
หากกำลังมองหาซีรีส์รักวัยรุ่นที่ย่อยง่าย ฟินจิกหมอน และไม่น้ำเน่า
Finding Her Edge ไฟรัก ประกาย ฝันหัวใจน้ำแข็ง ซีรีส์รักวัยรุ่นเรื่องใหม่จาก
Netflix ที่ดัดแปลงมาจากนวนิยายในชื่อเดียวกันของนักเขียน
Jennifer Iacopelli คือคำตอบที่ถูกต้องที่สุดในตอนนี้ ตอนที่เห็นตัวอย่างครั้งแรก ฉันตั้งคำถามไว้ในใจเลยว่า
นี่มันก็คงเป็นแค่ซีรีส์รักวัยรุ่นในสนามสเก็ตทั่วไป? ชื่อไทยอย่าง
ไฟรัก ประกายฝัน หัวใจน้ำแข็ง อาจจะฟังดูเหมือนละครรักยุคเก่าที่เน้นเรื่องพระนางงอนกันไปกันมา แต่ขอบอกตรงนี้เลยว่า
อย่าให้ชื่อเรื่องมันมาหลอก เพราะทันทีที่กดดูคือติดงอมแงม พวกแกจะพบกับงานดราม่าที่มีน้ำหนัก ตัวละครที่มีมิติความเป็นมนุษย์สูงมาก และที่สำคัญคือนักแสดงชายในเรื่องนี้คือ
ของดี ที่ทำให้คนดูอย่างฉันนั่งน้ำลายหกได้ในทุกอีพี

จุดแข็งที่สุดที่ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้แตกต่างจากแนวรักใสๆ ทั่วไป คือ
ปมปัญหา ที่วางไว้ได้อย่างมีชั้นเชิง เรื่องราวเริ่มต้นที่
Adriana Russo ทายาทของตระกูลนักสเก็ตน้ำแข็งระดับตำนาน นางไม่ได้เริ่มต้นจากศูนย์ แต่นางเริ่มต้นจาก
ติดลบ ในแง่ของสภาพจิตใจ ความกดดันจากการเป็นลูกสาวคนกลางของโค้ชระดับโอลิมปิกสุดเข้มงวดที่เป็นพ่อของนางเอง และการต้องแบกรับภาระในการรักษาลานสเก็ตของครอบครัวที่กำลังจะถูกยึด ทำให้ทุกย่างก้าวบนน้ำแข็งของนางเต็มไปด้วยความเครียด ซึ่งซีรีส์นำเสนอความกดดันนี้ออกมาได้ดี เราจะเห็นเหงื่อ เห็นน้ำตา และเห็นความเหนื่อยล้าที่แท้จริงของนักกีฬา ไม่ใช่แค่ภาพสวยๆ ตอนร่อนไปร่อนมาบนน้ำแข็ง

ความ
มีมิติ ของเนื้อเรื่องอยู่ที่การไม่พยายามทำให้ทุกอย่างคลี่คลายง่ายๆ ตัวละคร Adriana ไม่ใช่นางเอกที่แสนดีจนน่ารำคาญ นางมีความดื้อ มีความเห็นแก่ตัวในบางครั้ง และมีความกลัวที่จับต้องได้ การที่นางต้องเลือกระหว่าง ความฝันของตัวเอง กับ
ความคาดหวังของพ่อ เป็นสิ่งที่สะท้อนชีวิตคนทำงานหรือวัยรุ่นยุคปัจจุบันได้อย่างดี ทำให้ฉันดูไปก็เผลอเอาใจช่วยนางไปแบบไม่รู้ตัว

