
หากจะให้พูดถึงความรู้สึกหลังจากที่ได้นั่งจมจ่อมอยู่หน้าจอเพื่อรับชม
Percy Jackson and the Olympians Season 2: The Sea of Monsters เพอร์ซีย์ แจ็กสัน แอนด์ดิโอลิมเปียนส์: อาถรรพ์ทะเลปีศาจ ในปี 2026 นี้ สิ่งแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวไม่ใช่ภาพการผจญภัยอันยิ่งใหญ่หรือความตื่นตาตื่นใจของโลกแห่งมนุษย์กึ่งเทพ แต่มันคือคำถามโง่ๆ ว่า
ฉันกำลังดูอะไรอยู่วะเนี่ย? เพราะตลอดความยาวของซีซั่นนี้ มันเป็นอะไรที่ราบเรียบยิ่งกว่ารักแร้ที่เพิ่งเลเซอร์ มันเป็นความบันเทิงที่มอบความง่วงเหงาหาวนอนให้ฉันได้อย่างสม่ำเสมอ จนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นยานอนหลับเกรดพรีเมียมในคราบซีรีส์แฟนตาซีฟอร์มยักษ์

ปัญหาของซีรีส์เรื่องนี้มันเริ่มกลายเป็นโรคเรื้อรังที่ลามมาจากซีซั่นแรก และในซีซั่นที่ 2 นี้ แผลเก่าที่ยังไม่หายก็เริ่มจะเน่าเฟะขึ้นเรื่อยๆ นั่นคือเรื่องของการคัดเลือกนักแสดง ที่ดูเหมือนทีมผู้สร้างและตัวอีตานักเขียนเองอย่างลุง
Rick Riordan จะตั้งใจให้สวนทางกับจินตนาการของคนอ่านนิยายทั่วโลกอย่างไม่สนสี่สนแปด แม้เวลาจะผ่านไปเป็นปีจนฉันควรจะเริ่ม
ชิน กับรูปลักษณ์ของนักแสดงชุดนี้ แต่ในความเป็นจริง ยิ่งเนื้อเรื่องดำเนินไปในภาค Sea of Monsters ความรู้สึก
ไม่ตรงปก กลับยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม เพราะตัวละครเหล่านี้ไม่ได้มีแค่รูปลักษณ์ภายนอกที่มันไม่ได้ แต่การแสดงและเสน่ห์ที่ควรจะดึงดูดคนดูให้เชื่อว่าพวกนางคือตัวแทนของมนุษย์กึ่งเทพผู้กอบกู้โลกนั้น
มันกลับว่างเปล่า แอนนาเบ็ธที่ควรจะเป็นมันสมองของกลุ่ม หรือเพอร์ซีย์ที่ควรจะมีบุคลิกของฮีโร่ที่เปี่ยมไปด้วยอารมณ์ขันและพลัง กลับกลายเป็นเด็กที่กำลังก้าวเข้าสู่วัยรุ่นเต็มตัวที่ดูเหนื่อยล้าเหลือเกิน บทสนทนาที่พยายามจะให้ดู
ลึกซึ้ง ก็กลับฟังดู
ฝืนธรรมชาติ จนน่ารำคาญสุดๆ

เมื่อรูปลักษณ์ไม่ช่วย การแสดงไม่ส่ง สิ่งที่ควรจะมากอบกู้ซีรีส์ไว้ได้คือ
เนื้อเรื่อง ฉันเป็นคนที่อ่านนิยายชุดนี้ทุกเล่มและชอบเล่ม Sea of Monsters มากๆ แต่ใน Sea of Monsters ฉบับซีรีส์นี้ บทซีรีส์กลายเป็นความน่าเบื่อหน่ายขั้นสุด เนื้อหาในภาคนี้ตามนิยายควรจะเต็มไปด้วยความระทึกใจ การผจญภัยในมหาสมุทรที่เต็มไปด้วยอันตรายที่คาดเดาไม่ได้ แต่เวอร์ชันซีรีส์กลับเลือกที่จะนำเสนอทุกอย่างแบบ
