
👿👿👿
หลังจากสร้างปรากฏการณ์ไปทั่วโลกกับ Train to Busan (2016) ที่กลายเป็นหนึ่งในหนังซอมบี้ที่ดีที่สุดแห่งยุค จนทำให้หนังซอมบี้เกาหลีกลายเป็นที่รู้จักในระดับสากล ชื่อของผู้กำกับ ยอนซังโฮ ก็กลายเป็นแบรนด์รับประกันความเข้มข้นของหนังแนวนี้ไปโดยปริยาย แม้ภาคต่ออย่าง Peninsula จะได้รับเสียงตอบรับที่แตกออกเป็นสองฝั่ง แต่ผู้กำกับก็ยังคงสนใจการตีความ "โลกหลังการระบาด" ในรูปแบบใหม่ๆ อยู่เสมอ และใน “Colony ยึดร่างคลั่ง” ซึ่งถือเป็นผลงานแนวซอมบี้เรื่องที่สามในธีมนี้ ยอนซังโฮเลือกจะฉีกสูตรเดิมๆ ของหนังซอมบี้ มาเล่าในรูปแบบของ Sci-Fi Horror ที่มีองค์ประกอบของการกลายพันธุ์ การวิวัฒนาการของเชื้อโรค และการตั้งคำถามถึงเส้นแบ่งระหว่างมนุษย์กับสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่ แม้จะยังคงความน่าสะพรึงเอาไว้ได้ดี แต่ผลลัพธ์ที่ออกมากลับเป็นหนังที่เต็มไปด้วยไอเดียน่าสนใจ แต่ก็มีจังหวะที่เหมือนวนอยู่กับที่ จนทำให้ความน่าตื่นเต้นลดลงในช่วงท้าย

👿👿👿
เมื่อการระบาดของเชื้อปริศนาที่เคยถูกควบคุมไว้ได้ เริ่มกลับมาอีกครั้งในรูปแบบใหม่ มนุษย์จำนวนหนึ่งถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่ได้มีเพียงสัญชาตญาณในการล่าเหมือนซอมบี้ทั่วไป แต่พวกมันกำลัง "เรียนรู้" และ "พัฒนา" ท่ามกลางสถานการณ์ที่โลกกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ของการอยู่ร่วมกับสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ที่ไม่อาจเข้าใจได้ กลุ่มผู้รอดชีวิตต้องพยายามค้นหาความจริงเกี่ยวกับต้นกำเนิดของการระบาด พร้อมต่อสู้กับภัยคุกคามที่อาจเปลี่ยนแปลงอนาคตของมนุษยชาติไปตลอดกาล

👿👿👿
การดำเนินเรื่อง เปิดเกมเร็วและพาไปสู่โลกของ Sci-Fi Horror อย่างเต็มตัวหนึ่งในข้อดีคือหนังไม่เสียเวลาไปกับการปูเรื่องยืดยาว เพียงไม่นานหลังเปิดเรื่อง หนังจะพาคนดูเข้าสู่แกนหลักทันที พร้อมนำเสนอโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงจากการระบาดครั้งใหม่ ต่างจาก Train to Busan ที่เน้นการเอาตัวรอดบนรถไฟ หรือ Peninsula ที่มีความเป็นแอ็กชันมากขึ้น "Colony" กลับเลือกเดินไปในเส้นทางของ Science Fiction Horror อย่างชัดเจน หนังค่อยๆ เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับธรรมชาติของเชื้อโรค และตั้งคำถามว่า หากซอมบี้สามารถวิวัฒนาการจนมีความสามารถในการเรียนรู้ หรือมีสัญชาตญาณที่ซับซ้อนมากขึ้น พวกมันจะยังเป็นเพียง "สัตว์ประหลาด" หรือกลายเป็นสิ่งมีชีวิตรูปแบบใหม่ ไอเดียนี้ทำให้ช่วงครึ่งแรกของหนังมีความน่าสนใจมาก และทำให้คนดูอยากรู้ว่าหนังจะพาเรื่องไปไกลได้แค่ไหน

👿👿👿