พูดถึงนักแสดง ต้องยอมรับว่านี่คือส่วนที่ดึงดูดสายตาที่สุดของเรื่อง โดยเฉพาะเหล่านักแสดงนำชายที่เหมือนหลุดออกมาจากนวนิยาย
Brayden Elliot พาร์ทเนอร์คนใหม่ของ Adriana ฮีคือชายหนุ่มผมทองผู้มีอดีตอันขมขื่นที่มาพร้อมกับลุคกวนประสาทที่โคตรมีเสน่ห์ เคมีระหว่างฮีกับ Adriana ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะบทซีรีส์มันเขียนให้รักกัน แต่มันเกิดจากการปะทะกันทางอารมณ์บนลานสเก็ต ทุกครั้งที่พวกนางซ้อมด้วยกัน จะเห็นถึงความไม่ไว้ใจที่ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความเชื่อใจ ซึ่งนี่คือหัวใจของ
Ice Dancing ที่ซีรีส์สื่อสารออกมาได้ดีมากๆ

ในขณะที่
Freddie แฟนเก่าที่เป็นตัวแปรสำคัญ ก็ไม่ได้ถูกวางตัวมาเป็นตัวร้ายที่น่าหมั่นไส้อย่างเดียว ฮีมีเหตุผลในการกระทำ มีความเจ็บปวดจากการเลิกรา และมีความกระหายในความสำเร็จที่ทำให้เข้าใจว่าทำไมฮีถึงเลือกทางเดินแบบนั้น การที่ตัวละครชายในเรื่องมีมิติ ไม่ได้มีหน้าที่แค่มาหล่อไปวันๆ ทำให้เส้นเรื่องความรักในเรื่องนี้มีน้ำหนักและน่าติดตาม ไม่รู้สึกว่ามันน้ำเน่าหรือจงใจยัดเยียดบทรักสามเส้ามาให้เรา

อีกหนึ่งความดีงามของซีรีส์คือการรักษาจังหวะการเล่าเรื่องได้ดีอย่างสม่ำเสมอ ซีรีส์ 8 ตอนนี้แทบไม่มี
น้ำ เลย ทุกฉากมีความหมาย ทั้งการแข่งขันเล็กๆ ไปจนถึงความขัดแย้งภายในครอบครัว Russo ความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องสามสาว Adriana, Elise และน้องคนเล็ก เป็นอีกหนึ่งเส้นเรื่องที่แข็งแรงมาก พี่สาวคนโตที่ดูเหมือนจะร้ายแต่จริงๆ คือคนที่ต้องแบกรับภาระที่หนักที่สุด ทำให้ฉันทั้งรักทั้งเกลียดตัวละครนี้ งานโปรดักชั่นถือว่าเลิศ มุมกล้องตอนนักแสดงสเก็ตทำออกมาได้ตื่นตาตื่นใจ (ถึงจะจับโป๊ะได้ว่าคนที่ร่อนอยู่บนลานสเก็ตเป็นนักแสดงสตั๊นท์ก็ตาม) เหมือนเรานั่งอยู่ขอบสนามจริงๆ แสงสีในลานสเก็ตวูบวาบเร้าอารมณ์ผสมผสานกับเพลงประกอบที่เลือกมาได้ทันสมัยและเข้ากับอารมณ์ของเรื่องได้เป็นอย่างดี

สรุปขมวดปมปึ้ง!....
