
TITLE: Kraven the Hunter (2024) : สัตว์ป่าคลั่ง! ล่ามันส์ สะใจ แต่ขอติงนิดๆ ครับ
สวัสดีครับชาว Pantip ทุกท่าน วันนี้ผมมีโอกาสได้ไปดู Kraven the Hunter มาครับ หลังจากที่รอคอยมานานพอสมควร เพราะเห็นตัวอย่างแล้วรู้สึกว่ามันต้องเดือดแน่ๆ ก็เลยจัดไปเลยครับ บอกตรงๆ ว่าพอออกมาจากโรงแล้วก็มีความรู้สึกหลากหลายปนๆ กันอยู่ครับ มีทั้งความประทับใจในความดิบ ความโหด และฉากแอ็คชั่นที่มันส์สะใจ แต่ก็มีบางจุดที่รู้สึกว่ายังไปไม่สุด หรือน่าจะดีกว่านี้ ถ้าให้คะแนนเต็ม 10 ผมให้ประมาณ 7.5 ครับ ยังมีอะไรที่อยากจะพูดถึงเยอะเลย ขอเล่าให้ฟังแบบยาวๆ เลยนะครับ
เริ่มกันที่ตัวหนังเลยนะครับ Kraven the Hunter เป็นเรื่องราวของ Sergei Kravinoff หรือที่เราคุ้นเคยกันในชื่อ Kraven นักล่าผู้เกรียงไกร ที่มีตำนานเล่าขานกันมานานในโลกของ Marvel แต่ภาคนี้เขาไม่ได้เป็นวายร้ายเสียทีเดียวครับ เรื่องราวจะเน้นไปที่ต้นกำเนิดของเขา การที่เขามีความสามารถพิเศษในการล่าสัตว์เหนือมนุษย์ได้อย่างไร และทำไมเขาถึงกลายมาเป็น "นักล่า" ที่หลายคนกลัว ความเจ็บปวดในอดีตของเขา ปมในใจกับพ่อ การถูกทอดทิ้ง มันหล่อหลอมให้เขากลายเป็นคนแบบนี้ ซึ่งตรงนี้ผมว่าหนังทำออกมาได้น่าสนใจครับ เราได้เห็นพัฒนาการของตัวละครที่ค่อยๆ เติบโตขึ้น จากเด็กน้อยที่อ่อนแอ กลายมาเป็นนักล่าที่แข็งแกร่ง
Aaron Taylor-Johnson ในบท Kraven ทำได้ดีเลยครับ เขาถ่ายทอดความดิบ ความบ้าคลั่ง และความเจ็บปวดของตัวละครออกมาได้ถึงพริบตา เราสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่ตัวละครมีต่อการล่า สัญชาตญาณดิบที่พลุ่งพล่านออกมา ซึ่งบางทีก็ดูน่ากลัว แต่ก็เข้าใจได้ว่าทำไมเขาถึงเป็นแบบนั้น การแสดงของเขาดูเป็นธรรมชาติ ไม่ได้ยัดเยียดจนเกินไปครับ และฉากแอ็คชั่นที่เขาต้องปะทะกับสัตว์ต่างๆ ก็ดูสมจริงมากๆ ถึงแม้ว่าบางฉากจะใช้ CG เยอะไปหน่อย แต่โดยรวมแล้วก็ถือว่าสอบผ่านครับ
สิ่งหนึ่งที่ผมชอบมากๆ ในเรื่องนี้คือความ "ดิบ" และ "โหด" ครับ หนังไม่ได้กลัวที่จะนำเสนอฉากการล่าที่รุนแรง เลือดสาด หรือการต่อสู้ที่เต็มไปด้วยความป่าเถื่อน มันให้อารมณ์เหมือนดูหนังแอ็คชั่นเกรด R ที่เน้นความสมจริง ไม่ใช่ฮีโร่ที่มาแบบใสๆ ปราศจากความเจ็บปวด การต่อสู้กับสัตว์ต่างๆ ในเรื่องทำได้น่าตื่นเต้นครับ ทั้งเสือ สิงโต หมี หรือแม้กระทั่งสัตว์ในตำนานอย่างคาเมเลี่ยน (ซึ่งในเรื่องนี้ไม่ได้โผล่มาตรงๆ แต่มีอิทธิพลต่อเรื่อง) มันทำให้เรารู้สึกว่า Kraven คือนักล่าที่แท้จริง ไม่ใช่แค่คนธรรมดาที่มีพลังพิเศษ แต่เขามีความสามารถที่มาจากสัญชาตญาณและความคุ้นเคยกับโลกของสัตว์ป่าอย่างแท้จริง
