ปุ่มชำระเงินถูกกดจากอีกฟากหนึ่งของโลก
ทันทีที่กำหดการคัมแบ็กของ BTS (방탄소년단)
ประกาศเมื่อวันที่ 22 มกราคม
นักศึกษามหาวิทยาลัยในปารีส พนักงานออฟฟิศในนิวยอร์ก และวัยรุ่นในเซาเปาโล ต่างเปิดสมาร์ทโฟนพร้อมกัน สิ่งแรกที่พวกเขาเปิดไม่ใช่แอปสตรีมมิงเพลง แต่เป็นแอปจองตั๋วเครื่องบิน ปลายทางคือ ICN (สนามบินอินชอน) หรือ GMP (สนามบินกิมโพ) ไม่มีความลังเลใด ๆ เลยหลังจากรอคอยมานานถึง 4 ปี ข่าวการกลับมาครบทีมของพวกเขากลายเป็น "คำสั่งเรียก" ที่ทรงพลังที่สุดในการดึงดูด ARMY หลายล้านคนทั่วโลกให้ขึ้นเครื่องบินมาที่โซล
สิ่งที่เราเห็นอยู่ในขณะนี้ไม่ใช่แค่ "กระแสวัฒนธรรม" ธรรมดา แต่เป็นการเคลื่อนย้ายครั้งใหญ่ของผู้คน และพร้อมกันนั้นคือการไหลเข้าของเงินทุน
หลังจากที่การแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศหยุดชะงักไปช่วงหนึ่งเพราะโควิด-19 เรือวัฒนธรรมที่ชื่อ BTS กำลังยกสมอเรือ (닻) ของการแลกเปลี่ยนมนุษย์ทั่วโลกขึ้นมาอีกครั้งอย่างเข้มแข็ง ที่ผ่านมาเราเรียก K-pop ว่าเป็น "สินค้าส่งออกตัวแม่" ส่งอัลบั้มไปต่างประเทศ ส่งสตรีมเพลงออกไปเพื่อหาเงินดอลลาร์ ด้วยวิธีคิดแบบอุตสาหกรรมการผลิต
แต่การกลับมาครั้งนี้ของ BTS เป็นจุดเปลี่ยนที่ชัดเจนว่า Paradigm ทางเศรษฐกิจของ K-pop กำลังเปลี่ยนจาก "ส่งออก (Outbound)" ไปสู่ "ดึงดูดเข้ามา (Inbound)"
การจองตั๋วเครื่องบินไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย การบินมาที่นี่ไม่ได้หมายถึงแค่จ่ายเงินซื้อตั๋วคอนเสิร์ต 150,000 วอนเท่านั้น พวกเขาจะนอนในโรงแรมที่โซล กินสามเกี๊ยบในร้านอาหารที่ฮงแด ซื้อเครื่องสำอางตุนที่เมียงดง ถ่ายรูปเช็คอินที่คาเฟ่ในซองซูดง พวกเขาจะพักที่นี่ 3 คืน 4 วัน หรืออาจนานกว่านั้น นี่คือการท่องเที่ยวแบบ "พักนานและใช้จ่าย " ที่เกิดขึ้นจริงข้อมูลจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
พูดตรง ๆ ยอดค้นหาตั๋วเครื่องบินไปโซลพุ่งทะยานก่อน-หลัง คอนเสิร์ต BTS อัตราการจองโรงแรมในตัวเมืองสูงเหมือนช่วงไฮซีซั่น ถ้าเงินจากขายเซมิคอนดักเตอร์ไหลเข้าคลังของบริษัทใหญ่ ๆ เงินที่พวกเขาปล่อยทิ้งไว้ที่นี่จะไหลตรงเข้าสู่เส้นเลือดฝอยของเศรษฐกิจย่านเล็ก ๆ ไปถึงคนขับแท็กซี่ เจ้าของร้านอาหาร พนักงานพาร์ทไทม์ร้านสะดวกซื้อ นี่แหละ "น้ำตกทรัมป์ " ที่แท้จริง และเป็นวิธีที่แน่นอนที่สุดในการฟื้นเศรษฐกิจภายในประเทศที่น่าสนใจ คือ สิ่งที่พวกเขามาดูไม่ใช่ความทันสมัยแบบตะวันตก
อัลบั้มเต็มชุดที่ 5 ของ BTS
มีชื่อไตเติ้ลว่า ‘아리랑 (ARIRANG)’
เวทีโชว์การคัมแบ็ค ถูกประกาศว่าจะจัดที่
광화문광장 (จัตุรัสควังฮวามุน)
และบริเวณ 경복궁 (พระราชวังเคียงบก)
เสียงและสถานที่ ที่ "เกาหลี " สุด ๆ
นี่คือแรงดึงดูดที่ชาวต่างชาติปฏิเสธได้ยากเหมือน หอไอเฟลของฝรั่งเศส หรือพระราชวังบักกิงแฮมของอังกฤษ
ตอนนี้ พระราชวังเคียงบก และจัตุรัสควังฮวามุน ถูกยกระดับเป็น "สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางวัฒนธรรม" ที่คนเจน Z ทั่วโลกต้องมาเยือน ด้วยเรื่องราวของ BTS
ตามที่การวิเคราะห์ของการ์เดียน (The Guardian) ระบุว่า การที่ K-pop นำเสนอ "ความเป็นเกาหลีแท้ ๆ" อย่างเต็มตัว เป็นกลยุทธ์ที่ยอดเยี่ยมมาก แฟน ๆ ไม่ได้แค่บริโภคไอดอล แต่ต้องการสัมผัสวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของประเทศที่สร้างไอดอลเหล่านั้นขึ้นมา การกระตุ้น "ความต้องการบริโภคประสบการณ์" นี่แหละคือหัวใจของการท่องเที่ยวแบบดึงดูดเข้ามา
รัฐบาลตั้งเป้าหมายดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ 30 ล้านคนภายในปี 2027 แต่หลังยุคเอนเดมิค การฟื้นตัวยังต่ำกว่าคาด และยังถูกญี่ปุ่นที่ใช้เงินเยนอ่อนแซงหน้า ในสถานการณ์แบบนี้ การคัมแบ็กของ BTS เหมือนกำลังเสริมทัพนับหมื่น ในไม่ช้า นายกิม มิน-ซอก นายกรัฐมนตรี ก็ไปเยี่ยม HYBE เพื่อเน้นย้ำพลังของวัฒนธรรม ซึ่งไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่นอน แต่โอกาสจะมีค่าเฉพาะกับคนที่เตรียมพร้อมเท่านั้น
เมื่อแฟน ๆ ทั่วโลกหลายแสนคนแห่กันมาที่โซลพร้อมกัน โครงสร้างพื้นฐานของเราจะรับมือไหวไหม ? คิวตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบินอินชอนจะยาวขนาดไหน ? โรงแรมใกล้สถานที่จัดคอนเสิร์ตจะขึ้นราคา "โกง" เพราะกระแสพิเศษหรือเปล่า ? การจัดการความปลอดภัยในพื้นที่แออัดได้เรียนรู้บทเรียนจากอิแทวอนหรือยัง ? เราต้องเตรียมพร้อมต้อนรับพวกเขาที่บินมาด้วยตั๋วเครื่องบินว่าเป็น "แขก"
ถ้า BTS ยกระดับภาพลักษณ์ประเทศด้วยการแสดงอันยอดเยี่ยมบนเวที ด้านล่างเวที สังคมทั้งหมดของเราต้องตอบแทนด้วยความเป็นพลเมืองที่เป็นผู้ใหญ่ โครงสร้างพื้นฐานการท่องเที่ยวที่สะดวกสบาย การจราจรที่ไม่สะดวก อุปสรรคภาษา บริการที่ไม่เป็นมิตร สามารถทำให้แฟนคลับเปลี่ยนใจได้ ในทางกลับกัน ถนนที่สะอาด รอยยิ้มที่เป็นมิตร ระบบที่ปลอดภัยและสะดวก จะเปลี่ยนพวกเขาให้จากนักท่องเที่ยวครั้งเดียว กลายเป็น "แขกที่รักเกาหลีและกลับมาอีก" อุตสาหกรรมท่องเที่ยวชนะหรือแพ้ อยู่ที่อัตราการกลับมาอีกครั้ง พูดอีกอย่างก็คือ ไม่ใช่โลกเรียกเกาหลี แต่เป็นเกาหลีที่เรียกโลก
ในเดือนมีนาคม ท้องฟ้าเหนือโซลจะคึกคักกว่าที่เคย ARMY ทั่วโลกที่ได้รับอีเมลยืนยันการจองตั๋ว กำลังเก็บกระเป๋าด้วยความตื่นเต้นอยู่แล้ว เพื่อไม่ให้ความตื่นเต้นนั้นกลายเป็นความผิดหวัง รัฐบาล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ต้องเตรียมพร้อมต้อนรับแขกด้วยความตั้งใจพิเศษ
วัฒนธรรมเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพลงแค่เพลงเดียวทำให้คนหมื่นคนข้ามมหาสมุทรมาที่นี่ BTS ยกสมอเรือเศรษฐกิจขึ้นอีกครั้ง ตอนนี้ การขึ้นเรือลำนั้นและพายไปสู่ยุคฟื้นฟู (renaissance) ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเกาหลี เป็นหน้าที่ของเรา ตั๋วออกแล้ว เครื่องบินกำลังจะบิน เราพร้อมต้อนรับพวกเขาหรือยัง ?
