวละครที่ทำให้เราเกลียดได้ลงจริงๆ
สิ่งที่ผมชอบมากๆ ในหนังเรื่องนี้คือสไตล์การกำกับของ Tarantino ครับ การตัดต่อที่รวดเร็ว การใช้เพลงประกอบที่ทรงพลัง และฉากแอ็คชั่นที่ออกแบบมาได้อย่างดิบ เถื่อน แต่ก็ดูมีศิลปะครับ ถึงแม้ว่าหนังจะมีฉากความรุนแรงที่ค่อนข้างเยอะและอาจจะไม่เหมาะสำหรับผู้ชมที่อ่อนไหว แต่สำหรับคนที่ชอบหนังที่มีความจัดจ้าน หนังเรื่องนี้ตอบโจทย์แน่นอนครับ
Django Unchained ไม่ใช่แค่หนังแอ็คชั่นคาวบอยธรรมดาทั่วไปนะครับ มันคือการสะท้อนภาพความโหดร้ายของการเป็นทาสในอเมริกา การต่อสู้เพื่ออิสรภาพ และการล้างแค้นที่รอคอยมานานครับ หนังเรื่องนี้เต็มไปด้วยอารมณ์ขันร้ายๆ การเสียดสีสังคม และการตั้งคำถามเกี่ยวกับความยุติธรรม
ผมชอบฉากที่ Django และ Dr. Schultz ปลอมตัวเข้าไปในไร่ของ Calvin Candie มากครับ การวางแผน การหลอกล่อ และการเผชิญหน้ากันที่ค่อยๆ บีบคั้นอารมณ์ ทำให้เราลุ้นตามไปตลอดทั้งเรื่องครับ จนถึงจุดไคลแม็กซ์ที่ Django ระเบิดความแค้นออกมาอย่างที่ไม่มีใครคาดคิด
สรุปแล้ว Django Unchained เป็นหนังที่ผมอยากให้ทุกคนได้ลองดูกันครับ เป็นหนังที่ครบรส ทั้งแอ็คชั่น ดราม่า อารมณ์ขัน และความบันเทิงที่เข้มข้นมากๆ ครับ ถึงแม้ว่าบางฉากอาจจะดูรุนแรงไปหน่อย แต่ผมว่ามันก็เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่ Tarantino ต้องการจะสื่อออกมาครับ
สำหรับใครที่ยังไม่เคยดู หรือเคยดูแล้วอยากกลับไปดูอีกรอบ ผมแนะนำเลยครับ รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอนครับ เป็นหนังที่ดูจบแล้วจะรู้สึกอิ่มเอมใจ (ในแบบของหนังที่เต็มไปด้วยความรุนแรง) และประทับใจไปอีกนานครับ
คะแนนในใจผมให้เรื่องนี้ 9/10 เลยครับ หักนิดหน่อยตรงที่บางฉากอาจจะรู้สึกว่ามันรุนแรงเกินไปนิดสำหรับผม แต่โดยรวมแล้วคือสุดยอดครับ
สุดท้ายนี้ ใครเคยดูแล้วมีความเห็นยังไง มาแชร์กันได้นะครับ หรือถ้าใครมีหนังแนวๆ นี้อยากแนะนำอีก ก็บอกกันได้เลยครับ ยินดีรับฟังทุกความเห็นครับผม
ขอบคุณที่อ่านจนจบนะครับ แล้วเจอกันใหม่กระทู้หน้านะครับ!
Django Unchained (2012) : หนังคาวบอยสุดเดือดเลือดสาด ระเบิดความแค้นที่ต้องดู!!
: Django Unchained (2012) : หนังคาวบอยสุดเดือดเลือดสาด ระเบิดความแค้นที่ต้องดู!!
