การเลือกตั้ง กับการแลนด์สไลด์

ช่วงนี้เป็นช่วงเลือกตั้งพอดีเราเลยสงสัยขึ้นมาว่าถ้าพรรคๆนึงจะ แลนดสไลด์ได้เป็นรัฐบาลพรรคเดียวมันมีความเป็นไปได้มากแค่ไหน เลยลองไปคิดเล่นๆมาเราก็พบว่าโอกาศที่จะเป็นไปได้ต่ำมากๆ ถึงขั้นที่เป็นไปได้แค่ในทางทฤษฎีเลยทีเดียว ทำไมเราถึงมั่นใจขนาดนั้นมาคุยกัน
ปล.ใครไม่ชอบเลขให้ข้ามไปตรง เพี้ยนสวัสดี

อย่างแรกทุกคนต้องเข้าใจสิ่งนี้ก่อน เงื่อนไขพื้นฐานในการตั้งรัฐบาลพรรคเดียว
สภาผู้แทนราษฎรไทยมี 500 คน
ส.ส.เขต 400 คน
ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน
การตั้งรัฐบาลพรรคเดียว ต้องมีเสียง เกินกึ่งหนึ่งของสภา
👉 อย่างน้อย 251 เสียง

หมายความว่าแยกเป็นเขต / บัญชีรายชื่ออย่างต่ำจะได้ 2 กรณี
กรณีที่ 1: ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ “มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้”
บัญชีรายชื่อ สูงสุดได้ 100 คน
ดังนั้น ส.ส.เขต อย่างต่ำคือ
251 − 100 = 151 คน
📌 สรุปกรณีนี้
ส.ส.บัญชีรายชื่อ: 100 คน
ส.ส.เขต: อย่างต่ำ 151 คน
รวม: 251 คน → ตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้

กรณีที่ 2: ไม่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อเลย
(ในทางทฤษฎี แม้ในทางปฏิบัติจะยากมาก)
ส.ส.บัญชีรายชื่อ: 0 คน
ส.ส.เขต: อย่างต่ำ 251 คน
📌 สรุปกรณีนี้
ส.ส.เขต 251 คนล้วน → ตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้เช่นกัน

แต่ว่าทั้งสองกรณีนั้นเป็นเพียงทฤษฎีเพื่อให้เห็นภาพเพราะยังไงมันก็เป็นไปไม่ได้อยู่แล้วในทางปฎิบัติ เพราะ

จำนวน ส.ส.รวมที่ควรได้ − จำนวน ส.ส.เขตที่ชนะจริง = จำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อ
การจะได้บัญชีรายชื่อ 100 ที่นั่ง พรรคต้องได้คะแนนพรรค เกิน 45–50% ของทั้งประเทศ (เกือบครึ่งประเทศเลือกพรรคเดียว) ซึ่งในสังคมไทยที่ ความคิดการเมืองหลากหลาย ภูมิภาคแตกต่าง พรรคเฉพาะกลุ่มเยอะ เรื่องนี้เกิดขึ้นได้ ยากมาก และพรรคนั้นต้อง “แพ้เขต” เยอะพอ ฟังดูย้อนแย้งใช่ไหมแต่ถ้าพรรคชนะ ส.ส.เขตเยอะ → ระบบจะ หักบัญชีรายชื่อออก ดังนั้น ถ้าจะได้บัญชีรายชื่อ 100 คนเต็ม พรรคต้องได้คะแนนพรรคมหาศาล แต่ ไม่ควรชนะเขตมากเกินไป ซึ่งในความจริง…พรรคที่คนเลือกเยอะ มักจะชนะเขตไปด้วย อีกอย่างพรรคอื่นต้องอ่อนแรงพร้อมกัน ต้องไม่มีพรรคอื่นได้คะแนนพรรคสูงใกล้เคียงหรือชนะเขตกระจาย พูดง่าย ๆ คือ ระบบพรรคอื่นต้อง “พังพร้อมกัน” ซึ่งแทบไม่เคยเกิด

และการจะได้สส.เขตอย่างเดียว 251 ที่นั่งเลยการแทบเป็นไปไม่ได้อยู่ดี เพราะ พรรคอันดับ 1 ล่าสุด ได้ ส.ส.เขต = 112 เขต
ดังนั้นต้องเพิ่มอีก 251 − 112 = 139 เขต
พูดตรง ๆ คือ ต้อง “ชนะเพิ่มอีกมากกว่าที่เคยชนะมาทั้งหมดเสียอีก”
คิดเป็นสัดส่วน ปัจจุบัน 112 / 400 = 28% ของเขต เป้าหมายคือ 251 / 400 = 62.75% ของเขต
แปลว่า พรรคต้องชนะ “เกือบ 2 ใน 3 ของทุกเขตทั่วประเทศ”
เงื่อนไขที่ 1: ต้องชนะ “ทุกภูมิภาค” จากข้อมูลเดิม เราเห็นว่า เขตกระจายหลายพรรค ไม่มีภูมิภาคไหนที่พรรคเดียวกวาดหมด การจะได้ 251 เขต หมายถึง
ต้องชนะ ภาคเหนือ ใต้ อีสาน กลาง เมืองใหญ่ + ชนบท พร้อมกัน ซึ่งในสังคมไทย ความแตกต่างเชิงอัตลักษณ์สูงมากฉนันแทบเป็นไปไม่ได้
เงื่อนไขที่ 2: พรรคกลางต้อง “พัง”ซึ่งจากโครงสร้างการเมืองไทย แทบไม่เคยเกิดพร้อมกันเลย