BTS คือ "สมอเรือที่ยกเศรษฐกิจขึ้น" ⚙️ ไม่ใช่แค่ศิลปิน แต่เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวจริง!!!
สิ่งที่เราเห็นอยู่ในขณะนี้ไม่ใช่แค่ "กระแสวัฒนธรรม" ธรรมดา แต่เป็นการเคลื่อนย้ายครั้งใหญ่ของผู้คน และพร้อมกันนั้นคือการไหลเข้าของเงินทุน
หลังจากที่การแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศหยุดชะงักไปช่วงหนึ่งเพราะโควิด-19 เรือวัฒนธรรมที่ชื่อ BTS กำลังยกสมอเรือ (닻) ของการแลกเปลี่ยนมนุษย์ทั่วโลกขึ้นมาอีกครั้งอย่างเข้มแข็ง ที่ผ่านมาเราเรียก K-pop ว่าเป็น "สินค้าส่งออกตัวแม่" ส่งอัลบั้มไปต่างประเทศ ส่งสตรีมเพลงออกไปเพื่อหาเงินดอลลาร์ ด้วยวิธีคิดแบบอุตสาหกรรมการผลิต
แต่การกลับมาครั้งนี้ของ BTS เป็นจุดเปลี่ยนที่ชัดเจนว่า Paradigm ทางเศรษฐกิจของ K-pop กำลังเปลี่ยนจาก "ส่งออก (Outbound)" ไปสู่ "ดึงดูดเข้ามา (Inbound)"
การจองตั๋วเครื่องบินไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย การบินมาที่นี่ไม่ได้หมายถึงแค่จ่ายเงินซื้อตั๋วคอนเสิร์ต 150,000 วอนเท่านั้น พวกเขาจะนอนในโรงแรมที่โซล กินสามเกี๊ยบในร้านอาหารที่ฮงแด ซื้อเครื่องสำอางตุนที่เมียงดง ถ่ายรูปเช็คอินที่คาเฟ่ในซองซูดง พวกเขาจะพักที่นี่ 3 คืน 4 วัน หรืออาจนานกว่านั้น นี่คือการท่องเที่ยวแบบ "พักนานและใช้จ่าย " ที่เกิดขึ้นจริงข้อมูลจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
พูดตรง ๆ ยอดค้นหาตั๋วเครื่องบินไปโซลพุ่งทะยานก่อน-หลัง คอนเสิร์ต BTS อัตราการจองโรงแรมในตัวเมืองสูงเหมือนช่วงไฮซีซั่น ถ้าเงินจากขายเซมิคอนดักเตอร์ไหลเข้าคลังของบริษัทใหญ่ ๆ เงินที่พวกเขาปล่อยทิ้งไว้ที่นี่จะไหลตรงเข้าสู่เส้นเลือดฝอยของเศรษฐกิจย่านเล็ก ๆ ไปถึงคนขับแท็กซี่ เจ้าของร้านอาหาร พนักงานพาร์ทไทม์ร้านสะดวกซื้อ นี่แหละ "น้ำตกทรัมป์ " ที่แท้จริง และเป็นวิธีที่แน่นอนที่สุดในการฟื้นเศรษฐกิจภายในประเทศที่น่าสนใจ คือ สิ่งที่พวกเขามาดูไม่ใช่ความทันสมัยแบบตะวันตก
มีชื่อไตเติ้ลว่า ‘아리랑 (ARIRANG)’
เวทีโชว์การคัมแบ็ค ถูกประกาศว่าจะจัดที่
광화문광장 (จัตุรัสควังฮวามุน)
และบริเวณ 경복궁 (พระราชวังเคียงบก)
เสียงและสถานที่ ที่ "เกาหลี " สุด ๆ
นี่คือแรงดึงดูดที่ชาวต่างชาติปฏิเสธได้ยากเหมือน หอไอเฟลของฝรั่งเศส หรือพระราชวังบักกิงแฮมของอังกฤษ
ตอนนี้ พระราชวังเคียงบก และจัตุรัสควังฮวามุน ถูกยกระดับเป็น "สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางวัฒนธรรม" ที่คนเจน Z ทั่วโลกต้องมาเยือน ด้วยเรื่องราวของ BTS
รัฐบาลตั้งเป้าหมายดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ 30 ล้านคนภายในปี 2027 แต่หลังยุคเอนเดมิค การฟื้นตัวยังต่ำกว่าคาด และยังถูกญี่ปุ่นที่ใช้เงินเยนอ่อนแซงหน้า ในสถานการณ์แบบนี้ การคัมแบ็กของ BTS เหมือนกำลังเสริมทัพนับหมื่น ในไม่ช้า นายกิม มิน-ซอก นายกรัฐมนตรี ก็ไปเยี่ยม HYBE เพื่อเน้นย้ำพลังของวัฒนธรรม ซึ่งไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่นอน แต่โอกาสจะมีค่าเฉพาะกับคนที่เตรียมพร้อมเท่านั้น
เมื่อแฟน ๆ ทั่วโลกหลายแสนคนแห่กันมาที่โซลพร้อมกัน โครงสร้างพื้นฐานของเราจะรับมือไหวไหม ? คิวตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบินอินชอนจะยาวขนาดไหน ? โรงแรมใกล้สถานที่จัดคอนเสิร์ตจะขึ้นราคา "โกง" เพราะกระแสพิเศษหรือเปล่า ? การจัดการความปลอดภัยในพื้นที่แออัดได้เรียนรู้บทเรียนจากอิแทวอนหรือยัง ? เราต้องเตรียมพร้อมต้อนรับพวกเขาที่บินมาด้วยตั๋วเครื่องบินว่าเป็น "แขก"
ถ้า BTS ยกระดับภาพลักษณ์ประเทศด้วยการแสดงอันยอดเยี่ยมบนเวที ด้านล่างเวที สังคมทั้งหมดของเราต้องตอบแทนด้วยความเป็นพลเมืองที่เป็นผู้ใหญ่ โครงสร้างพื้นฐานการท่องเที่ยวที่สะดวกสบาย การจราจรที่ไม่สะดวก อุปสรรคภาษา บริการที่ไม่เป็นมิตร สามารถทำให้แฟนคลับเปลี่ยนใจได้ ในทางกลับกัน ถนนที่สะอาด รอยยิ้มที่เป็นมิตร ระบบที่ปลอดภัยและสะดวก จะเปลี่ยนพวกเขาให้จากนักท่องเที่ยวครั้งเดียว กลายเป็น "แขกที่รักเกาหลีและกลับมาอีก" อุตสาหกรรมท่องเที่ยวชนะหรือแพ้ อยู่ที่อัตราการกลับมาอีกครั้ง พูดอีกอย่างก็คือ ไม่ใช่โลกเรียกเกาหลี แต่เป็นเกาหลีที่เรียกโลก
ในเดือนมีนาคม ท้องฟ้าเหนือโซลจะคึกคักกว่าที่เคย ARMY ทั่วโลกที่ได้รับอีเมลยืนยันการจองตั๋ว กำลังเก็บกระเป๋าด้วยความตื่นเต้นอยู่แล้ว เพื่อไม่ให้ความตื่นเต้นนั้นกลายเป็นความผิดหวัง รัฐบาล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ต้องเตรียมพร้อมต้อนรับแขกด้วยความตั้งใจพิเศษ
วัฒนธรรมเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพลงแค่เพลงเดียวทำให้คนหมื่นคนข้ามมหาสมุทรมาที่นี่ BTS ยกสมอเรือเศรษฐกิจขึ้นอีกครั้ง ตอนนี้ การขึ้นเรือลำนั้นและพายไปสู่ยุคฟื้นฟู (renaissance) ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเกาหลี เป็นหน้าที่ของเรา ตั๋วออกแล้ว เครื่องบินกำลังจะบิน เราพร้อมต้อนรับพวกเขาหรือยัง ?