จุดเด่นของหนังเรื่องนี้คือการที่พัฒนาซอมบี้ให้น่ากลัวกว่าเดิม และ Jun Ji-hyun ที่ยังสะกดทุกสายตา สิ่งที่ผู้กำกับยังทำได้ดีเหมือนเดิม คือการสร้างความน่ากลัวของฝูงซอมบี้ ฉากไล่ล่า การเคลื่อนไหวที่ผิดธรรมชาติ และบรรยากาศอันกดดัน ยังคงเป็นลายเซ็นที่แฟนๆ Train to Busan คุ้นเคย แต่จุดที่น่าสนใจกว่าเดิม คือการเพิ่มแนวคิดเรื่อง "วิวัฒนาการ" เข้าไปในตัวซอมบี้ ทำให้ภัยคุกคามในเรื่องไม่ได้จำกัดอยู่แค่การวิ่งไล่กัดแบบเดิมๆ หลายช่วงของหนังจึงให้อารมณ์คล้ายการผสมระหว่างหนังซอมบี้กับหนังไซไฟอย่าง I Am Legend หรือ The Last of Us อีกหนึ่งสิ่งที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือการกลับมาของ Jun Ji-hyun ในวัย 44 ปี นักแสดงสาวเจ้าของฉายา "ยัยตัวร้าย" ยังคงมีเสน่ห์และคาริสมาที่โดดเด่นอย่างเหลือเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นฉากแอ็กชันหรือฉากดราม่า เธอยังคงสามารถแบกหนังเอาไว้ได้อย่างแข็งแรง และหลายคนถึงกับยกให้เธอเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้หนังเรื่องนี้น่าติดตามจนจบ

👿👿👿
จุดด้อยของหนัง แน่นอนว่าถึงแม้ไอเดียหนังจะดี แต่พอถึงครึ่งหลังกลับเริ่มวนซ้ำและหมดแรง แม้หนังจะเปิดตัวด้วยแนวคิดที่น่าสนใจ แต่ปัญหาที่หลายรีวิวออนไลน์พูดถึงคล้ายกัน คือหนังเริ่มสูญเสียโมเมนตัมเมื่อเข้าสู่ช่วงครึ่งหลัง จากที่ดูเหมือนจะพาคนดูไปสู่การค้นพบครั้งใหญ่ หรือการเปลี่ยนแปลงระดับโลก หนังกลับวนเวียนอยู่กับสถานการณ์เดิม ตัวละครเดินทางจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง หนีซอมบี้ สู้กับซอมบี้ แล้วกลับมาหนีอีกครั้งจนทำให้ความรู้สึกสดใหม่ที่สร้างไว้ในช่วงต้นเริ่มลดลง ที่น่าเสียดายคือ หนังเหมือนมีไอเดียมากมาย แต่ไม่ได้ผลักดันมันไปให้สุดทาง ทำให้ช่วงท้ายเรื่องขาดฉากพีคหรือเหตุการณ์ที่สร้างความตื่นเต้นแบบเดียวกับ Train to Busan หลายคนถึงกับรู้สึกว่าช่วงสุดท้ายของหนังดูยืดเยื้อ และจบลงแบบไม่ได้สร้างแรงกระแทกทางอารมณ์มากนัก

👿👿👿
“Colony ยึดร่างคลั่ง” คือหนังซอมบี้ที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน และพยายามนำเสนอแนวทางใหม่ให้กับหนังแนวนี้ มันยังคงมีซอมบี้ที่น่ากลัว ฉากไล่ล่าที่ลุ้นระทึก และบรรยากาศแบบผลงานของยอนซังโฮที่แฟนๆ คุ้นเคย การเพิ่มแนวคิดเรื่องซอมบี้ที่สามารถวิวัฒนาการได้ ถือเป็นไอเดียที่น่าสนใจ และการแสดงของ Jun Ji-hyun ก็ช่วยยกระดับหนังขึ้นมาได้มาก แต่ในขณะเดียวกัน หนังกลับไม่สามารถรักษาความสดใหม่เอาไว้ได้ตลอดทั้งเรื่อง จนช่วงท้ายเริ่มวนซ้ำและขาดความตื่นเต้นที่ควรจะมี อาจไม่ใช่ผลงานที่ทรงพลังเท่ากับ Train to Busan แต่สำหรับแฟนหนังซอมบี้และคนที่อยากเห็นการตีความแนวนี้ในมุมใหม่ๆ “Colony ยึดร่างคลั่ง” ก็ยังเป็นอีกหนึ่งการทดลองที่น่าสนใจ และพิสูจน์ให้เห็นว่าผู้กำกับยอนซังโฮยังคงไม่หยุดพัฒนาจักรวาลแห่งความตายของตัวเอง แม้ผลลัพธ์จะยังไปไม่สุดอย่างที่หลายคนคาดหวังก็ตาม.
ชอบอ่านรีวิวหนัง แวะมาพูดคุยกันได้นะครับ >>>
https://www.facebook.com/DooNangGunMai
[CR] [#Review] Colony ยึดร่างคลั่ง – ผู้กำกับ Train to Busan กลับมาอีกครั้งกับซอมบี้สายพันธุ์ใหม่ที่วิวัฒนาการได้ แต่ไปไม่สุด
👿👿👿
หลังจากสร้างปรากฏการณ์ไปทั่วโลกกับ Train to Busan (2016) ที่กลายเป็นหนึ่งในหนังซอมบี้ที่ดีที่สุดแห่งยุค จนทำให้หนังซอมบี้เกาหลีกลายเป็นที่รู้จักในระดับสากล ชื่อของผู้กำกับ ยอนซังโฮ ก็กลายเป็นแบรนด์รับประกันความเข้มข้นของหนังแนวนี้ไปโดยปริยาย แม้ภาคต่ออย่าง Peninsula จะได้รับเสียงตอบรับที่แตกออกเป็นสองฝั่ง แต่ผู้กำกับก็ยังคงสนใจการตีความ "โลกหลังการระบาด" ในรูปแบบใหม่ๆ อยู่เสมอ และใน “Colony ยึดร่างคลั่ง” ซึ่งถือเป็นผลงานแนวซอมบี้เรื่องที่สามในธีมนี้ ยอนซังโฮเลือกจะฉีกสูตรเดิมๆ ของหนังซอมบี้ มาเล่าในรูปแบบของ Sci-Fi Horror ที่มีองค์ประกอบของการกลายพันธุ์ การวิวัฒนาการของเชื้อโรค และการตั้งคำถามถึงเส้นแบ่งระหว่างมนุษย์กับสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่ แม้จะยังคงความน่าสะพรึงเอาไว้ได้ดี แต่ผลลัพธ์ที่ออกมากลับเป็นหนังที่เต็มไปด้วยไอเดียน่าสนใจ แต่ก็มีจังหวะที่เหมือนวนอยู่กับที่ จนทำให้ความน่าตื่นเต้นลดลงในช่วงท้าย
👿👿👿
เมื่อการระบาดของเชื้อปริศนาที่เคยถูกควบคุมไว้ได้ เริ่มกลับมาอีกครั้งในรูปแบบใหม่ มนุษย์จำนวนหนึ่งถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่ได้มีเพียงสัญชาตญาณในการล่าเหมือนซอมบี้ทั่วไป แต่พวกมันกำลัง "เรียนรู้" และ "พัฒนา" ท่ามกลางสถานการณ์ที่โลกกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ของการอยู่ร่วมกับสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ที่ไม่อาจเข้าใจได้ กลุ่มผู้รอดชีวิตต้องพยายามค้นหาความจริงเกี่ยวกับต้นกำเนิดของการระบาด พร้อมต่อสู้กับภัยคุกคามที่อาจเปลี่ยนแปลงอนาคตของมนุษยชาติไปตลอดกาล
👿👿👿
การดำเนินเรื่อง เปิดเกมเร็วและพาไปสู่โลกของ Sci-Fi Horror อย่างเต็มตัวหนึ่งในข้อดีคือหนังไม่เสียเวลาไปกับการปูเรื่องยืดยาว เพียงไม่นานหลังเปิดเรื่อง หนังจะพาคนดูเข้าสู่แกนหลักทันที พร้อมนำเสนอโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงจากการระบาดครั้งใหม่ ต่างจาก Train to Busan ที่เน้นการเอาตัวรอดบนรถไฟ หรือ Peninsula ที่มีความเป็นแอ็กชันมากขึ้น "Colony" กลับเลือกเดินไปในเส้นทางของ Science Fiction Horror อย่างชัดเจน หนังค่อยๆ เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับธรรมชาติของเชื้อโรค และตั้งคำถามว่า หากซอมบี้สามารถวิวัฒนาการจนมีความสามารถในการเรียนรู้ หรือมีสัญชาตญาณที่ซับซ้อนมากขึ้น พวกมันจะยังเป็นเพียง "สัตว์ประหลาด" หรือกลายเป็นสิ่งมีชีวิตรูปแบบใหม่ ไอเดียนี้ทำให้ช่วงครึ่งแรกของหนังมีความน่าสนใจมาก และทำให้คนดูอยากรู้ว่าหนังจะพาเรื่องไปไกลได้แค่ไหน
👿👿👿