ที่นี้เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น เราจะมายกตัวอย่างข้อมูลกันโดยอ้างอิงจากพรรคอันดับ 1 การเลือกตั้งครั้งก่อน ส.ส.ทั้งหมด = 500 คน
พรรคอันดับ 1 ได้ = 151 คน เขต 112 บัญชีรายชื่อ 39
คิดเป็นสัดส่วน 151 / 500 ≈ 30.2%
แปลตรง ๆ คือ คนทั้งประเทศ เลือกพรรคอันดับ 1 ประมาณ 3 ใน 10
แลนด์สไลด์ = 251 เสียง ดังนั้นพรรคอันดับ 1 ต้องเพิ่มอีก 251 − 151 = 100 เสียง ไม่ใช่เพิ่มนิดเดียวนะแต่คือ เพิ่มอีก ~66% จากของเดิม
พรรคอันดับ 1 กินสัดส่วนเขตไปแล้วเยอะ เขตทั้งหมดมี 400 พรรคอันดับ 1 ได้ 112 เขต = 28% ของเขต
นั่นหมายความว่า เขตที่เหลืออีก 288 เขต กระจายไปพรรคอื่นจำนวนมาก และพรรคอันดับ 2 ได้เขตเท่ากัน (112) พรรคกลาง–ใหญ่ กินเขตไปอีกเยอะ
สังเกตุได้อีกว่าบัญชีรายชื่อสะท้อน “เพดานนิยม”
บัญชีรายชื่อ 100 ที่นั่ง พรรคอันดับ 1 ได้ 39 พรรคอันดับ 2 ได้ 29 รวม 2 พรรค = 68%
นี่สะท้อนว่า แม้คะแนนพรรคจะนำ แต่ ไม่ได้ทิ้งห่างแบบถล่มทลาย ถ้าเป็นแลนด์สไลด์จริง พรรคอันดับ 1 ควรได้บัญชีรายชื่อระดับ 50–60+

กรณีดีที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ สมมติสถานการณ์ดีสุดในรอบหน้า:
พรรคอันดับ 1 กินเขตเพิ่มจาก 112 → 180 เขต (+68 เขต ซึ่งโคตรยากแล้ว)
บัญชีรายชื่อ คะแนนพรรคเพิ่มแรง → ได้ 55 ที่นั่ง(มากกว่าครั้งนี้ +16)
รวมเขต 180 บัญชี 55 = 235 เสียง ยังไม่ถึง 251 นี่คือ กรณีดีมาก ๆ แล้ว

แล้วต้องชนะ “ระดับไหน” ถึงจะแลนด์สไลด์เป็นรัฐบาลพรรคเดียว จากโครงสร้างคะแนนเดิมสรุปตรง ๆ แบบไม่อ้อมว่า ต้องเกิดพร้อมกัน 3 อย่าง
1. คะแนนพรรคเพิ่มจาก ~30% → อย่างน้อย 55%
2. พรรคขนาดกลาง ต้อง ยุบฐานเสียง
3. พรรคอันดับ 2 ต้อง เสียเขตจำนวนมาก
4. ต้องเกิด “แรงดูดกลาง” ระดับชาติ ไม่ใช่แค่นโยบายดีแต่ต้องเป็น วิกฤตใหญ่ ศัตรูร่วม หรือฉันทามติใหม่ของสังคม
เช่น วิกฤตเศรษฐกิจรุนแรง การเมืองเก่าล่มพร้อมกัน หรือการเปลี่ยนรุ่นครั้งใหญ่ทั้งประเทศ

เพี้ยนสวัสดีสำหรับคนที่ข้ามมา

แน่นอนว่าถ้าเราถอยออกมาจากตัวเลขแล้วมองความเป็นจริงตอนนี้ประเทศไทยก็เข้าข่ายบางอย่างที่จะทำให้เกิดรัฐบาลพรรคเดียวเช่น
- ตอนนี้พรรคอื่นๆอ่อนแอลง โดยเฉพาะพรรคอันดับสอง
- ตอนนี้กำลังเกิดวิกฤติทางเศรฐกิจอยู่
แต่ถึงจะอย่างนั้นสิ่งที่เราจะสื่อก็คือความเป็นไปได้ในการได้เป็นรัฐบาลพรรคเดียวนั้นยังคงเป็นไปได้ยากในสังคมไทย ไม่ใช่เพราะพรรคอันดับ 1 ไม่เก่งแต่เพราะ สังคมไทย “แตกเป็นหลายส่วน” แล้ว การยอมสลายอัตลักษณ์ทางการเมือง การเปลี่ยนใจพร้อมกันของคนหลายกลุ่ม ต่างเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ในสังคมไทย
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่