ค่อยเป็นค่อยไป ในระดับที่ความเร็วเท่ากับเต่าเดิน การดำเนินเรื่องขาดจุดพีคอย่างสิ้นเชิง ไม่มีตอนไหนเลยที่ดูจบแล้วฉันจะรู้สึกว่า
เห้ย! ฉากนี้มันสุดยอดมากเลยวะ หรือ
อยากให้ถึงตอนหน้าเร็วๆ ทุกอย่างดำเนินไปเป็นเส้นตรงที่แบนราบ ฉากแอ็กชันที่ควรจะทำให้หัวใจเต้นแรงเลือดสูบฉีดยิ่งกว่าดื่มกระทิงแดง กลับถูกทำออกมาอย่างจืดชืดสนิท

มาเจาะลึกถึงความสัมพันธ์ของตัวละครในซีซั่นนี้กันบ้าง ที่ดูเหมือนจะเป็นจุดขายหลักที่ทีมผู้ส้รางพยายามผลักดัน แก.... มันล้มเหลวสุดๆ ไปเลย
พังไม่เป็นท่า เคมีระหว่างเพอร์ซีย์กับ
ไทสัน น้องชายไซคลอปส์ที่ควรจะเป็นหัวใจสำคัญของภาคนี้ กลับดูแห้งแล้งและปราศจากความผูกพันที่แท้จริง ฉากที่พยายามจะเรียกน้ำตาหรือแสดงความซาบซึ้งกลับกลายเป็นช่วงเวลาที่ฉันหยิบมือถือขึ้นมาไถโซเชียล เพราะมันไม่มีแรงดึงดูดอะไรเลยที่จะทำให้ฉันอินไปกับความรู้สึกของตัวละคร ทุกอย่างมันดูประดิษฐ์ ดูเป็นสูตรสำเร็จที่ทำออกมาให้จบๆ ไปตามหน้าที่ โดยไม่ได้ใส่
หัวใจ ลงไปในงานสร้างเลยสักนิด

นอกจากนี้ การออกแบบอสุรกายหรืองานภาพ CG ต่างๆ แม้จะเห็นได้ชัดว่ามันทำออกมาได้ดีมาก แต่มันกลับขาดความน่ากลัว อสุรกายในทะเลปีศาจที่เป็นตำนานน่าสยดสยอง กลับดูเหมือนกำลังเล่นซ่อนแอบอยู่หลังโขดหิน จนทำให้ฉันต้องแหกตาเพื่อเพ่งมองและจับใจความภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าว่า
มันคืออะไรกันแน่วะ? รูปร่างมันเป็นยังไง? มันแทบไม่สร้างความรู้สึกคุกคามใดๆ ให้กับตัวเอกเลย ความรู้สึกอันตรายที่ควรจะปกคลุมไปทั่วทะเลปีศาจที่เป็นอีกหนึ่งหายนะครั้งใหญ่ของเรื่อราว มันกลับกลายเป็นการล่องเรือสำราญในวันหยุดที่บังเอิญเจออุปสรรคนิดหน่อยพอเป็นพิธี ซึ่งสิ่งนี้ยิ่งตอกย้ำความรู้สึกแย่ให้แฟนนิยายอย่างฉันที่รอคอยจะเห็นภาพความยิ่งใหญ่ของเกาะไซคลอปส์หรือการเผชิญหน้ากับปีศาจต่างๆ ที่บันเทิงเริงรมณ์กว่านี้

ความน่าเสียดายที่สุดของซีซั่น2 คือความไม่มี
เอกลักษณ์ เป็นของตัวเองไป มันกลายเป็นซีรีส์ที่พยายามจะเป็นหลายอย่าง แต่กลับเป็นอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง จะเป็นซีรีส์เด็กที่สนุกสนานก็ขาดอารมณ์ขัน จะเป็นมหากาพย์ซีรีส์แฟนตาซีก็ขาดความยิ่งใหญ่ จะเป็นดราม่าที่ควบคู่กับการเติบโตของตัวละครก็ขาดมิติของความลึกซึ้ง ผลที่ได้คือผลงานที่
ไร้รสชาติ เหมือนส้มตำลืมใส่ผงนัว ดูไปเรื่อยๆ จนจบซีซั่นแล้วก็พบว่าฉันแทบจะจำอะไรไม่ได้เลยสักอย่างเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วง 8 ตอนที่ผ่านมา

สรุปขมวดปมปึ้ง!.... แผลเก่าจากซีซั่นแรกที่ว่าเจ็บปวดแล้ว มาเจอซีซั่นที่ 2 ที่
เรื่อยๆ จนง่วง มันยิ่งทำให้แฟนคลับรู้สึกเหมือนโดนหักหลังซ้ำสอง เพราะเราต่างคาดหวังว่าทีมผู้สร้างจะนำคำวิจารณ์ไปปรับปรุง แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือความนิ่งเฉยและการยึดมั่นในแนวทางที่แสนจะธรรมดา ถ้าถามว่าซีรีส์เรื่องนี้เหมาะกับใคร? ก็คงเหมาะกับคนที่อยากหาอะไรดูฆ่าเวลาแบบไม่ต้องใช้สมอง หรือคนที่ต้องการเสียงพื้นหลังเพื่อให้นอนหลับง่ายขึ้น เพราะในฐานะซีรส์แนวแฟนตาซีผจญภัย
Percy Jackson and the Olympians Season 2: The Sea of Monsters เพอร์ซีย์ แจ็กสัน แอนด์ดิโอลิมเปียนส์: อาถรรพ์ทะเลปีศาจ คือความล้มเหลวที่น่าจดจำที่สุดในแง่ของความ
ไม่น่าจดจำ

ในอนาคต ซีซั่น3 ที่กำลังจะลงสตรีมในปี 2026 นี้ ถ้าตัวซีรีส์ออกมาโดยไม่มีการเปลี่ยนทิศทางของการเล่าเรื่องหรือเพิ่มความเข้มข้นให้บท เราก็คงต้องเตรียมตัวพบกับความง่วงเหงาหาวนอนที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม เพราะเมื่อไหร่ที่คนดูเริ่ม
ไม่รู้สึกอะไรเลย กับผลงานที่อยู่ตรงหน้า นั่นคือจุดจบที่แท้จริงของซีรีส์ ไม่ใช่คำด่าหรือคำวิจารณ์ แต่เป็นความเฉยเมยที่เกิดจากความน่าเบื่อที่เกินจะเยียวยา และสำหรับ Percy Jackson เวอร์ชันนี้ ดูเหมือนมันกำลังเดินทางไปถึงจุดนั้นเร็วกว่าที่คิด
(รีวิว) Percy Jackson and the Olympians Season 2: The Sea of Monsters (2026) [ดูแล้วง่วง จุดพีคอยู่ไหน?]
ปัญหาของซีรีส์เรื่องนี้มันเริ่มกลายเป็นโรคเรื้อรังที่ลามมาจากซีซั่นแรก และในซีซั่นที่ 2 นี้ แผลเก่าที่ยังไม่หายก็เริ่มจะเน่าเฟะขึ้นเรื่อยๆ นั่นคือเรื่องของการคัดเลือกนักแสดง ที่ดูเหมือนทีมผู้สร้างและตัวอีตานักเขียนเองอย่างลุง Rick Riordan จะตั้งใจให้สวนทางกับจินตนาการของคนอ่านนิยายทั่วโลกอย่างไม่สนสี่สนแปด แม้เวลาจะผ่านไปเป็นปีจนฉันควรจะเริ่ม ชิน กับรูปลักษณ์ของนักแสดงชุดนี้ แต่ในความเป็นจริง ยิ่งเนื้อเรื่องดำเนินไปในภาค Sea of Monsters ความรู้สึก ไม่ตรงปก กลับยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม เพราะตัวละครเหล่านี้ไม่ได้มีแค่รูปลักษณ์ภายนอกที่มันไม่ได้ แต่การแสดงและเสน่ห์ที่ควรจะดึงดูดคนดูให้เชื่อว่าพวกนางคือตัวแทนของมนุษย์กึ่งเทพผู้กอบกู้โลกนั้น มันกลับว่างเปล่า แอนนาเบ็ธที่ควรจะเป็นมันสมองของกลุ่ม หรือเพอร์ซีย์ที่ควรจะมีบุคลิกของฮีโร่ที่เปี่ยมไปด้วยอารมณ์ขันและพลัง กลับกลายเป็นเด็กที่กำลังก้าวเข้าสู่วัยรุ่นเต็มตัวที่ดูเหนื่อยล้าเหลือเกิน บทสนทนาที่พยายามจะให้ดู ลึกซึ้ง ก็กลับฟังดู ฝืนธรรมชาติ จนน่ารำคาญสุดๆ
เมื่อรูปลักษณ์ไม่ช่วย การแสดงไม่ส่ง สิ่งที่ควรจะมากอบกู้ซีรีส์ไว้ได้คือ เนื้อเรื่อง ฉันเป็นคนที่อ่านนิยายชุดนี้ทุกเล่มและชอบเล่ม Sea of Monsters มากๆ แต่ใน Sea of Monsters ฉบับซีรีส์นี้ บทซีรีส์กลายเป็นความน่าเบื่อหน่ายขั้นสุด เนื้อหาในภาคนี้ตามนิยายควรจะเต็มไปด้วยความระทึกใจ การผจญภัยในมหาสมุทรที่เต็มไปด้วยอันตรายที่คาดเดาไม่ได้ แต่เวอร์ชันซีรีส์กลับเลือกที่จะนำเสนอทุกอย่างแบบ ค่อยเป็นค่อยไป ในระดับที่ความเร็วเท่ากับเต่าเดิน การดำเนินเรื่องขาดจุดพีคอย่างสิ้นเชิง ไม่มีตอนไหนเลยที่ดูจบแล้วฉันจะรู้สึกว่า เห้ย! ฉากนี้มันสุดยอดมากเลยวะ หรือ อยากให้ถึงตอนหน้าเร็วๆ ทุกอย่างดำเนินไปเป็นเส้นตรงที่แบนราบ ฉากแอ็กชันที่ควรจะทำให้หัวใจเต้นแรงเลือดสูบฉีดยิ่งกว่าดื่มกระทิงแดง กลับถูกทำออกมาอย่างจืดชืดสนิท
มาเจาะลึกถึงความสัมพันธ์ของตัวละครในซีซั่นนี้กันบ้าง ที่ดูเหมือนจะเป็นจุดขายหลักที่ทีมผู้ส้รางพยายามผลักดัน แก.... มันล้มเหลวสุดๆ ไปเลย พังไม่เป็นท่า เคมีระหว่างเพอร์ซีย์กับ ไทสัน น้องชายไซคลอปส์ที่ควรจะเป็นหัวใจสำคัญของภาคนี้ กลับดูแห้งแล้งและปราศจากความผูกพันที่แท้จริง ฉากที่พยายามจะเรียกน้ำตาหรือแสดงความซาบซึ้งกลับกลายเป็นช่วงเวลาที่ฉันหยิบมือถือขึ้นมาไถโซเชียล เพราะมันไม่มีแรงดึงดูดอะไรเลยที่จะทำให้ฉันอินไปกับความรู้สึกของตัวละคร ทุกอย่างมันดูประดิษฐ์ ดูเป็นสูตรสำเร็จที่ทำออกมาให้จบๆ ไปตามหน้าที่ โดยไม่ได้ใส่ หัวใจ ลงไปในงานสร้างเลยสักนิด
นอกจากนี้ การออกแบบอสุรกายหรืองานภาพ CG ต่างๆ แม้จะเห็นได้ชัดว่ามันทำออกมาได้ดีมาก แต่มันกลับขาดความน่ากลัว อสุรกายในทะเลปีศาจที่เป็นตำนานน่าสยดสยอง กลับดูเหมือนกำลังเล่นซ่อนแอบอยู่หลังโขดหิน จนทำให้ฉันต้องแหกตาเพื่อเพ่งมองและจับใจความภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าว่า มันคืออะไรกันแน่วะ? รูปร่างมันเป็นยังไง? มันแทบไม่สร้างความรู้สึกคุกคามใดๆ ให้กับตัวเอกเลย