ในปี 2026 ที่ทุกอย่างขับเคลื่อนด้วยความเร็วและการแข่งขัน ใครๆ ก็บอกให้เรา "ขยันมากขึ้น" "หารายได้หลายทาง" หรือ "สร้างอิสรภาพทางการเงินให้เร็วที่สุด" จนบางครั้งเราเผลอวิ่งในสนามแข่งที่ไม่มีเส้นชัย และลืมสังเกตไปว่า "เรากำลังจ่ายราคาที่แพงเกินไปหรือเปล่า?"
วันนี้ผมไม่ได้จะมาสอนวิธีหาเงินครับ แต่จะมาชวนคุยเรื่องการหา "จุดพอดี" ของแต่ละคน เพื่อไม่ให้เรากลายเป็นคนที่ "รวยที่สุดในโรงพยาบาล" หรือ "รวยที่สุดแต่ไม่มีใครข้างกาย" ครับ
กับดัก "ความต้องการที่ขยับตามรายได้"
หลายคนเคยตั้งเป้าว่า "ถ้ามีเงินเดือนเท่านี้...ฉันจะพอ" แต่พอถึงจุดนั้นจริงๆ เรากลับอยากได้มากขึ้นไปอีก เพราะสังคมรอบข้างและกิเลสในใจมันสูงขึ้นตาม
คำถาม: เรากำลังทำงานเพื่อ "สร้างชีวิต" หรือกำลังทำงานเพื่อ "ปรนเปรอความอยาก" ที่ไม่มีวันเต็ม?
"เวลา" คือสินทรัพย์ที่แลกคืนไม่ได้
เงิน 1 ล้านบาท หาเมื่อไหร่ก็ได้ถ้าเรายังมีแรง แต่ "เวลา" ที่จะได้เห็นลูกโต หรือเวลาที่จะได้นั่งจิบกาแฟกับพ่อแม่ในวันที่ท่านยังแข็งแรง มันมีจำกัดครับ
ข้อคิด: ถ้าการหาเงินเพิ่มอีก 10,000 บาท ต้องแลกกับการไม่ได้กลับบ้านไปเจอหน้าครอบครัวเป็นเดือน คุณคิดว่ามัน "คุ้มค่า" จริงๆ ไหม?
นิยามความรวยที่เปลี่ยนไป
ความรวยในปี 2026 ไม่ได้วัดกันที่ใครมีเงินเยอะที่สุด แต่วัดที่ "ใครมีสิทธิเลือกชีวิตตัวเองได้มากกว่ากัน"
บางคนพอใจกับเงินเดือน 40,000 แต่ได้อยู่บ้านต่างจังหวัด มีเวลาทำสวน และนอนหลับเต็มอิ่ม
บางคนมีรายได้เดือนละ 200,000 แต่ต้องกินข้าวในรถและกินยาระงับประสาททุกคืน
ไม่มีใครผิดครับ แต่อยู่ที่ว่า "คุณเลือกแบบไหนแล้วมีความสุขจริงๆ"
วิธีหา "จุดพอดี" ของตัวเอง:
คำนวณ "ค่าความสุขสุทธิ": ลองหักลบรายได้ด้วย "ความเครียด" และ "เวลาที่เสียไป" ดูครับว่าเหลือเท่าไหร่
ตั้งเป้าหมายที่เป็น "ตัวเลข": เช่น "ถ้ามีเงินออมครบ X บาท ฉันจะลดเวลาทำงานลง" อย่าปล่อยให้เป้าหมายเลื่อนลอยไปเรื่อยๆ ตามความโลภ
ฝึกเป็นคน "พึงพอใจ": ลองมองสิ่งที่เรามีอยู่ตอนนี้ แล้วถามตัวเองว่า "ถ้าพรุ่งนี้ทุกอย่างหายไป สิ่งไหนคือสิ่งที่เราจะเสียใจที่สุดถ้าไม่ได้ทำ?"
"เราสะสมเงินเพื่อใช้ชีวิต ไม่ใช่ใช้ชีวิตเพื่อสะสมเงินครับ"
เพื่อนๆ มี "จุดพอ" ของตัวเองกันที่ตรงไหนครับ? เคยมีช่วงที่ทำงานหนักจนเสียสุขภาพหรือเสียความสัมพันธ์ไปบ้างไหม? มาแชร์แง่คิดดีๆ เพื่อเตือนใจคนที่กำลังเร่งเครื่องจนเกินพิกัดกันนะครับ
"รวยขึ้น แต่ มีความสุขน้อยลง" ... เมื่อไหร่ที่เงินในบัญชีจะพอสำหรับคุณ? มาหาจุดลงตัวระหว่างการทำงานหนักกับชีวิตที่หายไป
วันนี้ผมไม่ได้จะมาสอนวิธีหาเงินครับ แต่จะมาชวนคุยเรื่องการหา "จุดพอดี" ของแต่ละคน เพื่อไม่ให้เรากลายเป็นคนที่ "รวยที่สุดในโรงพยาบาล" หรือ "รวยที่สุดแต่ไม่มีใครข้างกาย" ครับ
กับดัก "ความต้องการที่ขยับตามรายได้"
หลายคนเคยตั้งเป้าว่า "ถ้ามีเงินเดือนเท่านี้...ฉันจะพอ" แต่พอถึงจุดนั้นจริงๆ เรากลับอยากได้มากขึ้นไปอีก เพราะสังคมรอบข้างและกิเลสในใจมันสูงขึ้นตาม
คำถาม: เรากำลังทำงานเพื่อ "สร้างชีวิต" หรือกำลังทำงานเพื่อ "ปรนเปรอความอยาก" ที่ไม่มีวันเต็ม?
"เวลา" คือสินทรัพย์ที่แลกคืนไม่ได้
เงิน 1 ล้านบาท หาเมื่อไหร่ก็ได้ถ้าเรายังมีแรง แต่ "เวลา" ที่จะได้เห็นลูกโต หรือเวลาที่จะได้นั่งจิบกาแฟกับพ่อแม่ในวันที่ท่านยังแข็งแรง มันมีจำกัดครับ
ข้อคิด: ถ้าการหาเงินเพิ่มอีก 10,000 บาท ต้องแลกกับการไม่ได้กลับบ้านไปเจอหน้าครอบครัวเป็นเดือน คุณคิดว่ามัน "คุ้มค่า" จริงๆ ไหม?
นิยามความรวยที่เปลี่ยนไป
ความรวยในปี 2026 ไม่ได้วัดกันที่ใครมีเงินเยอะที่สุด แต่วัดที่ "ใครมีสิทธิเลือกชีวิตตัวเองได้มากกว่ากัน"
บางคนพอใจกับเงินเดือน 40,000 แต่ได้อยู่บ้านต่างจังหวัด มีเวลาทำสวน และนอนหลับเต็มอิ่ม
บางคนมีรายได้เดือนละ 200,000 แต่ต้องกินข้าวในรถและกินยาระงับประสาททุกคืน
ไม่มีใครผิดครับ แต่อยู่ที่ว่า "คุณเลือกแบบไหนแล้วมีความสุขจริงๆ"
วิธีหา "จุดพอดี" ของตัวเอง:
คำนวณ "ค่าความสุขสุทธิ": ลองหักลบรายได้ด้วย "ความเครียด" และ "เวลาที่เสียไป" ดูครับว่าเหลือเท่าไหร่
ตั้งเป้าหมายที่เป็น "ตัวเลข": เช่น "ถ้ามีเงินออมครบ X บาท ฉันจะลดเวลาทำงานลง" อย่าปล่อยให้เป้าหมายเลื่อนลอยไปเรื่อยๆ ตามความโลภ
ฝึกเป็นคน "พึงพอใจ": ลองมองสิ่งที่เรามีอยู่ตอนนี้ แล้วถามตัวเองว่า "ถ้าพรุ่งนี้ทุกอย่างหายไป สิ่งไหนคือสิ่งที่เราจะเสียใจที่สุดถ้าไม่ได้ทำ?"
"เราสะสมเงินเพื่อใช้ชีวิต ไม่ใช่ใช้ชีวิตเพื่อสะสมเงินครับ"
เพื่อนๆ มี "จุดพอ" ของตัวเองกันที่ตรงไหนครับ? เคยมีช่วงที่ทำงานหนักจนเสียสุขภาพหรือเสียความสัมพันธ์ไปบ้างไหม? มาแชร์แง่คิดดีๆ เพื่อเตือนใจคนที่กำลังเร่งเครื่องจนเกินพิกัดกันนะครับ