สวัสดีครับชาว Pantip ทุกท่าน วันนี้ผมมีหนังดีหนังเด็ดมาแนะนำกันอีกแล้วครับ เป็นหนังที่หลายคนน่าจะเคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามกันมาบ้างแล้ว นั่นก็คือ Django Unchained ของผู้กำกับตาเหยี่ยวอย่าง Quentin Tarantino นั่นเองครับ บอกเลยว่าถ้าใครเป็นแฟนหนังของพี่แก หรือชอบหนังแนวคาวบอยที่มีความดิบ ความรุนแรง และบทสนทนาที่คมกริบ ต้องไม่พลาดเรื่องนี้เด็ดขาดครับ
หนังเรื่องนี้ย้อนกลับไปในยุคอเมริกาช่วงก่อนสงครามกลางเมืองครับ เรื่องราวเริ่มต้นที่ Django (รับบทโดย Jamie Foxx) ทาสผิวดำที่ถูกจับมาขาย แต่โชคชะตาก็เล่นตลกเมื่อเขาได้พบกับ Dr. King Schultz (รับบทโดย Christoph Waltz) นักล่าค่าหัวชาวเยอรมันที่ดูเหมือนจะมีความเป็นสุภาพบุรุษ แต่เบื้องหลังกลับเป็นคนที่ฉลาดแกมโกงและมีความโหดเหี้ยมไม่น้อยเลยครับ Dr. Schultz ได้ปลดปล่อย Django ออกมา พร้อมกับข้อเสนอที่น่าสนใจ นั่นก็คือการร่วมมือกันตามล่าอาชญากรตามหมายจับ โดยมี Django เป็นผู้ช่วยที่ชำนาญในการตามรอย เพราะเขามีความสามารถพิเศษในการจดจำใบหน้าของพวกที่เคยทำร้ายเขาและครอบครัว
การเดินทางของ Django และ Dr. Schultz เต็มไปด้วยการผจญภัยที่อันตรายและเลือดสาดครับ พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับกลุ่มคนร้ายมากมายที่โหดเหี้ยมไม่แพ้กัน แต่สิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้พิเศษมากๆ คือบทสนทนาที่เฉียบคม การปล่อยมุกตลกแบบหน้าตายของ Dr. Schultz ที่ตัดกับความรุนแรงที่เกิดขึ้นได้อย่างลงตัวครับ Christoph Waltz แสดงได้สุดยอดจริงๆ ครับ บทบาทนี้ส่งให้เขาคว้ารางวัลออสการ์สาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมไปครองเลยทีเดียว
จุดประสงค์หลักของ Django จริงๆ แล้วไม่ใช่แค่การเป็นนักล่าค่าหัวนะครับ แต่เขาต้องการตามหา Broomhilda (รับบทโดย Kerry Washington) ภรรยาอันเป็นที่รักของเขาที่ถูกขายไปให้เจ้าของไร่คนใหม่ที่โหดร้ายทารุณอย่าง Calvin Candie (รับบทโดย Leonardo DiCaprio) นั่นเองครับ การเดินทางเพื่อไปช่วยเหลือ Broomhilda ทำให้ Django ต้องเผชิญหน้ากับความอยุติธรรมและความโหดร้ายของการเป็นทาสในยุคนั้นอย่างเต็มที่ครับ
Leo DiCaprio ในบท Calvin Candie นี่ก็สุดยอดไม่แพ้กันครับ เป็นตัวละครที่น่ารังเกียจ น่ากลัว แต่ก็มีเสน่ห์ในแบบของคนโรคจิตได้อย่างน่าขนลุกครับ เขาแสดงให้เห็นถึงความอำมหิตและแนวคิดที่บิดเบี้ยวของผู้มีอำนาจในสมัยนั้นได้อย่างสมจริงมากๆ ครับ ส่วน Jamie Foxx ก็ถ่ายทอดอารมณ์ของ Django ที่ทั้งแข็งแกร่ง เด็ดเดี่ยว และมีความเจ็บปวดจากอดีตได้อย่างยอดเยี่ยมครับ
อีกตัวละครที่ผมอยากพูดถึงคือ Stephen (รับบทโดย Samuel L. Jackson) คนงานทาสที่เหมือนจะเป็นผู้ภักดีต่อ Calvin Candie แต่จริงๆ แล้วมีความเจ้าเล่ห์และร้ายกาจซ่อนอยู่ครับ Samuel L. Jackson แกเล่นได้ถึงบทบาทมากๆ ครับ เป็นตัวละครที่ทำให้เราเกลียดได้ลงจริงๆ
สิ่งที่ผมชอบมากๆ ในหนังเรื่องนี้คือสไตล์การกำกับของ Tarantino ครับ การตัดต่อที่รวดเร็ว การใช้เพลงประกอบที่ทรงพลัง และฉากแอ็คชั่นที่ออกแบบมาได้อย่างดิบ เถื่อน แต่ก็ดูมีศิลปะครับ ถึงแม้ว่าหนังจะมีฉากความรุนแรงที่ค่อนข้างเยอะและอาจจะไม่เหมาะสำหรับผู้ชมที่อ่อนไหว แต่สำหรับคนที่ชอบหนังที่มีความจัดจ้าน หนังเรื่องนี้ตอบโจทย์แน่นอนครับ
Django Unchained ไม่ใช่แค่หนังแอ็คชั่นคาวบอยธรรมดาทั่วไปนะครับ มันคือการสะท้อนภาพความโหดร้ายของการเป็นทาสในอเมริกา การต่อสู้เพื่ออิสรภาพ และการล้างแค้นที่รอคอยมานานครับ หนังเรื่องนี้เต็มไปด้วยอารมณ์ขันร้ายๆ การเสียดสีสังคม และการตั้งคำถามเกี่ยวกับความยุติธรรม
ผมชอบฉากที่ Django และ Dr. Schultz ปลอมตัวเข้าไปในไร่ของ Calvin Candie มากครับ การวางแผน การหลอกล่อ และการเผชิญหน้ากันที่ค่อยๆ บีบคั้นอารมณ์ ทำให้เราลุ้นตามไปตลอดทั้งเรื่องครับ จนถึงจุดไคลแม็กซ์ที่ Django ระเบิดความแค้นออกมาอย่างที่ไม่มีใครคาดคิด
สรุปแล้ว Django Unchained เป็นหนังที่ผมอยากให้ทุกคนได้ลองดูกันครับ เป็นหนังที่ครบรส ทั้งแอ็คชั่น ดราม่า อารมณ์ขัน และความบันเทิงที่เข้มข้นมากๆ ครับ ถึงแม้ว่าบางฉากอาจจะดูรุนแรงไปหน่อย แต่ผมว่ามันก็เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่ Tarantino ต้องการจะสื่อออกมาครับ
สำหรับใครที่ยังไม่เคยดู หรือเคยดูแล้วอยากกลับไปดูอีกรอบ ผมแนะนำเลยครับ รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอนครับ เป็นหนังที่ดูจบแล้วจะรู้สึกอิ่มเอมใจ (ในแบบของหนังที่เต็มไปด้วยความรุนแรง) และประทับใจไปอีกนานครับ
คะแนนในใจผมให้เรื่องนี้ 9/10 เลยครับ หักนิดหน่อยตรงที่บางฉากอาจจะรู้สึกว่ามันรุนแรงเกินไปนิดสำหรับผม แต่โดยรวมแล้วคือสุดยอดครับ
สุดท้ายนี้ ใครเคยดูแล้วมีความเห็นยังไง มาแชร์กันได้นะครับ หรือถ้าใครมีหนังแนวๆ นี้อยากแนะนำอีก ก็บอกกันได้เลยครับ ยินดีรับฟังทุกความเห็นครับผม
ขอบคุณที่อ่านจนจบนะครับ แล้วเจอกันใหม่กระทู้หน้านะครับ!