ทั้ง K-Pop ใช้เวลา 3 ปีแต่ยังทำไม่ได้ BTS ใช้เวลาแค่ 1 เดือนในการสร้างปรากฏการณ์กระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ หลายหมื่นล้าน USD
: บทความจาก The Guardian
นักเศรษฐศาสตร์ยืนยันว่าทัวร์ของ BTS ครั้งนี้จะเป็นมากกว่าความบันเทิง แต่มันคือการ "ตอกย้ำกระแสเกาหลี" ในสหรัฐฯ และสร้างผลกำไรทางเศรษฐกิจในระยะยาวที่ยากจะลอกเลียนแบบได้
ซูเปอร์กรุ๊ป K-pop 'BTS' เตรียมสร้างปรากฏการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ บูมผ่านทัวร์คอนเสิร์ต: "ทุกจุดที่แวะพักจะเห็นการเติบโต"
บทความ
โดย Jenna Zaza พฤหัสบดีที่ 22 มกราคม 2026
ในขณะที่วง BTS กำลังเตรียมตัวออกทัวร์ นักเศรษฐศาสตร์กล่าวว่าความต้องการที่อั้นไว้จากทั่วโลกอาจเปลี่ยนรูปแบบการกระตุ้นเศรษฐกิจของเมืองต่าง ๆ ผ่านคอนเสิร์ตไปอย่างสิ้นเชิง
ถอยไปก่อน Taylor Swift! แม้ว่า "Eras Tour" ของเธอจะเป็นทัวร์ที่ทำรายได้สูงสุดในประวัติศาสตร์ และกระตุ้นการใช้จ่ายโดยตรงของผู้บริโภคทั่วสหรัฐฯ ไปกว่า 5 พันล้านดอลลาร์ แต่ตอนนี้ปรากฏการณ์ทางดนตรีอีกรายกำลังเตรียมบุกอเมริกาเหนือ ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าจะสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์ตลอดเส้นทาง
BTS วง K-pop ระดับโลกกำลังจะเริ่มทัวร์ครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ครอบคลุม 34 ภูมิภาคใน 5 ทวีป เพื่อยุติการพักวงชั่วคราวเนื่องจากการเกณฑ์ทหารที่ยาวนานเกือบ 4 ปี
"ทัวร์ของ BTS จะเป็นเหตุการณ์แห่งปี"
Timothy Calkins ศาสตราจารย์ด้านการตลาดจากมหาวิทยาลัย Northwestern กล่าว "ทุกจุดที่แวะพักจะเห็นการเติบโตของการท่องเที่ยว อัตราการเข้าพักโรงแรม และกิจกรรมทางเศรษฐกิจในระดับที่เหนือธรรมดา ซึ่งอาจจะยิ่งใหญ่กว่า Taylor Swift เสียอีก"
แฟนคลับเตรียมตัวล่วงหน้า: "ตั๋วหาทีหลัง โรงแรมต้องจองก่อน"
แม้ตั๋วจะยังไม่เปิดขาย แต่แฟนคลับอย่าง
Leslie Huynh วัย 28 ปี ได้จองเที่ยวบินและโรงแรมไว้เรียบร้อยแล้ว เธอกล่าวว่า "มันเป็นเรื่องที่รู้กันในหมู่แฟนคลับว่า พอ BTS ประกาศทัวร์ คุณต้องจองที่พักและตั๋วเครื่องบินก่อนเลย ส่วนตั๋วคอนเสิร์ตเดี๋ยวค่อยว่ากัน" โดยเธอวางแผนจะไปดูถึง 11 เมือง รวม 22 โชว์ และคาดว่าจะใช้เงินไม่ต่ำกว่า 6,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 2 แสนกว่าบาท)
พลังของ 'ARMY' ที่เหนือกว่าแฟนคลับทั่วไป
นักเศรษฐศาสตร์มองว่า "ARMY" (ชื่อแฟนคลับของ BTS) มีความภักดีและกำลังซื้อสูงคล้ายกับ "Swifties" แต่มีความต่างสำคัญคือ
ความทุ่มเทในการเดินทางข้ามประเทศ