จุดเด่นของหนังเรื่องนี้คือการที่พัฒนาซอมบี้ให้น่ากลัวกว่าเดิม และ Jun Ji-hyun ที่ยังสะกดทุกสายตา สิ่งที่ผู้กำกับยังทำได้ดีเหมือนเดิม คือการสร้างความน่ากลัวของฝูงซอมบี้ ฉากไล่ล่า การเคลื่อนไหวที่ผิดธรรมชาติ และบรรยากาศอันกดดัน ยังคงเป็นลายเซ็นที่แฟนๆ Train to Busan คุ้นเคย แต่จุดที่น่าสนใจกว่าเดิม คือการเพิ่มแนวคิดเรื่อง "วิวัฒนาการ" เข้าไปในตัวซอมบี้ ทำให้ภัยคุกคามในเรื่องไม่ได้จำกัดอยู่แค่การวิ่งไล่กัดแบบเดิมๆ หลายช่วงของหนังจึงให้อารมณ์คล้ายการผสมระหว่างหนังซอมบี้กับหนังไซไฟอย่าง I Am Legend หรือ The Last of Us อีกหนึ่งสิ่งที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือการกลับมาของ Jun Ji-hyun ในวัย 44 ปี นักแสดงสาวเจ้าของฉายา "ยัยตัวร้าย" ยังคงมีเสน่ห์และคาริสมาที่โดดเด่นอย่างเหลือเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นฉากแอ็กชันหรือฉากดราม่า เธอยังคงสามารถแบกหนังเอาไว้ได้อย่างแข็งแรง และหลายคนถึงกับยกให้เธอเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้หนังเรื่องนี้น่าติดตามจนจบ
👿👿👿
จุดด้อยของหนัง แน่นอนว่าถึงแม้ไอเดียหนังจะดี แต่พอถึงครึ่งหลังกลับเริ่มวนซ้ำและหมดแรง แม้หนังจะเปิดตัวด้วยแนวคิดที่น่าสนใจ แต่ปัญหาที่หลายรีวิวออนไลน์พูดถึงคล้ายกัน คือหนังเริ่มสูญเสียโมเมนตัมเมื่อเข้าสู่ช่วงครึ่งหลัง จากที่ดูเหมือนจะพาคนดูไปสู่การค้นพบครั้งใหญ่ หรือการเปลี่ยนแปลงระดับโลก หนังกลับวนเวียนอยู่กับสถานการณ์เดิม ตัวละครเดินทางจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง หนีซอมบี้ สู้กับซอมบี้ แล้วกลับมาหนีอีกครั้งจนทำให้ความรู้สึกสดใหม่ที่สร้างไว้ในช่วงต้นเริ่มลดลง ที่น่าเสียดายคือ หนังเหมือนมีไอเดียมากมาย แต่ไม่ได้ผลักดันมันไปให้สุดทาง ทำให้ช่วงท้ายเรื่องขาดฉากพีคหรือเหตุการณ์ที่สร้างความตื่นเต้นแบบเดียวกับ Train to Busan หลายคนถึงกับรู้สึกว่าช่วงสุดท้ายของหนังดูยืดเยื้อ และจบลงแบบไม่ได้สร้างแรงกระแทกทางอารมณ์มากนัก
👿👿👿
“Colony ยึดร่างคลั่ง” คือหนังซอมบี้ที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน และพยายามนำเสนอแนวทางใหม่ให้กับหนังแนวนี้ มันยังคงมีซอมบี้ที่น่ากลัว ฉากไล่ล่าที่ลุ้นระทึก และบรรยากาศแบบผลงานของยอนซังโฮที่แฟนๆ คุ้นเคย การเพิ่มแนวคิดเรื่องซอมบี้ที่สามารถวิวัฒนาการได้ ถือเป็นไอเดียที่น่าสนใจ และการแสดงของ Jun Ji-hyun ก็ช่วยยกระดับหนังขึ้นมาได้มาก แต่ในขณะเดียวกัน หนังกลับไม่สามารถรักษาความสดใหม่เอาไว้ได้ตลอดทั้งเรื่อง จนช่วงท้ายเริ่มวนซ้ำและขาดความตื่นเต้นที่ควรจะมี อาจไม่ใช่ผลงานที่ทรงพลังเท่ากับ Train to Busan แต่สำหรับแฟนหนังซอมบี้และคนที่อยากเห็นการตีความแนวนี้ในมุมใหม่ๆ “Colony ยึดร่างคลั่ง” ก็ยังเป็นอีกหนึ่งการทดลองที่น่าสนใจ และพิสูจน์ให้เห็นว่าผู้กำกับยอนซังโฮยังคงไม่หยุดพัฒนาจักรวาลแห่งความตายของตัวเอง แม้ผลลัพธ์จะยังไปไม่สุดอย่างที่หลายคนคาดหวังก็ตาม.
ชอบอ่านรีวิวหนัง แวะมาพูดคุยกันได้นะครับ >>> https://www.facebook.com/DooNangGunMai
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้