ประกันสังคมเงื่อนไขใหม่ ใครได้สิทธิบ้าง-ต้องส่งกี่ปี

เจาะลึกเงินบำนาญชราภาพ 8,050 บาท หลังประกันสังคมเตรียมปรับเพดานเงินเดือนสูงสุดเป็น 23,000 บาท และสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่คนทำงานจะได้รับเพิ่ม

ประกันสังคมจ่อปรับเพดานเงินเดือนใหม่ ดันยอดเงินบำนาญชราภาพพุ่งสูงสุด 8,050 บาทต่อเดือน พร้อมยกระดับสิทธิประโยชน์ว่างงาน-เจ็บป่วย-คลอดบุตร เรารวบรวมทุกรายละเอียดที่คนทำงานวัยสร้างตัวต้องรู้ในปี 2569

เงินบำนาญ 8,050 บาท มาจากไหน? ทำไมถึงเพิ่มขึ้น?

     กลายเป็นประเด็นที่คนทำงานให้ความสนใจอย่างมาก สำหรับตัวเลข “8,050 บาท” ซึ่งเป็นยอดเงินบำนาญชราภาพสูงสุดที่ผู้ประกันตนมาตรา 33 จะได้รับในอนาคต สาเหตุที่ยอดเงินนี้เพิ่มขึ้นมาจากแผนการปรับ “เพดานเงินเดือน” ที่ใช้คำนวณเงินสมทบ ของสำนักงานประกันสังคม
จากเดิมที่ใช้ฐานเงินเดือนสูงสุด 15,000 บาท (หักเงินสมทบ 750 บาท/เดือน) มายาวนานกว่า 30 ปี กำลังจะถูกปรับเพิ่มขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับค่าครองชีพ โดยจะขยับขึ้นเป็นขั้นบันไดจนถึง 23,000 บาท ภายในปี 2573 เป็นต้นไป เมื่อฐานเงินเดือนที่ส่งสูงขึ้น เงินบำนาญที่จะได้รับยามเกษียณจึง “โตตาม” ขึ้นมานั่นเอง

เปิดไทม์ไลน์ ปรับเพดานค่าจ้าง ประกันสังคม ต้องจ่ายต่อเดือนเท่าไหร่
     ระยะที่ 1 ปี 2567-2569: เพดานสูงสุด 17,500 บาท โดนหักสูงสุด 875 บาท/เดือน
     ระยะที่ 2 ปี 2570-2572: เพดานสูงสุด 20,000 บาท โดนหักสูงสุด 1,000 บาท/เดือน
     ระยะที่ 3 ปี 2573 เป็นต้นไป: เพดานสูงสุด 23,000 บาท โดนหักสูงสุด 1,150 บาท/เดือน

เงื่อนไขของผู้ที่ได้รับเงินบำนาญ 8,050 บาทต่อเดือน
     อายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ และความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง
     จ่ายเงินสมทบครบ 25 ปี (300 เดือน)
     มีฐานค่าจ้างสูง: ใช้ฐานค่าจ้างที่สูงขึ้น (เช่น 23,000 บาท) เพื่อคำนวณเงินสมทบและเงินบำนาญ
     การคำนวณ: หากส่งเงินสมทบครบ 25 ปี จะได้รับบำนาญประมาณ 8,050 บาทต่อเดือน (จากอัตราเดิมที่ 5,250 บาท สำหรับฐานเดิม)

สิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่จะได้รับจากการปรับเพดานค่าจ้าง

การยอมจ่ายเงินสมทบเพิ่มขึ้น ไม่ได้หมายถึงแค่เงินบำนาญเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปถึงสิทธิประโยชน์ “ระหว่างทำงาน” ที่จะคำนวณจากฐานเงินเดือนใหม่ด้วย

ปี 2569-2571 ส่งเงินประกันสังคมสูงสุด 875 บาทต่อเดือน (ฐานค่าจ้าง 17,500 บาทต่อเดือน) จะได้สิทธิประโยชน์ดังนี้
     เจ็บป่วย 8,750 บาทต่อเดือน
     คลอดบุตร 26,250 บาทต่อครั้ง
     ว่างงาน (เลิกจ้าง) 8,750 บาทต่อเดือน
     ว่างงาน (ลาออก) 5,250 บาทต่อเดือน
     บำนาญส่งเงินมา 15 ปี 3,500 บาทต่อเดือน
     บำนาญส่งเงินมา 25 ปี 6,125 บาทต่อเดือน

ปี 2572-2574 ส่งเงินประกันสังคมสูงสุด 1,000 บาทต่อเดือน (ฐานค่าจ้าง 20,000 บาทต่อเดือน) สิทธิประโยชน์ที่ได้รับมีดังนี้
     เจ็บป่วย 10,000 บาทต่อเดือน
     คลอดบุตร 30,000 บาทต่อครั้ง
     ว่างงาน (เลิกจ้าง) 10,000 บาทต่อเดือน
     ว่างงาน (ลาออก) 6,000 บาทต่อเดือน
     บำนาญส่งเงินมา 15 ปี 4,000 บาทต่อเดือน
     บำนาญส่งเงินมา 25 ปี 7,000 บาทต่อเดือน

ปี 2575 เป็นต้นไป ส่งเงินสมทบประกันสังคมสูงสุด 1,150 บาทต่อเดือน (ฐานค่าจ้าง 23,000 บาทต่อเดือน) สิทธิประโยชน์ที่ได้รับมีดังนี้
     เจ็บป่วย 11,500 บาทต่อเดือน
     คลอดบุตร 34,500 บาทต่อครั้ง
     ว่างงาน (เลิกจ้าง) 11,500 บาทต่อเดือน
     ว่างงาน (ลาออก) 6,900 บาทต่อเดือน
     บำนาญส่งเงินมา 15 ปี 4,600 บาทต่อเดือน
     บำนาญส่งเงินมา 25 ปี 8,050 บาทต่อเดือน

     การปรับเพดานประกันสังคมสู่ยอดบำนาญ 8,050 บาท แม้จะแลกมาด้วยการโดนหักเงินในแต่ละเดือนเพิ่มขึ้นหลักร้อยบาท แต่เมื่อพิจารณาถึงความคุ้มครองที่ครอบคลุมมากขึ้น ทั้งยามว่างงาน เจ็บป่วย และบำนาญรายเดือนที่จะได้รับไปตลอดชีวิต ถือเป็นการวางแผนการเงินภาคบังคับที่ช่วยสร้าง “ตาข่ายรองรับ” ให้คนทำงานวัยดิจิทัลมีความมั่นคงมากขึ้นในระยะยาว

ขอบคุณข้อมูลจาก ไทยรัฐออนไลน์

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่