Seoyoung Kwon นักวิจัยเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Yonsei ระบุว่า แฟน BTS ยินดีเดินทางไปดูคอนเสิร์ตในหลายเมืองและหลายประเทศ ไม่ใช่แค่ในบ้านเกิดของตนเอง
ในการทัวร์ปี 2021 (Permission to Dance) เพียงแค่ 4 คืนในลอสแอนเจลิส ก็สร้างรายได้ให้เศรษฐกิจท้องถิ่นไปกว่า 100 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ลาสเวกัสโกยไป 160 ล้านดอลลาร์ ซึ่งทัวร์ครั้งใหม่ที่มีถึง 79 โชว์นี้ คาดว่าจะสร้างมูลค่าเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว
มากกว่าแค่คอนเสิร์ต: ผลกระทบต่อธุรกิจขนาดเล็กและแบรนด์เกาหลี
ทัวร์ครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของดนตรี แต่เป็น
"ผลกระทบแบบไหลริน" (Trickle-down effect):
1. การท่องเที่ยว: นักท่องเที่ยวที่มาดูคอนเสิร์ตมักใช้เงินมากกว่าคนในพื้นที่ถึง 3.4 เท่า
2. ธุรกิจขนาดเล็ก: กิจกรรมที่แฟนคลับจัดขึ้นเองและร้านค้า Pop-up ต่าง ๆ สร้างโอกาสมหาศาลให้กับผู้ประกอบการรายย่อย
3. สินค้าเกาหลี: Jaerim Choi ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัย Yonsei มองว่าทัวร์นี้จะช่วยเร่งการขยายตัวของสินค้าอุปโภคบริโภคเกาหลีในสหรัฐฯ เช่น เครื่องสำอาง (K-beauty) ที่ยอดนำเข้าพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากอิทธิพลทางวัฒนธรรม
ทั้ง K-Pop ใช้เวลา 3 ปีแต่ยังทำไม่ได้ BTS ใช้เวลาแค่ 1 เดือนในการสร้างปรากฏการณ์กระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ หลายหมื่นล้าน USD
: บทความจาก The Guardian
นักเศรษฐศาสตร์ยืนยันว่าทัวร์ของ BTS ครั้งนี้จะเป็นมากกว่าความบันเทิง แต่มันคือการ "ตอกย้ำกระแสเกาหลี" ในสหรัฐฯ และสร้างผลกำไรทางเศรษฐกิจในระยะยาวที่ยากจะลอกเลียนแบบได้
ซูเปอร์กรุ๊ป K-pop 'BTS' เตรียมสร้างปรากฏการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ บูมผ่านทัวร์คอนเสิร์ต: "ทุกจุดที่แวะพักจะเห็นการเติบโต"
บทความ
โดย Jenna Zaza พฤหัสบดีที่ 22 มกราคม 2026
ในขณะที่วง BTS กำลังเตรียมตัวออกทัวร์ นักเศรษฐศาสตร์กล่าวว่าความต้องการที่อั้นไว้จากทั่วโลกอาจเปลี่ยนรูปแบบการกระตุ้นเศรษฐกิจของเมืองต่าง ๆ ผ่านคอนเสิร์ตไปอย่างสิ้นเชิง
ถอยไปก่อน Taylor Swift! แม้ว่า "Eras Tour" ของเธอจะเป็นทัวร์ที่ทำรายได้สูงสุดในประวัติศาสตร์ และกระตุ้นการใช้จ่ายโดยตรงของผู้บริโภคทั่วสหรัฐฯ ไปกว่า 5 พันล้านดอลลาร์ แต่ตอนนี้ปรากฏการณ์ทางดนตรีอีกรายกำลังเตรียมบุกอเมริกาเหนือ ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าจะสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์ตลอดเส้นทาง
