หลายคนอาจคิดว่าอาการเหนื่อยง่าย น้ำหนักเปลี่ยน ใจสั่น หรือผมร่วง เป็นเรื่องธรรมดา
แต่รู้ไหมว่า…อาการเหล่านี้อาจเป็น “สัญญาณเตือน” ของโรคไทรอยด์ที่ไม่ควรมองข้าม
เพราะ “ต่อมไทรอยด์” มีบทบาทสำคัญในการควบคุมระบบเผาผลาญของร่างกาย หากทำงานผิดปกติ
อาจส่งผลต่อสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจได้อย่างมาก
วันนี้พี่หมอฝั่งธน..จะมาให้ความรู้ สัญญาณจากร่างกาย “ไทรอยด์” ทำงานผิดปกติหรือเปล่า
ต่อมไทรอยด์ (Thyroid gland) เป็นต่อมไร้ท่อที่อยู่บริเวณลำคอ ทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนไทรอยด์ ซึ่งควบคุม
การเผาผลาญพลังงาน การเต้นของหัวใจ อุณหภูมิร่างกาย การทำงานของสมอง การเจริญเติบโต อารมณ์และสมาธิ
สำรวจความเปลี่ยนแปลงเพื่อคัดกรองเบื้องต้นกับ Checklist ง่ายๆ ใน 1 นาที เช่น
เหงื่อออกยาก
ผิวแห้ง
ท้องผูก
น้ำหนักเพิ่ม
มือเท้าเย็นง่าย
อาการดังกล่าว อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของภาวะไทรอยด์ทำงานผิดปกติซึ่งส่งผลต่อสมดุลของร่างกาย
หากผลการประเมินเบื้องต้น ชี้ว่ามีความเสี่ยง แนะนำให้เข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์เฉพาะทาง
เพื่อการวินิจฉัยที่แม่นยำและการดูแลที่ตรงจุด เราพร้อมเคียงข้างให้
เมื่อไทรอยด์ทำงานผิดปกติ จะเกิดได้ 2 ภาวะหลัก คือ
ไทรอยด์เป็นพิษ (Hyperthyroidism)
ไทรอยด์ต่ำ (Hypothyroidism)
🔥 1) สัญญาณ “ไทรอยด์เป็นพิษ”
เกิดจากการที่ต่อมไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนมากเกินไป
อาการที่พบบ่อย ใจสั่น หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ
เหงื่อออกง่าย ร้อนง่าย น้ำหนักลด ทั้งที่กินเท่าเดิมหรือกินมากขึ้น
มือสั่น หงุดหงิดง่าย นอนไม่หลับ อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย
ถ่ายบ่อย ท้องเสีย ผมร่วง เล็บเปราะ ประจำเดือนผิดปกติ
คอโต หรือมีก้อนที่คอ (คอพอก) ตาโปน (ในบางราย)
หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็น “เครียด” หรือ “พักผ่อนน้อย”
แต่จริง ๆ แล้วอาจเกิดจากฮอร์โมนไทรอยด์ที่สูงผิดปกติ
🔥 2) สัญญาณ “ไทรอยด์ต่ำ”
เกิดจากการที่ต่อมไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนน้อยเกินไป
อาการที่พบบ่อย เหนื่อยง่าย ง่วง ซึม น้ำหนักขึ้นง่าย
หนาวง่าย ผิวแห้ง ผมร่วง คิ้วบาง ท้องผูก หน้าและตัวบวม
ความจำลดลง สมาธิสั้น ซึมเศร้า อารมณ์แปรปรวน
ประจำเดือนมามากหรือผิดปกติ พูดช้า เคลื่อนไหวช้า