Finding Her Edge ไฟรัก ประกายฝัน หัวใจน้ำแข็ง คือบทพิสูจน์ชั้นดีว่าซีรีส์แนวกีฬา-โรแมนซ์ไม่จำเป็นต้องติดหล่มอยู่กับความน้ำเน่าเสมอไป แต่มันสามารถไปได้ไกลกว่านั้นด้วยบทซีรีส์ที่มีชั้นเชิงและการถ่ายทอดการแสดงที่จริงใจ เรื่องราวที่ดูเหมือนเรียบง่ายกลับกลายเป็นบทเรียนชีวิตที่ดีและเข้าถึงได้ ซีรีส์เรื่องนี้ไม่ได้แค่สอนให้เราสู้เพื่อชัยชนะ แต่มันสอนให้เราหา
ความสมดุล ระหว่างความฝันที่อยากจะเป็น ความรักที่อยากจะมี และความจริงที่ต้องเผชิญในโลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว ภายใต้ฉากหน้าของนักแสดงที่ดูดีและเคมีที่ชวนฝัน มันคือมิติของตัวละครที่มีเลือดเนื้อ มีความเปราะบาง และมีความผิดพลาดที่จับต้องได้ ความเจ็บปวดที่พวกนางได้รับมันดูจริงใจและสะท้อนภาพชีวิตจริงของผู้คนในปัจจุบันนี้ได้อย่างกินใจ มันไม่ใช่แค่ซีรีส์ที่ดูเพื่อความบันเทิงหรือดูเพื่อเสพความฟินแล้วผ่านไป แต่มันคือแรงสั่นสะเทือนที่ปลุกไฟในใจและมอบแรงบันดาลใจให้เรากล้าที่จะมีความเชื่อมั่น แล้วกลับลงสู่สนามชีวิตของตัวเองอีกครั้ง.... ด้วยหัวใจที่แกร่งกว่าเดิม
(รีวิว) Finding Her Edge ไฟรัก ประกาย ฝันหัวใจน้ำแข็ง [เมื่อทุกตัวละครมีบาดแผล และทุกการเคลื่อนไหวบนน้ำแข็งมีความหมาย]
จุดแข็งที่สุดที่ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้แตกต่างจากแนวรักใสๆ ทั่วไป คือ ปมปัญหา ที่วางไว้ได้อย่างมีชั้นเชิง เรื่องราวเริ่มต้นที่ Adriana Russo ทายาทของตระกูลนักสเก็ตน้ำแข็งระดับตำนาน นางไม่ได้เริ่มต้นจากศูนย์ แต่นางเริ่มต้นจาก ติดลบ ในแง่ของสภาพจิตใจ ความกดดันจากการเป็นลูกสาวคนกลางของโค้ชระดับโอลิมปิกสุดเข้มงวดที่เป็นพ่อของนางเอง และการต้องแบกรับภาระในการรักษาลานสเก็ตของครอบครัวที่กำลังจะถูกยึด ทำให้ทุกย่างก้าวบนน้ำแข็งของนางเต็มไปด้วยความเครียด ซึ่งซีรีส์นำเสนอความกดดันนี้ออกมาได้ดี เราจะเห็นเหงื่อ เห็นน้ำตา และเห็นความเหนื่อยล้าที่แท้จริงของนักกีฬา ไม่ใช่แค่ภาพสวยๆ ตอนร่อนไปร่อนมาบนน้ำแข็ง
ความ มีมิติ ของเนื้อเรื่องอยู่ที่การไม่พยายามทำให้ทุกอย่างคลี่คลายง่ายๆ ตัวละคร Adriana ไม่ใช่นางเอกที่แสนดีจนน่ารำคาญ นางมีความดื้อ มีความเห็นแก่ตัวในบางครั้ง และมีความกลัวที่จับต้องได้ การที่นางต้องเลือกระหว่าง ความฝันของตัวเอง กับ ความคาดหวังของพ่อ เป็นสิ่งที่สะท้อนชีวิตคนทำงานหรือวัยรุ่นยุคปัจจุบันได้อย่างดี ทำให้ฉันดูไปก็เผลอเอาใจช่วยนางไปแบบไม่รู้ตัว
พูดถึงนักแสดง ต้องยอมรับว่านี่คือส่วนที่ดึงดูดสายตาที่สุดของเรื่อง โดยเฉพาะเหล่านักแสดงนำชายที่เหมือนหลุดออกมาจากนวนิยาย Brayden Elliot พาร์ทเนอร์คนใหม่ของ Adriana ฮีคือชายหนุ่มผมทองผู้มีอดีตอันขมขื่นที่มาพร้อมกับลุคกวนประสาทที่โคตรมีเสน่ห์ เคมีระหว่างฮีกับ Adriana ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะบทซีรีส์มันเขียนให้รักกัน แต่มันเกิดจากการปะทะกันทางอารมณ์บนลานสเก็ต ทุกครั้งที่พวกนางซ้อมด้วยกัน จะเห็นถึงความไม่ไว้ใจที่ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความเชื่อใจ ซึ่งนี่คือหัวใจของ Ice Dancing ที่ซีรีส์สื่อสารออกมาได้ดีมากๆ
ในขณะที่ Freddie แฟนเก่าที่เป็นตัวแปรสำคัญ ก็ไม่ได้ถูกวางตัวมาเป็นตัวร้ายที่น่าหมั่นไส้อย่างเดียว ฮีมีเหตุผลในการกระทำ มีความเจ็บปวดจากการเลิกรา และมีความกระหายในความสำเร็จที่ทำให้เข้าใจว่าทำไมฮีถึงเลือกทางเดินแบบนั้น การที่ตัวละครชายในเรื่องมีมิติ ไม่ได้มีหน้าที่แค่มาหล่อไปวันๆ ทำให้เส้นเรื่องความรักในเรื่องนี้มีน้ำหนักและน่าติดตาม ไม่รู้สึกว่ามันน้ำเน่าหรือจงใจยัดเยียดบทรักสามเส้ามาให้เรา
อีกหนึ่งความดีงามของซีรีส์คือการรักษาจังหวะการเล่าเรื่องได้ดีอย่างสม่ำเสมอ ซีรีส์ 8 ตอนนี้แทบไม่มี น้ำ เลย ทุกฉากมีความหมาย ทั้งการแข่งขันเล็กๆ ไปจนถึงความขัดแย้งภายในครอบครัว Russo ความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องสามสาว Adriana, Elise และน้องคนเล็ก เป็นอีกหนึ่งเส้นเรื่องที่แข็งแรงมาก พี่สาวคนโตที่ดูเหมือนจะร้ายแต่จริงๆ คือคนที่ต้องแบกรับภาระที่หนักที่สุด ทำให้ฉันทั้งรักทั้งเกลียดตัวละครนี้ งานโปรดักชั่นถือว่าเลิศ มุมกล้องตอนนักแสดงสเก็ตทำออกมาได้ตื่นตาตื่นใจ (ถึงจะจับโป๊ะได้ว่าคนที่ร่อนอยู่บนลานสเก็ตเป็นนักแสดงสตั๊นท์ก็ตาม) เหมือนเรานั่งอยู่ขอบสนามจริงๆ แสงสีในลานสเก็ตวูบวาบเร้าอารมณ์ผสมผสานกับเพลงประกอบที่เลือกมาได้ทันสมัยและเข้ากับอารมณ์ของเรื่องได้เป็นอย่างดี
สรุปขมวดปมปึ้ง!.... Finding Her Edge ไฟรัก ประกายฝัน หัวใจน้ำแข็ง คือบทพิสูจน์ชั้นดีว่าซีรีส์แนวกีฬา-โรแมนซ์ไม่จำเป็นต้องติดหล่มอยู่กับความน้ำเน่าเสมอไป แต่มันสามารถไปได้ไกลกว่านั้นด้วยบทซีรีส์ที่มีชั้นเชิงและการถ่ายทอดการแสดงที่จริงใจ เรื่องราวที่ดูเหมือนเรียบง่ายกลับกลายเป็นบทเรียนชีวิตที่ดีและเข้าถึงได้ ซีรีส์เรื่องนี้ไม่ได้แค่สอนให้เราสู้เพื่อชัยชนะ แต่มันสอนให้เราหา ความสมดุล ระหว่างความฝันที่อยากจะเป็น ความรักที่อยากจะมี และความจริงที่ต้องเผชิญในโลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว ภายใต้ฉากหน้าของนักแสดงที่ดูดีและเคมีที่ชวนฝัน มันคือมิติของตัวละครที่มีเลือดเนื้อ มีความเปราะบาง และมีความผิดพลาดที่จับต้องได้ ความเจ็บปวดที่พวกนางได้รับมันดูจริงใจและสะท้อนภาพชีวิตจริงของผู้คนในปัจจุบันนี้ได้อย่างกินใจ มันไม่ใช่แค่ซีรีส์ที่ดูเพื่อความบันเทิงหรือดูเพื่อเสพความฟินแล้วผ่านไป แต่มันคือแรงสั่นสะเทือนที่ปลุกไฟในใจและมอบแรงบันดาลใจให้เรากล้าที่จะมีความเชื่อมั่น แล้วกลับลงสู่สนามชีวิตของตัวเองอีกครั้ง.... ด้วยหัวใจที่แกร่งกว่าเดิม