อีกหนึ่งตัวละครที่น่าสนใจคือ Sergei’s father หรือ Nikolai Kravinoff ที่รับบทโดย Russell Crowe ครับ เขาสร้างคาแรคเตอร์พ่อที่เย็นชา เห็นแก่ตัว และกดขี่ลูกชายได้น่าขนลุกมากๆ การแสดงของ Russell Crowe ก็ไม่เคยทำให้ผิดหวังจริงๆ ครับ เขาทำให้เรารู้สึกเกลียดตัวละครนี้ได้ง่ายๆ เลยทีเดียว และความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างพ่อลูกคู่นี้ก็เป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ Kraven กลายเป็นอย่างที่เป็นอยู่ครับ
ส่วนตัวละครอื่นๆ ที่เข้ามาเสริมเรื่องราวก็มีบทบาทที่น่าสนใจครับ อย่าง Anya Taylor-Joy ในบทของ Calypso ซึ่งเป็นตัวละครที่มีความลึกลับและมีพลังพิเศษของตัวเอง เธอเข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเรื่องราว และเคมีระหว่างเธอกับ Kraven ก็ดูน่าสนใจดีครับ ส่วนตัวร้ายอื่นๆ ที่ปรากฏตัวในเรื่องก็มีมิติของตัวเอง ไม่ได้มาแบบตัวร้ายแบนๆ ที่มีแค่ความชั่วร้ายอย่างเดียว แต่ก็มีเบื้องหลังและแรงจูงใจของตัวเองเช่นกัน
แต่ถึงแม้ว่าหนังจะมีจุดแข็งหลายอย่าง แต่ก็มีบางจุดที่ผมรู้สึกว่ายังไปไม่สุดครับ อย่างแรกเลยคือจังหวะการเล่าเรื่อง บางช่วงบางตอนรู้สึกว่ามันอืดๆ ไปหน่อยครับ เหมือนหนังพยายามจะปูเรื่องราวและพัฒนาตัวละครมากเกินไป จนบางทีก็ทำให้คนดูรู้สึกเบื่อได้บ้าง แต่พอเข้าสู่ฉากแอ็คชั่นทีไร ก็กลับมาคึกคักอีกครั้ง
อีกจุดที่ผมรู้สึกว่าน่าเสียดายคือเรื่องของ "พลัง" ของ Kraven ครับ ถึงแม้เราจะเห็นว่าเขามีความสามารถเหนือมนุษย์ มีพละกำลัง ความเร็ว และการฟื้นฟูร่างกายที่ดีขึ้น แต่บางครั้งก็รู้สึกว่ามันยังไม่เห็นถึงจุดที่ "เหนือมนุษย์" จริงๆ จังๆ เหมือนกับตัวละครในจักรวาล Marvel อื่นๆ ที่พลังของเขาจะดูโดดเด่นและสร้างสรรค์กว่านี้ อาจจะเป็นเพราะว่าหนังเน้นความเป็นนักล่าที่มาจากสัญชาตญาณมากกว่าพลังวิเศษที่ชัดเจน แต่ถ้าจะให้เป็นฮีโร่หรือ Anti-hero ที่คนจดจำได้ อาจจะต้องมีอะไรที่ "ว้าว" กว่านี้สักหน่อยครับ
เรื่องของ CG ก็เป็นอีกจุดที่ต้องพูดถึงครับ โดยรวมแล้วก็ทำได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ก็มีบางฉากที่ดูไม่ค่อยเนียนเท่าไหร่ โดยเฉพาะตอนที่ Kraven ต่อสู้กับสัตว์บางตัวที่ดูแล้วเหมือนหลุดออกมาจากเกมมากกว่าของจริง แต่ก็เข้าใจได้ว่าการสร้างสัตว์ต่างๆ ให้สมจริงและน่าเกรงขามมันไม่ใช่เรื่องง่าย
