อาการอาหารเป็นพิษเป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยมากในบ้านเรา โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนที่เชื้อโรคสามารถเจริญเติบโตได้ดีในอาหาร อาการนี้มักเกิดขึ้นหลังจากที่เราได้รับประทานอาหารหรือน้ำที่มีการปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส หรือพยาธิ รวมถึงสารพิษที่เชื้อเหล่านั้นผลิตทิ้งไว้
สัญญาณเตือนเมื่อร่างกายได้รับสารพิษ : โดยปกติแล้วอาการมักจะแสดงออกมาภายในไม่กี่ชั่วโมง หรืออาจนานถึง 2 ถึง 3 วันหลังจากทานอาหารที่ปนเปื้อนเข้าไป อาการหลักที่พบได้ทั่วไปคือการปวดท้องในลักษณะบิดเกร็ง ร่วมกับอาการคลื่นไส้และอาเจียนอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะมีอาการท้องเสีย ถ่ายเหลวเป็นน้ำ หรือในบางรายอาจมีมูกเลือดปนมาด้วย หากร่างกายเริ่มมีการอักเสบมากขึ้นอาจมีไข้หนาวสั่นและความรู้สึกอ่อนเพลียร่วมด้วย
การดูแลตัวเองในเบื้องต้น : สิ่งที่สำคัญที่สุดเมื่อเกิดอาการอาหารเป็นพิษคือการป้องกันภาวะขาดน้ำ เนื่องจากร่างกายเสียน้ำและเกลือแร่ไปกับการขับถ่ายและอาเจียน ผู้ป่วยควรดื่มน้ำผสมผงเกลือแร่ หรือที่เรียกว่า ORS โดยค่อยๆ จิบทีละน้อยตลอดทั้งวัน สำหรับเรื่องอาหาร ควรหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด ของมัน หรือนมวัว แล้วเปลี่ยนมาทานอาหารอ่อนๆ ที่ย่อยง่าย เช่น ข้าวต้มหรือโจ๊กแทน เพื่อให้ระบบย่อยอาหารได้พักฟื้นตัว
เมื่อไหร่ที่ควรไปพบแพทย์ : แม้ว่าอาการส่วนใหญ่จะหายได้เองภายใน 1 ถึง 2 วัน แต่หากพบว่ามีอาการรุนแรง เช่น อาเจียนหนักจนไม่สามารถทานน้ำได้เลย มีอาการปากแห้ง ตาโหล ปัสสาวะน้อยซึ่งเป็นสัญญาณของการขาดน้ำรุนแรง หรือมีไข้สูงและถ่ายเป็นเลือด กรณีเหล่านี้ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีเพื่อให้ยาฆ่าเชื้อหรือให้น้ำเกลือทางหลอดเลือด
วิธีป้องกันเพื่อสุขอนามัยที่ดี คือ การป้องกันที่ดีที่สุดเริ่มต้นที่การเลือกรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่เสมอ หลีกเลี่ยงอาหารที่วางทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องเป็นเวลานานเกินไป รวมถึงการล้างมือให้สะอาดก่อนหยิบจับอาหารและหลังเข้าห้องน้ำทุกครั้ง นอกจากนี้ควรเลือกซื้อวัตถุดิบจากแหล่งที่เชื่อถือได้และล้างผักผลไม้ให้สะอาดก่อนนำมาประกอบอาหาร เพื่อลดความเสี่ยงในการนำเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย
อาการอาหารเป็นพิษ
สัญญาณเตือนเมื่อร่างกายได้รับสารพิษ : โดยปกติแล้วอาการมักจะแสดงออกมาภายในไม่กี่ชั่วโมง หรืออาจนานถึง 2 ถึง 3 วันหลังจากทานอาหารที่ปนเปื้อนเข้าไป อาการหลักที่พบได้ทั่วไปคือการปวดท้องในลักษณะบิดเกร็ง ร่วมกับอาการคลื่นไส้และอาเจียนอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะมีอาการท้องเสีย ถ่ายเหลวเป็นน้ำ หรือในบางรายอาจมีมูกเลือดปนมาด้วย หากร่างกายเริ่มมีการอักเสบมากขึ้นอาจมีไข้หนาวสั่นและความรู้สึกอ่อนเพลียร่วมด้วย
การดูแลตัวเองในเบื้องต้น : สิ่งที่สำคัญที่สุดเมื่อเกิดอาการอาหารเป็นพิษคือการป้องกันภาวะขาดน้ำ เนื่องจากร่างกายเสียน้ำและเกลือแร่ไปกับการขับถ่ายและอาเจียน ผู้ป่วยควรดื่มน้ำผสมผงเกลือแร่ หรือที่เรียกว่า ORS โดยค่อยๆ จิบทีละน้อยตลอดทั้งวัน สำหรับเรื่องอาหาร ควรหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด ของมัน หรือนมวัว แล้วเปลี่ยนมาทานอาหารอ่อนๆ ที่ย่อยง่าย เช่น ข้าวต้มหรือโจ๊กแทน เพื่อให้ระบบย่อยอาหารได้พักฟื้นตัว
เมื่อไหร่ที่ควรไปพบแพทย์ : แม้ว่าอาการส่วนใหญ่จะหายได้เองภายใน 1 ถึง 2 วัน แต่หากพบว่ามีอาการรุนแรง เช่น อาเจียนหนักจนไม่สามารถทานน้ำได้เลย มีอาการปากแห้ง ตาโหล ปัสสาวะน้อยซึ่งเป็นสัญญาณของการขาดน้ำรุนแรง หรือมีไข้สูงและถ่ายเป็นเลือด กรณีเหล่านี้ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีเพื่อให้ยาฆ่าเชื้อหรือให้น้ำเกลือทางหลอดเลือด
วิธีป้องกันเพื่อสุขอนามัยที่ดี คือ การป้องกันที่ดีที่สุดเริ่มต้นที่การเลือกรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่เสมอ หลีกเลี่ยงอาหารที่วางทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องเป็นเวลานานเกินไป รวมถึงการล้างมือให้สะอาดก่อนหยิบจับอาหารและหลังเข้าห้องน้ำทุกครั้ง นอกจากนี้ควรเลือกซื้อวัตถุดิบจากแหล่งที่เชื่อถือได้และล้างผักผลไม้ให้สะอาดก่อนนำมาประกอบอาหาร เพื่อลดความเสี่ยงในการนำเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย