คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 15
คำว่ากู้บ้านเงินเหลือ กับกู้เต็มราคาทรัพย์ มันคนละเรื่องกัน
ถ้าบ้านราคาซื้อขาย 5 ล้าน แต่เฉพาะหลังนี้ เจ้าของรีบขาย เพื่อลดภาระหรืออะไรก็แล้วแต่ เลยบอกขายแบบลดราคาจัดๆ สมมุติขาย 3.8 ล้าน แต่เวลาธนาคารเข้าประเมินทรัพย์ก็ประเมิน 5 ล้านอยู่ดี (สมมุติว่าขายราคานี้กันทั้งซอย) เราจะยื่นเท่าไหร่ก็เรื่องของเรา
ถ้ายื่น 3.8 ล้าน ก็อาจจะต้องดาวน์ 10% คือ 380,000 แต่ถ้ายื่นเกินไปเป็น 4.25 ล้าน อนุมัติ 90% ก็คือ 3.825 ล้าน เท่ากับเราไม่ต้องควัก (หรือไม่ต้องมีเงินดาวน์ -- ซึ่งบางธนาคารขอดูเงินดาวน์ แปลว่าคุณต้องมี หรือถ้าโอนมาจากที่อื่นต้องเป็นญาติสายตรง เป็นต้น แต่บางธนาคารไม่ขอดู)
ดังนั้นถ้าบ้าน 3 ล้าน บอกขาย 2 ล้าน จะยื่นกู้ 2.5 ล้าน แบบนี้ไม่แปลก
ถ้ายื่น 2.5 ล้าน แล้วอนุมัติ 90% ก็คือกู้ได้ 2.25 ล้าน ก็จะมีส่วนต่าง 250,000 เป็นเงินสดที่ต้องรับคืนมาจากผู้ขาย ในกรณีธนาคารตีเช็ค 1.8 ล้านเพื่อปิดบัญชีให้เจ้าของเดิม + เช็คอีกใบ 4.5 แสน ต้องเขียนสัญญาแนบท้ายสัญญาจะซื้อจะขายให้รัดกุมว่าผู้ขายต้องโอนคืนให้เรา เพื่อเป็นหลักฐานว่าเข้าใจตรงกันทุกฝ่าย เอาให้ง่ายคือเสร็จจากที่ดิน ถือเช็คไปธนาคารพร้อมกัน แบ่งกันให้จบ
แต่ถ้าบ้านราคาประเมิน 2 ล้านกว่าๆ อาจจะ 2.3-2.5 เจ้าของบอกขายแค่ 2 ล้านถ้วน เพราะหลังอื่นๆ ก็ขายราคานี้กันทั้งซอย แต่ผู้กู้ยื่นไป 3 ล้าน แล้วดันประเมินผ่านเฉยเลย แบบนี้คนละเรื่องกัน
มันจะกลายเป็นว่า กู้ไป 3 ล้าน เป็นหนี้ 3 ล้าน ได้บ้านที่ราคาตลาดแค่ 2 ล้าน ได้เงินสด 1 ล้าน
แบบนี้เรียกกู้บ้านเงินเหลือ
เงินที่กู้เกินมา อาจจะวางแผนว่าจะใช้ทำอะไรก็แล้วแต่ ซ่อมบ้าน ปิดหนี้อื่น ฯลฯ พอโอนบ้าน จ่ายหนี้เก่า หนี้อื่นก็หมดไป ซื้อของเข้าบ้านได้
แต่ๆๆๆ ถ้าผ่อนไป 3-4 เดือนแล้วไม่ไหว อยากขาย แถวนั้นซื้อขายกัน 2 ล้าน แล้วหนี้เกือบ 3 ล้าน จะขายยังไง
ก็ต้องหาเงินส่วนต่างเพื่อปิดบัญชี 1 ล้านบาท ซึ่งกรณีนี้จะติดขัดทันที
การกู้บ้านเงินเหลือ ทำให้หนี้สูงกว่าราคาทรัพย์ (ดังนั้นธนาคารจะระวังเรื่องการประเมินราคาทรัพย์ไม่ให้สูงเกินจริง เพราะมันมีเคสที่ประเมินมาช่องทางไหนไม่รู้ แต่ได้ราคาสูง อาจจะมีเอเจนต์มีอะไรช่วยดัน แล้วพอกู้เต็ม มันขัดแย้งกับราคาตลาด)
การกู้เงินเหลือ อันตรายตรงไหนบ้าง
เราอาจจะมองว่ากู้เกินราคาบ้านมาก่อน ส่วนหนึ่งเอาไว้ซ่อมแซมบ้าน ซื้อของเข้าบ้าน และปิดหนี้อื่นๆ เพื่อมาผ่อนบ้านทางเดียว มันฟังดูดี ดูมีหวัง
แต่เมื่อปิดหนี้อื่น เราจะกู้เพิ่มได้ เช่น เอาเงินที่กู้เกินมาไปจ่ายค่าบัตรเครดิตและบัตรเงินสดหมดเลย กลายเป็นว่าวงเงินว่างก็เริ่มใช้ต่อ
กลายเป็นว่าบ้านก็ต้องผ่อน หนี้เก่าหมดไป หนี้ใหม่เพิ่มมา เพราะว่ามีวงเงินให้ใช้
ถ้าคุมตรงนี้ไม่ได้ จะเละ
ถ้าบ้านราคาซื้อขาย 5 ล้าน แต่เฉพาะหลังนี้ เจ้าของรีบขาย เพื่อลดภาระหรืออะไรก็แล้วแต่ เลยบอกขายแบบลดราคาจัดๆ สมมุติขาย 3.8 ล้าน แต่เวลาธนาคารเข้าประเมินทรัพย์ก็ประเมิน 5 ล้านอยู่ดี (สมมุติว่าขายราคานี้กันทั้งซอย) เราจะยื่นเท่าไหร่ก็เรื่องของเรา
ถ้ายื่น 3.8 ล้าน ก็อาจจะต้องดาวน์ 10% คือ 380,000 แต่ถ้ายื่นเกินไปเป็น 4.25 ล้าน อนุมัติ 90% ก็คือ 3.825 ล้าน เท่ากับเราไม่ต้องควัก (หรือไม่ต้องมีเงินดาวน์ -- ซึ่งบางธนาคารขอดูเงินดาวน์ แปลว่าคุณต้องมี หรือถ้าโอนมาจากที่อื่นต้องเป็นญาติสายตรง เป็นต้น แต่บางธนาคารไม่ขอดู)
ดังนั้นถ้าบ้าน 3 ล้าน บอกขาย 2 ล้าน จะยื่นกู้ 2.5 ล้าน แบบนี้ไม่แปลก
ถ้ายื่น 2.5 ล้าน แล้วอนุมัติ 90% ก็คือกู้ได้ 2.25 ล้าน ก็จะมีส่วนต่าง 250,000 เป็นเงินสดที่ต้องรับคืนมาจากผู้ขาย ในกรณีธนาคารตีเช็ค 1.8 ล้านเพื่อปิดบัญชีให้เจ้าของเดิม + เช็คอีกใบ 4.5 แสน ต้องเขียนสัญญาแนบท้ายสัญญาจะซื้อจะขายให้รัดกุมว่าผู้ขายต้องโอนคืนให้เรา เพื่อเป็นหลักฐานว่าเข้าใจตรงกันทุกฝ่าย เอาให้ง่ายคือเสร็จจากที่ดิน ถือเช็คไปธนาคารพร้อมกัน แบ่งกันให้จบ
แต่ถ้าบ้านราคาประเมิน 2 ล้านกว่าๆ อาจจะ 2.3-2.5 เจ้าของบอกขายแค่ 2 ล้านถ้วน เพราะหลังอื่นๆ ก็ขายราคานี้กันทั้งซอย แต่ผู้กู้ยื่นไป 3 ล้าน แล้วดันประเมินผ่านเฉยเลย แบบนี้คนละเรื่องกัน
มันจะกลายเป็นว่า กู้ไป 3 ล้าน เป็นหนี้ 3 ล้าน ได้บ้านที่ราคาตลาดแค่ 2 ล้าน ได้เงินสด 1 ล้าน
แบบนี้เรียกกู้บ้านเงินเหลือ
เงินที่กู้เกินมา อาจจะวางแผนว่าจะใช้ทำอะไรก็แล้วแต่ ซ่อมบ้าน ปิดหนี้อื่น ฯลฯ พอโอนบ้าน จ่ายหนี้เก่า หนี้อื่นก็หมดไป ซื้อของเข้าบ้านได้
แต่ๆๆๆ ถ้าผ่อนไป 3-4 เดือนแล้วไม่ไหว อยากขาย แถวนั้นซื้อขายกัน 2 ล้าน แล้วหนี้เกือบ 3 ล้าน จะขายยังไง
ก็ต้องหาเงินส่วนต่างเพื่อปิดบัญชี 1 ล้านบาท ซึ่งกรณีนี้จะติดขัดทันที
การกู้บ้านเงินเหลือ ทำให้หนี้สูงกว่าราคาทรัพย์ (ดังนั้นธนาคารจะระวังเรื่องการประเมินราคาทรัพย์ไม่ให้สูงเกินจริง เพราะมันมีเคสที่ประเมินมาช่องทางไหนไม่รู้ แต่ได้ราคาสูง อาจจะมีเอเจนต์มีอะไรช่วยดัน แล้วพอกู้เต็ม มันขัดแย้งกับราคาตลาด)
การกู้เงินเหลือ อันตรายตรงไหนบ้าง
เราอาจจะมองว่ากู้เกินราคาบ้านมาก่อน ส่วนหนึ่งเอาไว้ซ่อมแซมบ้าน ซื้อของเข้าบ้าน และปิดหนี้อื่นๆ เพื่อมาผ่อนบ้านทางเดียว มันฟังดูดี ดูมีหวัง
แต่เมื่อปิดหนี้อื่น เราจะกู้เพิ่มได้ เช่น เอาเงินที่กู้เกินมาไปจ่ายค่าบัตรเครดิตและบัตรเงินสดหมดเลย กลายเป็นว่าวงเงินว่างก็เริ่มใช้ต่อ
กลายเป็นว่าบ้านก็ต้องผ่อน หนี้เก่าหมดไป หนี้ใหม่เพิ่มมา เพราะว่ามีวงเงินให้ใช้
ถ้าคุมตรงนี้ไม่ได้ จะเละ
แสดงความคิดเห็น
บ้านเงินเหลือ(มือสอง)ขายถูก กู้เกินยอดซื้อขายได้มัยคับ
ต้องทำยอดซื้อขาย2.5ล้านมั้ยคับ หรือแล้วแต่ธ.ผู้อนุมัติ