โดยรวมแล้ว Kraven the Hunter เป็นหนังแอ็คชั่นที่ดูสนุกครับ ถ้าใครชอบหนังที่มีความดิบ ความโหด ฉากแอ็คชั่นมันส์ๆ และไม่ได้คาดหวังว่าจะเห็นฮีโร่แบบ Marvel ทั่วไปที่มาพร้อมกับพลังวิเศษอลังการ ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีเลยครับ หนังทำให้เราได้รู้จักกับอีกด้านหนึ่งของ Kraven ที่ไม่ใช่แค่ตัวร้าย แต่เป็นคนที่เต็มไปด้วยปมในใจ และถูกขับเคลื่อนด้วยสัญชาตญาณแห่งการล่า
ผมชอบที่หนังพยายามจะสร้างตัวละครที่มีมิติ มีความเป็นมนุษย์ มีความเจ็บปวด และมีด้านมืดของตัวเอง มันทำให้ตัวละครดูน่าสนใจและน่าติดตามครับ ถึงแม้ว่าบางจุดจะยังไม่สมบูรณ์แบบนัก แต่ก็ถือว่าเป็นก้าวที่น่าสนใจในการขยายจักรวาลของ Sony’s Spider-Man Universe ครับ
ถ้าถามว่าผมแนะนำให้ไปดูไหม? ผมว่าถ้าคุณเป็นแฟน Marvel หรือชอบหนังแอ็คชั่นดิบๆ ก็ลองไปดูกันได้ครับ ไม่ได้เสียดายเงินแน่นอน แต่อย่าคาดหวังอะไรที่เกินจริงจนเกินไปครับ ดูเอาความมันส์ ดูเอาความดิบ ดูเอาการแสดงของนักแสดง ก็คุ้มแล้วครับ
สุดท้ายนี้ก็ขอขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านรีวิวของผมนะครับ ถ้ามีอะไรอยากจะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพิ่มเติม หรืออยากจะเถียง ก็เข้ามาคุยกันได้เลยนะครับ ยินดีเสมอครับผม!
Kraven the Hunter (2024) : สัตว์ป่าคลั่ง! ล่ามันส์ สะใจ แต่ขอติงนิดๆ ครับ
TITLE: Kraven the Hunter (2024) : สัตว์ป่าคลั่ง! ล่ามันส์ สะใจ แต่ขอติงนิดๆ ครับ
สวัสดีครับชาว Pantip ทุกท่าน วันนี้ผมมีโอกาสได้ไปดู Kraven the Hunter มาครับ หลังจากที่รอคอยมานานพอสมควร เพราะเห็นตัวอย่างแล้วรู้สึกว่ามันต้องเดือดแน่ๆ ก็เลยจัดไปเลยครับ บอกตรงๆ ว่าพอออกมาจากโรงแล้วก็มีความรู้สึกหลากหลายปนๆ กันอยู่ครับ มีทั้งความประทับใจในความดิบ ความโหด และฉากแอ็คชั่นที่มันส์สะใจ แต่ก็มีบางจุดที่รู้สึกว่ายังไปไม่สุด หรือน่าจะดีกว่านี้ ถ้าให้คะแนนเต็ม 10 ผมให้ประมาณ 7.5 ครับ ยังมีอะไรที่อยากจะพูดถึงเยอะเลย ขอเล่าให้ฟังแบบยาวๆ เลยนะครับ
เริ่มกันที่ตัวหนังเลยนะครับ Kraven the Hunter เป็นเรื่องราวของ Sergei Kravinoff หรือที่เราคุ้นเคยกันในชื่อ Kraven นักล่าผู้เกรียงไกร ที่มีตำนานเล่าขานกันมานานในโลกของ Marvel แต่ภาคนี้เขาไม่ได้เป็นวายร้ายเสียทีเดียวครับ เรื่องราวจะเน้นไปที่ต้นกำเนิดของเขา การที่เขามีความสามารถพิเศษในการล่าสัตว์เหนือมนุษย์ได้อย่างไร และทำไมเขาถึงกลายมาเป็น "นักล่า" ที่หลายคนกลัว ความเจ็บปวดในอดีตของเขา ปมในใจกับพ่อ การถูกทอดทิ้ง มันหล่อหลอมให้เขากลายเป็นคนแบบนี้ ซึ่งตรงนี้ผมว่าหนังทำออกมาได้น่าสนใจครับ เราได้เห็นพัฒนาการของตัวละครที่ค่อยๆ เติบโตขึ้น จากเด็กน้อยที่อ่อนแอ กลายมาเป็นนักล่าที่แข็งแกร่ง
Aaron Taylor-Johnson ในบท Kraven ทำได้ดีเลยครับ เขาถ่ายทอดความดิบ ความบ้าคลั่ง และความเจ็บปวดของตัวละครออกมาได้ถึงพริบตา เราสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่ตัวละครมีต่อการล่า สัญชาตญาณดิบที่พลุ่งพล่านออกมา ซึ่งบางทีก็ดูน่ากลัว แต่ก็เข้าใจได้ว่าทำไมเขาถึงเป็นแบบนั้น การแสดงของเขาดูเป็นธรรมชาติ ไม่ได้ยัดเยียดจนเกินไปครับ และฉากแอ็คชั่นที่เขาต้องปะทะกับสัตว์ต่างๆ ก็ดูสมจริงมากๆ ถึงแม้ว่าบางฉากจะใช้ CG เยอะไปหน่อย แต่โดยรวมแล้วก็ถือว่าสอบผ่านครับ
สิ่งหนึ่งที่ผมชอบมากๆ ในเรื่องนี้คือความ "ดิบ" และ "โหด" ครับ หนังไม่ได้กลัวที่จะนำเสนอฉากการล่าที่รุนแรง เลือดสาด หรือการต่อสู้ที่เต็มไปด้วยความป่าเถื่อน มันให้อารมณ์เหมือนดูหนังแอ็คชั่นเกรด R ที่เน้นความสมจริง ไม่ใช่ฮีโร่ที่มาแบบใสๆ ปราศจากความเจ็บปวด การต่อสู้กับสัตว์ต่างๆ ในเรื่องทำได้น่าตื่นเต้นครับ ทั้งเสือ สิงโต หมี หรือแม้กระทั่งสัตว์ในตำนานอย่างคาเมเลี่ยน (ซึ่งในเรื่องนี้ไม่ได้โผล่มาตรงๆ แต่มีอิทธิพลต่อเรื่อง) มันทำให้เรารู้สึกว่า Kraven คือนักล่าที่แท้จริง ไม่ใช่แค่คนธรรมดาที่มีพลังพิเศษ แต่เขามีความสามารถที่มาจากสัญชาตญาณและความคุ้นเคยกับโลกของสัตว์ป่าอย่างแท้จริง
อีกหนึ่งตัวละครที่น่าสนใจคือ Sergei’s father หรือ Nikolai Kravinoff ที่รับบทโดย Russell Crowe ครับ เขาสร้างคาแรคเตอร์พ่อที่เย็นชา เห็นแก่ตัว และกดขี่ลูกชายได้น่าขนลุกมากๆ การแสดงของ Russell Crowe ก็ไม่เคยทำให้ผิดหวังจริงๆ ครับ เขาทำให้เรารู้สึกเกลียดตัวละครนี้ได้ง่ายๆ เลยทีเดียว และความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างพ่อลูกคู่นี้ก็เป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ Kraven กลายเป็นอย่างที่เป็นอยู่ครับ
ส่วนตัวละครอื่นๆ ที่เข้ามาเสริมเรื่องราวก็มีบทบาทที่น่าสนใจครับ อย่าง Anya Taylor-Joy ในบทของ Calypso ซึ่งเป็นตัวละครที่มีความลึกลับและมีพลังพิเศษของตัวเอง เธอเข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเรื่องราว และเคมีระหว่างเธอกับ Kraven ก็ดูน่าสนใจดีครับ ส่วนตัวร้ายอื่นๆ ที่ปรากฏตัวในเรื่องก็มีมิติของตัวเอง ไม่ได้มาแบบตัวร้ายแบนๆ ที่มีแค่ความชั่วร้ายอย่างเดียว แต่ก็มีเบื้องหลังและแรงจูงใจของตัวเองเช่นกัน
แต่ถึงแม้ว่าหนังจะมีจุดแข็งหลายอย่าง แต่ก็มีบางจุดที่ผมรู้สึกว่ายังไปไม่สุดครับ อย่างแรกเลยคือจังหวะการเล่าเรื่อง บางช่วงบางตอนรู้สึกว่ามันอืดๆ ไปหน่อยครับ เหมือนหนังพยายามจะปูเรื่องราวและพัฒนาตัวละครมากเกินไป จนบางทีก็ทำให้คนดูรู้สึกเบื่อได้บ้าง แต่พอเข้าสู่ฉากแอ็คชั่นทีไร ก็กลับมาคึกคักอีกครั้ง
อีกจุดที่ผมรู้สึกว่าน่าเสียดายคือเรื่องของ "พลัง" ของ Kraven ครับ ถึงแม้เราจะเห็นว่าเขามีความสามารถเหนือมนุษย์ มีพละกำลัง ความเร็ว และการฟื้นฟูร่างกายที่ดีขึ้น แต่บางครั้งก็รู้สึกว่ามันยังไม่เห็นถึงจุดที่ "เหนือมนุษย์" จริงๆ จังๆ เหมือนกับตัวละครในจักรวาล Marvel อื่นๆ ที่พลังของเขาจะดูโดดเด่นและสร้างสรรค์กว่านี้ อาจจะเป็นเพราะว่าหนังเน้นความเป็นนักล่าที่มาจากสัญชาตญาณมากกว่าพลังวิเศษที่ชัดเจน แต่ถ้าจะให้เป็นฮีโร่หรือ Anti-hero ที่คนจดจำได้ อาจจะต้องมีอะไรที่ "ว้าว" กว่านี้สักหน่อยครับ
เรื่องของ CG ก็เป็นอีกจุดที่ต้องพูดถึงครับ โดยรวมแล้วก็ทำได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ก็มีบางฉากที่ดูไม่ค่อยเนียนเท่าไหร่ โดยเฉพาะตอนที่ Kraven ต่อสู้กับสัตว์บางตัวที่ดูแล้วเหมือนหลุดออกมาจากเกมมากกว่าของจริง แต่ก็เข้าใจได้ว่าการสร้างสัตว์ต่างๆ ให้สมจริงและน่าเกรงขามมันไม่ใช่เรื่องง่าย
โดยรวมแล้ว Kraven the Hunter เป็นหนังแอ็คชั่นที่ดูสนุกครับ ถ้าใครชอบหนังที่มีความดิบ ความโหด ฉากแอ็คชั่นมันส์ๆ และไม่ได้คาดหวังว่าจะเห็นฮีโร่แบบ Marvel ทั่วไปที่มาพร้อมกับพลังวิเศษอลังการ ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีเลยครับ หนังทำให้เราได้รู้จักกับอีกด้านหนึ่งของ Kraven ที่ไม่ใช่แค่ตัวร้าย แต่เป็นคนที่เต็มไปด้วยปมในใจ และถูกขับเคลื่อนด้วยสัญชาตญาณแห่งการล่า
ผมชอบที่หนังพยายามจะสร้างตัวละครที่มีมิติ มีความเป็นมนุษย์ มีความเจ็บปวด และมีด้านมืดของตัวเอง มันทำให้ตัวละครดูน่าสนใจและน่าติดตามครับ ถึงแม้ว่าบางจุดจะยังไม่สมบูรณ์แบบนัก แต่ก็ถือว่าเป็นก้าวที่น่าสนใจในการขยายจักรวาลของ Sony’s Spider-Man Universe ครับ
ถ้าถามว่าผมแนะนำให้ไปดูไหม? ผมว่าถ้าคุณเป็นแฟน Marvel หรือชอบหนังแอ็คชั่นดิบๆ ก็ลองไปดูกันได้ครับ ไม่ได้เสียดายเงินแน่นอน แต่อย่าคาดหวังอะไรที่เกินจริงจนเกินไปครับ ดูเอาความมันส์ ดูเอาความดิบ ดูเอาการแสดงของนักแสดง ก็คุ้มแล้วครับ
สุดท้ายนี้ก็ขอขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านรีวิวของผมนะครับ ถ้ามีอะไรอยากจะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพิ่มเติม หรืออยากจะเถียง ก็เข้ามาคุยกันได้เลยนะครับ ยินดีเสมอครับผม!