เป้าหมายหนึ่งของคนออมเงินยุค 2026 คือการมี "เงินไหล" (Passive Income) จากเงินปันผลหุ้นหรือกองทุนรวมใช่ไหมครับ? หลายคนมองหาหุ้นที่จ่ายปันผล 7% 8% หรือ 10% ต่อปี เพราะคิดว่าดีกว่าฝากธนาคารเยอะ
แต่เชื่อไหมครับว่า มีมือใหม่จำนวนมากที่พุ่งเข้าใส่หุ้นปันผลสูงๆ แล้วสุดท้ายต้องมานั่งกุมขมับ เพราะราคาหุ้นที่ตกลงมา (Capital Loss) มันดันมากกว่าปันผลที่ได้รับเสียอีก! วันนี้ผมเลยอยากมาชวนดู 3 กับดักที่คนรักปันผลต้องระวังครับ
กับดัก "Dividend Yield" หลอกตา
บางครั้งเราเห็นตัวเลขปันผล 12% แล้วตาลุกวาว แต่ความจริงคือ "ราคาหุ้นมันร่วงลงมาเยอะ" ตัวหารเลยน้อยลง ทำให้เปอร์เซ็นต์ปันผลดูสูงขึ้น
ความเสี่ยง: หุ้นที่ราคาลงหนักๆ มักจะมีปัญหาภายในบริษัท หรือธุรกิจกำลังถดถอย ปันผลที่คุณเห็นอาจจะเป็น "ปันผลครั้งสุดท้าย" ก่อนที่บริษัทจะจ่ายไม่ไหวครับ
อาการ "XD แล้วราคาดิ่ง" (Price Drop)
ตามทฤษฎีแล้ว เมื่อหุ้นจ่ายปันผลออกมาเท่าไหร่ ราคาหุ้นในวัน XD มักจะลดลงประมาณเท่านั้น
รูรั่ว: ถ้าคุณซื้อหุ้นก่อนวัน XD เพียงแค่ไม่กี่วันเพื่อหวังเอาปันผล คุณอาจจะได้รับเงินปันผลมา (ซึ่งต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย 10% ด้วยนะ) แต่ราคาหุ้นที่ลดลงอาจจะมากกว่าเงินปันผลที่คุณได้รับเสียอีก กลายเป็นว่าขาดทุนแบบไม่รู้ตัวครับ
ปันผลจาก "กำไรพิเศษ" ไม่ใช่ "กำไรธุรกิจ"
บางปีบริษัทขายที่ดินได้ หรือขายบริษัทลูกออกไป ทำให้มีเงินสดเหลือมาจ่ายปันผลเยอะมากในปีนั้น
ความจริง: นี่ไม่ใช่รายได้ที่ยั่งยืน ถ้าคุณไปคาดหวังว่าปีหน้าจะได้เท่าเดิม คุณผิดหวังแน่นอนครับ เพราะปีหน้าบริษัทอาจจะไม่มีที่ดินให้ขายแล้ว
วิธีเลือก "หุ้นปันผล" ให้รวยจริง :
ดูประวัติการจ่าย (Consistency): เลือกบริษัทที่จ่ายปันผลสม่ำเสมอต่อเนื่อง 5-10 ปี ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร เขาไม่เคยงดจ่าย
ดูอัตราการจ่ายปันผล (Payout Ratio): ไม่ควรจ่ายปันผลเกิน 80-100% ของกำไร เพราะบริษัทควรเก็บเงินบางส่วนไว้ลงทุนต่อยอดบ้าง ถ้าจ่ายหมดเกลี้ยงแปลว่าเขาไม่รู้จะเอาเงินไปทำอะไรให้โตแล้ว
ธุรกิจต้องมี "อนาคต": ปันผลที่ดีต้องมาจากกำไรที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่จากธุรกิจที่กำลังจะตาย (Sunset Industry)
"ปันผลคือของแถม แต่กิจการที่เติบโตคือของจริงครับ"
เพื่อนๆ มีหุ้นปันผลในดวงใจตัวไหนบ้างที่ถือแล้วอุ่นใจ? หรือใครเคยโดน "กับดักปันผล" จนต้องเข็ดขยาด มาแชร์ประสบการณ์กันได้นะครับ กระทู้นี้จะเป็นบทเรียนสำคัญให้คนอยากมี Passive Income ได้ศึกษาไปนานๆ ครับ
อย่ามองแค่ "ปันผลสูง" ... เจาะลึกกับดักหุ้นปันผล ที่อาจทำให้คุณได้เงินหลักพัน แต่ "ขาดทุนราคา" หลักหมื่น!
แต่เชื่อไหมครับว่า มีมือใหม่จำนวนมากที่พุ่งเข้าใส่หุ้นปันผลสูงๆ แล้วสุดท้ายต้องมานั่งกุมขมับ เพราะราคาหุ้นที่ตกลงมา (Capital Loss) มันดันมากกว่าปันผลที่ได้รับเสียอีก! วันนี้ผมเลยอยากมาชวนดู 3 กับดักที่คนรักปันผลต้องระวังครับ
กับดัก "Dividend Yield" หลอกตา
บางครั้งเราเห็นตัวเลขปันผล 12% แล้วตาลุกวาว แต่ความจริงคือ "ราคาหุ้นมันร่วงลงมาเยอะ" ตัวหารเลยน้อยลง ทำให้เปอร์เซ็นต์ปันผลดูสูงขึ้น
ความเสี่ยง: หุ้นที่ราคาลงหนักๆ มักจะมีปัญหาภายในบริษัท หรือธุรกิจกำลังถดถอย ปันผลที่คุณเห็นอาจจะเป็น "ปันผลครั้งสุดท้าย" ก่อนที่บริษัทจะจ่ายไม่ไหวครับ
อาการ "XD แล้วราคาดิ่ง" (Price Drop)
ตามทฤษฎีแล้ว เมื่อหุ้นจ่ายปันผลออกมาเท่าไหร่ ราคาหุ้นในวัน XD มักจะลดลงประมาณเท่านั้น
รูรั่ว: ถ้าคุณซื้อหุ้นก่อนวัน XD เพียงแค่ไม่กี่วันเพื่อหวังเอาปันผล คุณอาจจะได้รับเงินปันผลมา (ซึ่งต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย 10% ด้วยนะ) แต่ราคาหุ้นที่ลดลงอาจจะมากกว่าเงินปันผลที่คุณได้รับเสียอีก กลายเป็นว่าขาดทุนแบบไม่รู้ตัวครับ
ปันผลจาก "กำไรพิเศษ" ไม่ใช่ "กำไรธุรกิจ"
บางปีบริษัทขายที่ดินได้ หรือขายบริษัทลูกออกไป ทำให้มีเงินสดเหลือมาจ่ายปันผลเยอะมากในปีนั้น
ความจริง: นี่ไม่ใช่รายได้ที่ยั่งยืน ถ้าคุณไปคาดหวังว่าปีหน้าจะได้เท่าเดิม คุณผิดหวังแน่นอนครับ เพราะปีหน้าบริษัทอาจจะไม่มีที่ดินให้ขายแล้ว
วิธีเลือก "หุ้นปันผล" ให้รวยจริง :
ดูประวัติการจ่าย (Consistency): เลือกบริษัทที่จ่ายปันผลสม่ำเสมอต่อเนื่อง 5-10 ปี ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร เขาไม่เคยงดจ่าย
ดูอัตราการจ่ายปันผล (Payout Ratio): ไม่ควรจ่ายปันผลเกิน 80-100% ของกำไร เพราะบริษัทควรเก็บเงินบางส่วนไว้ลงทุนต่อยอดบ้าง ถ้าจ่ายหมดเกลี้ยงแปลว่าเขาไม่รู้จะเอาเงินไปทำอะไรให้โตแล้ว
ธุรกิจต้องมี "อนาคต": ปันผลที่ดีต้องมาจากกำไรที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่จากธุรกิจที่กำลังจะตาย (Sunset Industry)
"ปันผลคือของแถม แต่กิจการที่เติบโตคือของจริงครับ"
เพื่อนๆ มีหุ้นปันผลในดวงใจตัวไหนบ้างที่ถือแล้วอุ่นใจ? หรือใครเคยโดน "กับดักปันผล" จนต้องเข็ดขยาด มาแชร์ประสบการณ์กันได้นะครับ กระทู้นี้จะเป็นบทเรียนสำคัญให้คนอยากมี Passive Income ได้ศึกษาไปนานๆ ครับ