หลายคนคิดว่าเป็น “อ้วนขึ้น” หรือ “แก่ขึ้น”
แต่จริง ๆ แล้วอาจเป็นสัญญาณของไทรอยด์ต่ำ
⚠️ กลุ่มเสี่ยงที่ควรตรวจไทรอยด์
คุณควรระวังเป็นพิเศษ หากมีปัจจัยเหล่านี้
ผู้หญิง (พบมากกว่าผู้ชายหลายเท่า) คนในครอบครัวมีโรคไทรอยด์
ผู้ที่มีโรคภูมิคุ้มกันผิดปกติ หลังคลอดบุตร
ผู้ที่เครียดสะสม พักผ่อนไม่เพียงพอ ผู้ที่น้ำหนักเปลี่ยนผิดปกติ
ผู้ที่มีอาการใจสั่น เหนื่อยง่าย หรืออารมณ์แปรปรวน
การตรวจไทรอยด์ทำได้ง่ายและไม่เจ็บ
1️⃣ ตรวจเลือด TSH FT3 FT4 เป็นวิธีที่แม่นยำที่สุด
2️⃣ อัลตราซาวด์ต่อมไทรอยด์ ดูขนาดต่อม ตรวจหาก้อนหรือความผิดปกติ
3️⃣ ตรวจร่างกาย คลำคอ ตรวจชีพจร ประเมินอาการร่วม
หากปล่อยไว้ ไม่รักษา จะเกิดอะไรขึ้น

โรคไทรอยด์ที่ไม่ได้รักษา อาจนำไปสู่
หัวใจเต้นผิดจังหวะ ภาวะหัวใจล้มเหลว กระดูกพรุน
ภาวะมีบุตรยาก ภาวะซึมเศร้า ภาวะโคม่า (ในรายรุนแรง)
ดูแลตัวเองอย่างไร เมื่อสงสัยว่าเป็นไทรอยด์
สังเกตอาการผิดปกติของร่างกาย ไปตรวจเลือดกับแพทย์
อย่าซื้อยากินเอง นอนพักผ่อนให้เพียงพอ ลดความเครียด
รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่
โรคไทรอยด์ไม่ใช่โรคไกลตัว และมักแสดงสัญญาณผ่าน “อาการเล็ก ๆ” ที่หลายคนมองข้าม
หากคุณมีอาการเหล่านี้หลายข้อ อย่ารอให้รุนแรง ควรตรวจไทรอยด์เพื่อความมั่นใจ
เพราะการรู้เร็ว = รักษาได้เร็ว = ลดความเสี่ยงในอนาคต
ความรู้เพิ่มเติม
https://www.youtube.com/watch?v=28v8puJ2Rkw
https://www.thonburihospital.com/when-to-check-thyroid-signs/



สัญญาณจากร่างกาย “ไทรอยด์” ทำงานผิดปกติหรือเปล่า
แต่รู้ไหมว่า…อาการเหล่านี้อาจเป็น “สัญญาณเตือน” ของโรคไทรอยด์ที่ไม่ควรมองข้าม
อาจส่งผลต่อสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจได้อย่างมาก
วันนี้พี่หมอฝั่งธน..จะมาให้ความรู้ สัญญาณจากร่างกาย “ไทรอยด์” ทำงานผิดปกติหรือเปล่า
ต่อมไทรอยด์ (Thyroid gland) เป็นต่อมไร้ท่อที่อยู่บริเวณลำคอ ทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนไทรอยด์ ซึ่งควบคุม
การเผาผลาญพลังงาน การเต้นของหัวใจ อุณหภูมิร่างกาย การทำงานของสมอง การเจริญเติบโต อารมณ์และสมาธิ
สำรวจความเปลี่ยนแปลงเพื่อคัดกรองเบื้องต้นกับ Checklist ง่ายๆ ใน 1 นาที เช่น
เมื่อไทรอยด์ทำงานผิดปกติ จะเกิดได้ 2 ภาวะหลัก คือ
ไทรอยด์เป็นพิษ (Hyperthyroidism)
ไทรอยด์ต่ำ (Hypothyroidism)
🔥 1) สัญญาณ “ไทรอยด์เป็นพิษ”
เกิดจากการที่ต่อมไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนมากเกินไป
อาการที่พบบ่อย ใจสั่น หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ
เหงื่อออกง่าย ร้อนง่าย น้ำหนักลด ทั้งที่กินเท่าเดิมหรือกินมากขึ้น
มือสั่น หงุดหงิดง่าย นอนไม่หลับ อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย
ถ่ายบ่อย ท้องเสีย ผมร่วง เล็บเปราะ ประจำเดือนผิดปกติ
คอโต หรือมีก้อนที่คอ (คอพอก) ตาโปน (ในบางราย)
หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็น “เครียด” หรือ “พักผ่อนน้อย”
แต่จริง ๆ แล้วอาจเกิดจากฮอร์โมนไทรอยด์ที่สูงผิดปกติ
🔥 2) สัญญาณ “ไทรอยด์ต่ำ”
เกิดจากการที่ต่อมไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนน้อยเกินไป
อาการที่พบบ่อย เหนื่อยง่าย ง่วง ซึม น้ำหนักขึ้นง่าย
หนาวง่าย ผิวแห้ง ผมร่วง คิ้วบาง ท้องผูก หน้าและตัวบวม
ความจำลดลง สมาธิสั้น ซึมเศร้า อารมณ์แปรปรวน
ประจำเดือนมามากหรือผิดปกติ พูดช้า เคลื่อนไหวช้า
หลายคนคิดว่าเป็น “อ้วนขึ้น” หรือ “แก่ขึ้น”
แต่จริง ๆ แล้วอาจเป็นสัญญาณของไทรอยด์ต่ำ
⚠️ กลุ่มเสี่ยงที่ควรตรวจไทรอยด์
คุณควรระวังเป็นพิเศษ หากมีปัจจัยเหล่านี้
ผู้หญิง (พบมากกว่าผู้ชายหลายเท่า) คนในครอบครัวมีโรคไทรอยด์
ผู้ที่มีโรคภูมิคุ้มกันผิดปกติ หลังคลอดบุตร
ผู้ที่เครียดสะสม พักผ่อนไม่เพียงพอ ผู้ที่น้ำหนักเปลี่ยนผิดปกติ
ผู้ที่มีอาการใจสั่น เหนื่อยง่าย หรืออารมณ์แปรปรวน
การตรวจไทรอยด์ทำได้ง่ายและไม่เจ็บ
1️⃣ ตรวจเลือด TSH FT3 FT4 เป็นวิธีที่แม่นยำที่สุด
2️⃣ อัลตราซาวด์ต่อมไทรอยด์ ดูขนาดต่อม ตรวจหาก้อนหรือความผิดปกติ
3️⃣ ตรวจร่างกาย คลำคอ ตรวจชีพจร ประเมินอาการร่วม
หากปล่อยไว้ ไม่รักษา จะเกิดอะไรขึ้น
โรคไทรอยด์ที่ไม่ได้รักษา อาจนำไปสู่
หัวใจเต้นผิดจังหวะ ภาวะหัวใจล้มเหลว กระดูกพรุน
ภาวะมีบุตรยาก ภาวะซึมเศร้า ภาวะโคม่า (ในรายรุนแรง)
ดูแลตัวเองอย่างไร เมื่อสงสัยว่าเป็นไทรอยด์
สังเกตอาการผิดปกติของร่างกาย ไปตรวจเลือดกับแพทย์
อย่าซื้อยากินเอง นอนพักผ่อนให้เพียงพอ ลดความเครียด
รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่
โรคไทรอยด์ไม่ใช่โรคไกลตัว และมักแสดงสัญญาณผ่าน “อาการเล็ก ๆ” ที่หลายคนมองข้าม
หากคุณมีอาการเหล่านี้หลายข้อ อย่ารอให้รุนแรง ควรตรวจไทรอยด์เพื่อความมั่นใจ
เพราะการรู้เร็ว = รักษาได้เร็ว = ลดความเสี่ยงในอนาคต
ความรู้เพิ่มเติม
https://www.youtube.com/watch?v=28v8puJ2Rkw
https://www.thonburihospital.com/when-to-check-thyroid-signs/