ความรู้สึกอันตรายที่ควรจะปกคลุมไปทั่วทะเลปีศาจที่เป็นอีกหนึ่งหายนะครั้งใหญ่ของเรื่อราว มันกลับกลายเป็นการล่องเรือสำราญในวันหยุดที่บังเอิญเจออุปสรรคนิดหน่อยพอเป็นพิธี ซึ่งสิ่งนี้ยิ่งตอกย้ำความรู้สึกแย่ให้แฟนนิยายอย่างฉันที่รอคอยจะเห็นภาพความยิ่งใหญ่ของเกาะไซคลอปส์หรือการเผชิญหน้ากับปีศาจต่างๆ ที่บันเทิงเริงรมณ์กว่านี้
ความน่าเสียดายที่สุดของซีซั่น2 คือความไม่มี เอกลักษณ์ เป็นของตัวเองไป มันกลายเป็นซีรีส์ที่พยายามจะเป็นหลายอย่าง แต่กลับเป็นอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง จะเป็นซีรีส์เด็กที่สนุกสนานก็ขาดอารมณ์ขัน จะเป็นมหากาพย์ซีรีส์แฟนตาซีก็ขาดความยิ่งใหญ่ จะเป็นดราม่าที่ควบคู่กับการเติบโตของตัวละครก็ขาดมิติของความลึกซึ้ง ผลที่ได้คือผลงานที่ ไร้รสชาติ เหมือนส้มตำลืมใส่ผงนัว ดูไปเรื่อยๆ จนจบซีซั่นแล้วก็พบว่าฉันแทบจะจำอะไรไม่ได้เลยสักอย่างเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วง 8 ตอนที่ผ่านมา
สรุปขมวดปมปึ้ง!.... แผลเก่าจากซีซั่นแรกที่ว่าเจ็บปวดแล้ว มาเจอซีซั่นที่ 2 ที่ เรื่อยๆ จนง่วง มันยิ่งทำให้แฟนคลับรู้สึกเหมือนโดนหักหลังซ้ำสอง เพราะเราต่างคาดหวังว่าทีมผู้สร้างจะนำคำวิจารณ์ไปปรับปรุง แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือความนิ่งเฉยและการยึดมั่นในแนวทางที่แสนจะธรรมดา ถ้าถามว่าซีรีส์เรื่องนี้เหมาะกับใคร? ก็คงเหมาะกับคนที่อยากหาอะไรดูฆ่าเวลาแบบไม่ต้องใช้สมอง หรือคนที่ต้องการเสียงพื้นหลังเพื่อให้นอนหลับง่ายขึ้น เพราะในฐานะซีรส์แนวแฟนตาซีผจญภัย Percy Jackson and the Olympians Season 2: The Sea of Monsters เพอร์ซีย์ แจ็กสัน แอนด์ดิโอลิมเปียนส์: อาถรรพ์ทะเลปีศาจ คือความล้มเหลวที่น่าจดจำที่สุดในแง่ของความ ไม่น่าจดจำ
ในอนาคต ซีซั่น3 ที่กำลังจะลงสตรีมในปี 2026 นี้ ถ้าตัวซีรีส์ออกมาโดยไม่มีการเปลี่ยนทิศทางของการเล่าเรื่องหรือเพิ่มความเข้มข้นให้บท เราก็คงต้องเตรียมตัวพบกับความง่วงเหงาหาวนอนที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม เพราะเมื่อไหร่ที่คนดูเริ่ม ไม่รู้สึกอะไรเลย กับผลงานที่อยู่ตรงหน้า นั่นคือจุดจบที่แท้จริงของซีรีส์ ไม่ใช่คำด่าหรือคำวิจารณ์ แต่เป็นความเฉยเมยที่เกิดจากความน่าเบื่อที่เกินจะเยียวยา และสำหรับ Percy Jackson เวอร์ชันนี้ ดูเหมือนมันกำลังเดินทางไปถึงจุดนั้นเร็วกว่าที่คิด