BTS วง K-pop ระดับโลกกำลังจะเริ่มทัวร์ครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ครอบคลุม 34 ภูมิภาคใน 5 ทวีป เพื่อยุติการพักวงชั่วคราวเนื่องจากการเกณฑ์ทหารที่ยาวนานเกือบ 4 ปี
"ทัวร์ของ BTS จะเป็นเหตุการณ์แห่งปี" Timothy Calkins ศาสตราจารย์ด้านการตลาดจากมหาวิทยาลัย Northwestern กล่าว "ทุกจุดที่แวะพักจะเห็นการเติบโตของการท่องเที่ยว อัตราการเข้าพักโรงแรม และกิจกรรมทางเศรษฐกิจในระดับที่เหนือธรรมดา ซึ่งอาจจะยิ่งใหญ่กว่า Taylor Swift เสียอีก"
แฟนคลับเตรียมตัวล่วงหน้า: "ตั๋วหาทีหลัง โรงแรมต้องจองก่อน"
แม้ตั๋วจะยังไม่เปิดขาย แต่แฟนคลับอย่าง Leslie Huynh วัย 28 ปี ได้จองเที่ยวบินและโรงแรมไว้เรียบร้อยแล้ว เธอกล่าวว่า "มันเป็นเรื่องที่รู้กันในหมู่แฟนคลับว่า พอ BTS ประกาศทัวร์ คุณต้องจองที่พักและตั๋วเครื่องบินก่อนเลย ส่วนตั๋วคอนเสิร์ตเดี๋ยวค่อยว่ากัน" โดยเธอวางแผนจะไปดูถึง 11 เมือง รวม 22 โชว์ และคาดว่าจะใช้เงินไม่ต่ำกว่า 6,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 2 แสนกว่าบาท)
พลังของ 'ARMY' ที่เหนือกว่าแฟนคลับทั่วไป
นักเศรษฐศาสตร์มองว่า "ARMY" (ชื่อแฟนคลับของ BTS) มีความภักดีและกำลังซื้อสูงคล้ายกับ "Swifties" แต่มีความต่างสำคัญคือ ความทุ่มเทในการเดินทางข้ามประเทศ
Seoyoung Kwon นักวิจัยเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Yonsei ระบุว่า แฟน BTS ยินดีเดินทางไปดูคอนเสิร์ตในหลายเมืองและหลายประเทศ ไม่ใช่แค่ในบ้านเกิดของตนเอง
ในการทัวร์ปี 2021 (Permission to Dance) เพียงแค่ 4 คืนในลอสแอนเจลิส ก็สร้างรายได้ให้เศรษฐกิจท้องถิ่นไปกว่า 100 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ลาสเวกัสโกยไป 160 ล้านดอลลาร์ ซึ่งทัวร์ครั้งใหม่ที่มีถึง 79 โชว์นี้ คาดว่าจะสร้างมูลค่าเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว
มากกว่าแค่คอนเสิร์ต: ผลกระทบต่อธุรกิจขนาดเล็กและแบรนด์เกาหลี
ทัวร์ครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของดนตรี แต่เป็น "ผลกระทบแบบไหลริน" (Trickle-down effect):
1. การท่องเที่ยว: นักท่องเที่ยวที่มาดูคอนเสิร์ตมักใช้เงินมากกว่าคนในพื้นที่ถึง 3.4 เท่า
2. ธุรกิจขนาดเล็ก: กิจกรรมที่แฟนคลับจัดขึ้นเองและร้านค้า Pop-up ต่าง ๆ สร้างโอกาสมหาศาลให้กับผู้ประกอบการรายย่อย
3. สินค้าเกาหลี: Jaerim Choi ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัย Yonsei มองว่าทัวร์นี้จะช่วยเร่งการขยายตัวของสินค้าอุปโภคบริโภคเกาหลีในสหรัฐฯ เช่น เครื่องสำอาง (K-beauty) ที่ยอดนำเข้าพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากอิทธิพลทางวัฒนธรรม