ภาพรวมของเศรษฐกิจของภาคอีสาน ที่มีแนวโน้มการเติบโตสูงกว่าค่าเฉลี่ย GDP ของประเทศ และเป็นภูมิภาคที่มีขนาดเศรฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่ 2 รองจากภาคตะวันออก (ไม่รวมกรุงเทพฯ และปริมณฑล) โดยมี 4 จังหวัดใหญ่หรือที่เรียกว่า "Big 4" นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี และอุดรธานี รวมทั้งอีกหลายจังหวัดที่เร่งพัฒนาขึ้นมาเป็นแก๊งค์ Big 5 6 7 8 ในอนาคต นับเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของภาคอีกสานให้ก้าวไปข้างหน้าเร็วกว่าภาคอื่นๆ อย่างโดดเด่น จนเริ่มดึงดูดให้คนรุ่นใหม่ให้กลับบ้านเกิดเพื่อไปช่วยกันเร่งสร้างอนาคตของเมืองอย่างที่พวกเขาอยากให้เห็นในอนาคต
.
ในทางตรงกันข้าม "ภาคเหนือ" ดินแดนอารยธรรมล้านนาที่มีความเป็นมายาวนานมากกว่า 700 ปี ที่ถือว่าเป็นแดนในฝันของใครหลายคนที่อยากไปเยี่ยมเยือน เพราะอุดมสมบูรณ์ด้วยธรรมชาติสวยงาม วัฒนธรรมล้านนาอันเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นแตกต่างจากภาคอื่นๆ จากรากเหง้าดั้งเดิมที่แข็งแรง ส่งต่อเป็นมรดกล้ำค่าให้ภาคเหนือกลายเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของประเทศโดยมี จ.เชียงใหม่ และเชียงรายเป็นตัวชูโรง
.
แต่สำหรับมิติอื่นๆ แล้ว ภาคเหนือกลับต้องเผชิญปัญหาด้านการพัฒนาเศรษฐกิจหดตัว รายได้น้อยมากแทบไม่พอกินพอใช้ และจำนวนประชากรหดตัวสวนทางภาคอื่นๆ ซึ่งปัญหาเหล่านี้กำลังค่อยๆ กัดกินโครงสร้างทางสังคมของแดนล้านนา จนฉุดรั้งการะัฒนาจังหวัดต่างๆ ให้ถดถอยลง
.
สิ่งที่เป็นปัญหาที่ทำให้ภาคเหนือพัฒนาช้าลง เนื่องจากสภาวะประชากรถดถอยในภาคเหนือ (Northern Thailand Population Decline) ซึ่งมีภาวะรุนแรงกว่าภูมิภาคอื่นๆ ของประเทศ โดยมีสาเหตุสำคัญที่ผสมผสานกันทั้งด้านประชากรศาสตร์ เศรษฐกิจ และภูมิศาสตร์
.
1️⃣ โครงสร้างประชากร "แก่ก่อนรวย" : ภาคเหนือเป็นภูมิภาคแรกๆ ของประเทศไทยที่เข้าสู่ "สังคมสูงวัยระดับสุดยอด" (Super-Aged Society) ข้อมูลในปี 2568 พบว่า อัตราการเกิดใหม่ของประชากรต่ำมาก เนื่องจากคนภาคเหนือมีค่านิยมครอบครัวขนาดเล็กและเริ่มใช้การวางแผนครอบครัวอย่างจริงจังมาตั้งแต่ยุคปี พ.ศ. 2510 จากโครงการของโรงพยาบาลแมคคอร์มิคในเชียงใหม่ ที่ส่งเสริมการคุมกำเนิดและวางแผนครอบครัว ทำให้อัตราเจริญพันธุ์ลดลงเร็วกว่าภาคอื่น
.
ขณะที่ปริมาณผู้สูงอายุสูงสุดของจังหวัดในภาคเหนือ เช่น น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ และพะเยา มีสัดส่วนผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป เกินกว่า 25% ของประชากรในจังหวัด ซึ่งสูงเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ และสูงกว่าค่าเฉลี่ยในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา
.
.
2️⃣ การย้ายถิ่นของวัยแรงงาน (Brain Drain & Labor Outflow) : เศรษฐกิจภาคเหนือยังพึ่งพาภาคเกษตรกรรมและบริการท่องเที่ยวเป็นหลัก ซึ่งมีข้อจำกัดด้านรายได้และความก้าวหน้าในชีวิตสูง
.
อีกทั้งการขาดแคลนภาคอุตสาหกรรมมูลค่าสูง ทำให้คนวัยแรงงานและกลุ่มคนเรียนจบใหม่มักย้ายถิ่นเข้าสู่กรุงเทพฯ ปริมณฑล หรือภาคตะวันออก
.
สำหรับจังหวัดที่เผชิญปัญหาประชากรถดถอยรุนแรงที่สุดในภาคเหนือ
✅ลำปาง -0.45% ถดถอยสูงสุด สังคมสูงวัยระดับสุดยอด
✅แพร่ -0.42% สัดส่วนผู้สูงอายุมากติดอันดับประเทศ
✅พะเยา -0.38% ถดถอยต่อเนื่อง วัยแรงงานย้ายออกสูง
✅อุตรดิตถ์ -0.35% ถดถอยในพื้นที่เกษตรกรรมและอำเภอรอบนอก
✅น่าน -0.25% ลดลงต่อเนื่อง พื้นที่ห่างไกลขาดแรงงานรุ่นใหม่
.
ส่วนลำพูน แม่ฮ่องสอน และเชียงราย ต่างก็มีประชากรลดลงทั้งสิ้น
.
มีเพียง จ.เชียงใหม่เท่านั้นที่ประชากรขยายตัว +0.15% แต่ก็เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยจากการย้ายเข้าของคนต่างถิ่น
.
ส่วนภาคการเกษตร ก็กลายเป็นอาชีพของเกษตรกรสูงวัย เนื่องจากพื้นที่เกษตรส่วนใหญ่ยังเป็นแบบดั้งเดิม ประชากรที่เหลืออยู่ในพื้นที่จึงมักเป็นผู้สูงอายุที่ทำเกษตรเพื่อยังชีพ ไม่ดึงดูดให้คนรุ่นใหม่กลับมาสานต่อ
.
3️⃣ ข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์และเศรษฐกิจ : ด้วยการที่ภาคเหนือมีลักษะเป็นภูเขาสูง มีพื้นที่ป่าจำนวนมากโดยเฉพาะ จ.แม่ฮ่องสอน ทำให้ต้นทุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการคมนาคมสูงกว่าภาคอื่นๆ ที่เป็นที่ราบลุ่ม และที่ราบสูงผืนเดียว
.
เมื่อการพัฒนากระจุกตัว ทำให้เกิดปัญหาความยากจนเรื้อรัง รายได้ต่อหัวของคนภาคเหนือเติบโตช้ากว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ แม้จะทำงานในเมืองที่เจริญที่สุดของภาคอย่างเชียงใหม่ แต่เงินเดือนเริ่มต้นเฉลี่ยแค่เพียง 9,000 - 12,000 บาทเท่านั้น ขณะที่ค่าครองชีพสูงไม่ต่างจากกรุงเทพฯ
.
เมื่อรายได้ไม่พอกับค่าครองชีพที่สูงขึ้นจากการต้องนำเข้าสินค้าจากภาคกลาง ทำให้ผู้คนตัดสินใจไม่มีลูกหรือย้ายออกไปหาโอกาสใหม่ๆ ในจังหวัดอุตสากรรม และศูนย์กลางเศรษฐกิจอย่างกรุงเทพฯ และภาคตะวันออกแทน
.
สำหรับสถิติประชากรของภาคเหนือในช่วงปี 2567-2568 แสดงให้เห็นแนวโน้มการถดถอยที่ชัดเจนในกลุ่มจังหวัดที่ไม่มีเขตอุตสาหกรรมขนาดใหญ่รองรับ โดยจังหวัดที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดมักเป็นจังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุสูงมากและการย้ายถิ่นฐานของวัยแรงงาน
.
จากการวิเคราะห์ข้อมูลล่าสุดของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เดือนมกราคม 2568 และรายงานภาวะสังคมจากสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (NESDC) อัตราเจริญพันธุ์ (TFR) ปัจจุบันค่าเฉลี่ยของภาคเหนืออยู่ที่ประมาณ 0.8 - 0.9 ซึ่งต่ำกว่าระดับทดแทนที่ควรจะเป็น 2.1
.
นอกจากนี้อัตราการตายมากกว่าเกิด (Natural Decrease) หลายอำเภอในลำปางและแพร่ มีสถิติคนตายมากกว่าคนเกิดมานานกว่า 5 ปีแล้ว
.
🔵 คนในไหลออก คนนอกไม่ไหลเข้า งานไม่มี เงินก็น้อย
.
สภาวะประชากรถดถอยในภาคเหนือไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของจำนวนคน แต่คือ "พายุทางเศรษฐกิจ" ที่กำลังก่อตัวขึ้น โดยมีผลกระทบที่เชื่อมโยงกันใน 4 มิติหลัก
.
1️⃣ วิกฤตแรงงานและการลดลงของ GRP ผลิตภาพที่ลดลง : เมื่อวัยแรงงานย้ายออกและคนทำงานที่เหลืออยู่มีอายุมากขึ้น ผลิตภาพ (Productivity) ของภาคเหนือจึงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประเทศ จากข้อมูลปี 2568 พบว่าแรงงานอุตสาหกรรมในเหนือมีผลิตภาพเพียงประมาณ 2.6 แสนบาทต่อคน ขณะที่ค่าเฉลี่ยประเทศอยู่ที่ 5.7 แสนบาท
.
2️⃣ ภาคเกษตรกรรมที่อ่อนแรงเนื่องจากขาดผู้สืบทอด แรงงานเกษตร : ในภาคเหนือประชากรส่วนใหญ่มีอายุเฉลี่ยสูงขึ้น การทำ Smart Farming เกิดขึ้นได้ยากเพราะไม่มีใครอยากทำ และยิ่งอายุมากการเปิดรับองค์ความรู้ใหม่ๆ ยิ่งยาก ส่งผลให้ประสิทธิภาพการผลิตลดลงและต้นทุนสูงขึ้นจากการต้องจ้างแรงงานต่างด้าวมาทดแทน
.
3️⃣ การปรับตัวของภาคบริการและการบริโภคจากกำลังซื้อหดตัว : จำนวนประชากรที่น้อยลงหมายถึงความต้องการสินค้าและบริการในพื้นที่ลดลง ร้านค้าปลีกและ SMEs ในชุมชนอาจต้องปิดตัวลงเนื่องจากไม่คุ้มทุน
.ฝ
.
4️⃣ ภาระทางการคลังและสวัสดิการจากรายได้ภาษีลดลง : เมื่อประชากรวัยทำงานน้อยลง
🔵 ท่องเที่ยวแบกเศรษฐกิจล้านยามากกว่าครึ่ง มิติอื่นแทบไม่โต
.
🔹ภาคบริการและการท่องเที่ยว สัดส่วน 50-55% ต่อ GRP เป็นหัวใจหลัก โดยเฉพาะในเชียงใหม่และเชียงราย แต่ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจขนาดกลางและเล็ก (SMEs) เช่น โรงแรม ร้านอาหาร และการขายปลีก ซึ่งให้ผลตอบแทนต่อหัวไม่สูงนักเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมหนัก
.
🔹ภาคเกษตรกรรม สัดส่วน 20-25% ต่อ GRP มีพื้นที่เกษตรกว้างขวาง แต่ส่วนใหญ่เป็นการปลูกพืชไร่ เช่น ข้าว ข้าวโพด และลำไย ซึ่งเผชิญกับปัญหาต้นทุนสูงและราคาผลผลิตผันผวน
.
🔹ภาคอุตสาหกรรม สัดส่วน 15-20% กระจุกตัวเกือบทั้งหมดอยู่ที่ "นิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ (ลำพูน)" ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และแปรรูปเกษตร ที่มูลค่าไม่สูงมาก
.
เมื่อเกือบทั้งภาคพึ่งพาการท่องเที่ยวเป็นหลัก ทำให้แหล่งงานรายได้สูงมีน้อยและจำกัด ขาดฐานอุตสาหกรรมเทคโนโลยี (Lack of Industrial Base)
.
ปัญหา "Brain Drain" (สมองไหล) แม้มหาวิทยาลัยในภาคเหนือผลิตบุคลากรคุณภาพสูงจำนวนมาก เช่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยอื่นๆ ใน จ.เชียใหม่ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และมหาวิทยาลัยพะเยา เป็นต้น แต่เนื่องจากในพื้นที่ไม่มีบริษัทข้ามชาติหรือสำนักงานใหญ่ (Headquarters) ของธุรกิจขนาดใหญ่มากพอ คนกลุ่มนี้จึงจำเป็นต้องย้ายเข้ากรุงเทพฯ เพื่อหาเงินเดือนที่ตอบโจทย์ค่าครองชีพและการเติบโตในสายอาชีพ
.
เมื่อไม่เกิดการแข่งขันในภาคธุรกิจ ฐานรายได้ก็ไม่ขยับเนื่องจากไม่มีแรงจูงใจมากเพียงพอในการดึงดูดแรงงานหัวกะทิให้มาทำงาน ซึ่งเป็นสิ่งที่อันตรายอย่างยิ่งต่อการพัฒนาในระยะยาวในวันที่การท่องเที่ยวขายไม่ได้อีกต่อไป
.
และปัจจัยที่เรียกว่าท้าทายที่สุดคือ ต้นทุนโลจิสติกส์จากภูมิศาสตร์ ด้วยภาคเหนือเป็นพื้นที่ Landlocked ไม่มีทางออกทะเล การขนส่งสินค้าไปยังท่าเรือหลักมีต้นทุนสูง ทำให้ธุรกิจที่เน้นการส่งออกจำนวนมากไม่นิยมตั้งฐานผลิตที่นี่ แม้ภาคเหนือจะมีชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาว และเมียนมา อีกทั้งใกล้กับพื้นที่ประเทศจีนตอนใต้ที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่
.
แต่ด้วยอุปสรรคด้านความมั่นคงชายแดนที่เป็นพื้นที่ของกลุ่มชาติพันธ์ุที่มีกองกำลังติดอาวุธ ปัญหาการเป็นแหล่งผลิตยาเสพติด และการต่อสู่ระหว่างรัฐบาลทหารเมียนมากับกลุ่มชาติพันธ์ุต่างๆ ทำให้การพัฒนาระบบคมนาคมทางบกเพื่อเชื่อมต่อระหว่างประเทศไม่ใช่เรื่องง่าย และไม่มีความปลอดภัยมากเพียงพอ
.
ดังนั้นโครงการพัฒนาระบบรางจึงสิ้นสุดแค่จังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย ไม่สามารถเชื่อมต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้ทั้งที่อยู่ใกล้กับประเทศจีนที่เป็นตลาดใหญ่มากกว่าการผ่านขึ้นไปทางภาคอีสาน
.
เพราะฉะนั้นปัญหาที่ภาคเหนือกำลังเผชิญคือ การถดถอยทั้งจำนวนประชากร และขนาดเศรษฐกิจที่มีความเสียงหดตัว และการพึ่งพาการท่องเที่ยวสูง ซึ่งเป็นอันตรายระยะยาวของภูมิภาคที่มีโครงสร้างเศรษฐกิจที่จำกัดและตัวเลือกน้อย
.
ดินแดนล้านนาอันมีมนต์เสน่ห์กำลังสุ่มเสี่ยงต่อการเสื่อมถอยไม่ต่างกับคนชราที่ร่างกายโรยราลงไป หากไร้ซึ่งการยกเครื่องเศรษฐกิจใหม่ๆ ปรับโครงสร้างให้หลากหลายมากกว่าแค่พึ่งพาเกษตรและท่องเที่ยว จนไม่สามารถดึงดูดให้คนรุ่นใหม่ๆ อยากกลับไปอยู่ในพื้นที่ได้ ภาคเหนือจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง และกลายเป็นพื้นที่ที่ถูกลืมในที่สุด
Reporter Journey
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ https://www.facebook.com/share/19zwi3YJTe/?mibextid=wwXIfr
ภาคเหนือเสื่อมมนต์ ประชากรถดถอย เผชิญปัญหาด้านการพัฒนาเศรษฐกิจหดตัว รายได้น้อย
.
ในทางตรงกันข้าม "ภาคเหนือ" ดินแดนอารยธรรมล้านนาที่มีความเป็นมายาวนานมากกว่า 700 ปี ที่ถือว่าเป็นแดนในฝันของใครหลายคนที่อยากไปเยี่ยมเยือน เพราะอุดมสมบูรณ์ด้วยธรรมชาติสวยงาม วัฒนธรรมล้านนาอันเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นแตกต่างจากภาคอื่นๆ จากรากเหง้าดั้งเดิมที่แข็งแรง ส่งต่อเป็นมรดกล้ำค่าให้ภาคเหนือกลายเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของประเทศโดยมี จ.เชียงใหม่ และเชียงรายเป็นตัวชูโรง
.
แต่สำหรับมิติอื่นๆ แล้ว ภาคเหนือกลับต้องเผชิญปัญหาด้านการพัฒนาเศรษฐกิจหดตัว รายได้น้อยมากแทบไม่พอกินพอใช้ และจำนวนประชากรหดตัวสวนทางภาคอื่นๆ ซึ่งปัญหาเหล่านี้กำลังค่อยๆ กัดกินโครงสร้างทางสังคมของแดนล้านนา จนฉุดรั้งการะัฒนาจังหวัดต่างๆ ให้ถดถอยลง
.
สิ่งที่เป็นปัญหาที่ทำให้ภาคเหนือพัฒนาช้าลง เนื่องจากสภาวะประชากรถดถอยในภาคเหนือ (Northern Thailand Population Decline) ซึ่งมีภาวะรุนแรงกว่าภูมิภาคอื่นๆ ของประเทศ โดยมีสาเหตุสำคัญที่ผสมผสานกันทั้งด้านประชากรศาสตร์ เศรษฐกิจ และภูมิศาสตร์
.
1️⃣ โครงสร้างประชากร "แก่ก่อนรวย" : ภาคเหนือเป็นภูมิภาคแรกๆ ของประเทศไทยที่เข้าสู่ "สังคมสูงวัยระดับสุดยอด" (Super-Aged Society) ข้อมูลในปี 2568 พบว่า อัตราการเกิดใหม่ของประชากรต่ำมาก เนื่องจากคนภาคเหนือมีค่านิยมครอบครัวขนาดเล็กและเริ่มใช้การวางแผนครอบครัวอย่างจริงจังมาตั้งแต่ยุคปี พ.ศ. 2510 จากโครงการของโรงพยาบาลแมคคอร์มิคในเชียงใหม่ ที่ส่งเสริมการคุมกำเนิดและวางแผนครอบครัว ทำให้อัตราเจริญพันธุ์ลดลงเร็วกว่าภาคอื่น
.
ขณะที่ปริมาณผู้สูงอายุสูงสุดของจังหวัดในภาคเหนือ เช่น น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ และพะเยา มีสัดส่วนผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป เกินกว่า 25% ของประชากรในจังหวัด ซึ่งสูงเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ และสูงกว่าค่าเฉลี่ยในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา
.
.
2️⃣ การย้ายถิ่นของวัยแรงงาน (Brain Drain & Labor Outflow) : เศรษฐกิจภาคเหนือยังพึ่งพาภาคเกษตรกรรมและบริการท่องเที่ยวเป็นหลัก ซึ่งมีข้อจำกัดด้านรายได้และความก้าวหน้าในชีวิตสูง
.
อีกทั้งการขาดแคลนภาคอุตสาหกรรมมูลค่าสูง ทำให้คนวัยแรงงานและกลุ่มคนเรียนจบใหม่มักย้ายถิ่นเข้าสู่กรุงเทพฯ ปริมณฑล หรือภาคตะวันออก
.
สำหรับจังหวัดที่เผชิญปัญหาประชากรถดถอยรุนแรงที่สุดในภาคเหนือ
✅ลำปาง -0.45% ถดถอยสูงสุด สังคมสูงวัยระดับสุดยอด
✅แพร่ -0.42% สัดส่วนผู้สูงอายุมากติดอันดับประเทศ
✅พะเยา -0.38% ถดถอยต่อเนื่อง วัยแรงงานย้ายออกสูง
✅อุตรดิตถ์ -0.35% ถดถอยในพื้นที่เกษตรกรรมและอำเภอรอบนอก
✅น่าน -0.25% ลดลงต่อเนื่อง พื้นที่ห่างไกลขาดแรงงานรุ่นใหม่
.
ส่วนลำพูน แม่ฮ่องสอน และเชียงราย ต่างก็มีประชากรลดลงทั้งสิ้น
.
มีเพียง จ.เชียงใหม่เท่านั้นที่ประชากรขยายตัว +0.15% แต่ก็เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยจากการย้ายเข้าของคนต่างถิ่น
.
ส่วนภาคการเกษตร ก็กลายเป็นอาชีพของเกษตรกรสูงวัย เนื่องจากพื้นที่เกษตรส่วนใหญ่ยังเป็นแบบดั้งเดิม ประชากรที่เหลืออยู่ในพื้นที่จึงมักเป็นผู้สูงอายุที่ทำเกษตรเพื่อยังชีพ ไม่ดึงดูดให้คนรุ่นใหม่กลับมาสานต่อ
.
3️⃣ ข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์และเศรษฐกิจ : ด้วยการที่ภาคเหนือมีลักษะเป็นภูเขาสูง มีพื้นที่ป่าจำนวนมากโดยเฉพาะ จ.แม่ฮ่องสอน ทำให้ต้นทุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการคมนาคมสูงกว่าภาคอื่นๆ ที่เป็นที่ราบลุ่ม และที่ราบสูงผืนเดียว
.
เมื่อการพัฒนากระจุกตัว ทำให้เกิดปัญหาความยากจนเรื้อรัง รายได้ต่อหัวของคนภาคเหนือเติบโตช้ากว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ แม้จะทำงานในเมืองที่เจริญที่สุดของภาคอย่างเชียงใหม่ แต่เงินเดือนเริ่มต้นเฉลี่ยแค่เพียง 9,000 - 12,000 บาทเท่านั้น ขณะที่ค่าครองชีพสูงไม่ต่างจากกรุงเทพฯ
.
เมื่อรายได้ไม่พอกับค่าครองชีพที่สูงขึ้นจากการต้องนำเข้าสินค้าจากภาคกลาง ทำให้ผู้คนตัดสินใจไม่มีลูกหรือย้ายออกไปหาโอกาสใหม่ๆ ในจังหวัดอุตสากรรม และศูนย์กลางเศรษฐกิจอย่างกรุงเทพฯ และภาคตะวันออกแทน
.
สำหรับสถิติประชากรของภาคเหนือในช่วงปี 2567-2568 แสดงให้เห็นแนวโน้มการถดถอยที่ชัดเจนในกลุ่มจังหวัดที่ไม่มีเขตอุตสาหกรรมขนาดใหญ่รองรับ โดยจังหวัดที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดมักเป็นจังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุสูงมากและการย้ายถิ่นฐานของวัยแรงงาน
.
จากการวิเคราะห์ข้อมูลล่าสุดของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เดือนมกราคม 2568 และรายงานภาวะสังคมจากสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (NESDC) อัตราเจริญพันธุ์ (TFR) ปัจจุบันค่าเฉลี่ยของภาคเหนืออยู่ที่ประมาณ 0.8 - 0.9 ซึ่งต่ำกว่าระดับทดแทนที่ควรจะเป็น 2.1
.
นอกจากนี้อัตราการตายมากกว่าเกิด (Natural Decrease) หลายอำเภอในลำปางและแพร่ มีสถิติคนตายมากกว่าคนเกิดมานานกว่า 5 ปีแล้ว
.
🔵 คนในไหลออก คนนอกไม่ไหลเข้า งานไม่มี เงินก็น้อย
.
สภาวะประชากรถดถอยในภาคเหนือไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของจำนวนคน แต่คือ "พายุทางเศรษฐกิจ" ที่กำลังก่อตัวขึ้น โดยมีผลกระทบที่เชื่อมโยงกันใน 4 มิติหลัก
.
1️⃣ วิกฤตแรงงานและการลดลงของ GRP ผลิตภาพที่ลดลง : เมื่อวัยแรงงานย้ายออกและคนทำงานที่เหลืออยู่มีอายุมากขึ้น ผลิตภาพ (Productivity) ของภาคเหนือจึงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประเทศ จากข้อมูลปี 2568 พบว่าแรงงานอุตสาหกรรมในเหนือมีผลิตภาพเพียงประมาณ 2.6 แสนบาทต่อคน ขณะที่ค่าเฉลี่ยประเทศอยู่ที่ 5.7 แสนบาท
.
2️⃣ ภาคเกษตรกรรมที่อ่อนแรงเนื่องจากขาดผู้สืบทอด แรงงานเกษตร : ในภาคเหนือประชากรส่วนใหญ่มีอายุเฉลี่ยสูงขึ้น การทำ Smart Farming เกิดขึ้นได้ยากเพราะไม่มีใครอยากทำ และยิ่งอายุมากการเปิดรับองค์ความรู้ใหม่ๆ ยิ่งยาก ส่งผลให้ประสิทธิภาพการผลิตลดลงและต้นทุนสูงขึ้นจากการต้องจ้างแรงงานต่างด้าวมาทดแทน
.
3️⃣ การปรับตัวของภาคบริการและการบริโภคจากกำลังซื้อหดตัว : จำนวนประชากรที่น้อยลงหมายถึงความต้องการสินค้าและบริการในพื้นที่ลดลง ร้านค้าปลีกและ SMEs ในชุมชนอาจต้องปิดตัวลงเนื่องจากไม่คุ้มทุน
.ฝ
.
4️⃣ ภาระทางการคลังและสวัสดิการจากรายได้ภาษีลดลง : เมื่อประชากรวัยทำงานน้อยลง
🔵 ท่องเที่ยวแบกเศรษฐกิจล้านยามากกว่าครึ่ง มิติอื่นแทบไม่โต
.
🔹ภาคบริการและการท่องเที่ยว สัดส่วน 50-55% ต่อ GRP เป็นหัวใจหลัก โดยเฉพาะในเชียงใหม่และเชียงราย แต่ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจขนาดกลางและเล็ก (SMEs) เช่น โรงแรม ร้านอาหาร และการขายปลีก ซึ่งให้ผลตอบแทนต่อหัวไม่สูงนักเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมหนัก
.
🔹ภาคเกษตรกรรม สัดส่วน 20-25% ต่อ GRP มีพื้นที่เกษตรกว้างขวาง แต่ส่วนใหญ่เป็นการปลูกพืชไร่ เช่น ข้าว ข้าวโพด และลำไย ซึ่งเผชิญกับปัญหาต้นทุนสูงและราคาผลผลิตผันผวน
.
🔹ภาคอุตสาหกรรม สัดส่วน 15-20% กระจุกตัวเกือบทั้งหมดอยู่ที่ "นิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ (ลำพูน)" ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และแปรรูปเกษตร ที่มูลค่าไม่สูงมาก
.
เมื่อเกือบทั้งภาคพึ่งพาการท่องเที่ยวเป็นหลัก ทำให้แหล่งงานรายได้สูงมีน้อยและจำกัด ขาดฐานอุตสาหกรรมเทคโนโลยี (Lack of Industrial Base)
.
ปัญหา "Brain Drain" (สมองไหล) แม้มหาวิทยาลัยในภาคเหนือผลิตบุคลากรคุณภาพสูงจำนวนมาก เช่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยอื่นๆ ใน จ.เชียใหม่ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และมหาวิทยาลัยพะเยา เป็นต้น แต่เนื่องจากในพื้นที่ไม่มีบริษัทข้ามชาติหรือสำนักงานใหญ่ (Headquarters) ของธุรกิจขนาดใหญ่มากพอ คนกลุ่มนี้จึงจำเป็นต้องย้ายเข้ากรุงเทพฯ เพื่อหาเงินเดือนที่ตอบโจทย์ค่าครองชีพและการเติบโตในสายอาชีพ
.
เมื่อไม่เกิดการแข่งขันในภาคธุรกิจ ฐานรายได้ก็ไม่ขยับเนื่องจากไม่มีแรงจูงใจมากเพียงพอในการดึงดูดแรงงานหัวกะทิให้มาทำงาน ซึ่งเป็นสิ่งที่อันตรายอย่างยิ่งต่อการพัฒนาในระยะยาวในวันที่การท่องเที่ยวขายไม่ได้อีกต่อไป
.
และปัจจัยที่เรียกว่าท้าทายที่สุดคือ ต้นทุนโลจิสติกส์จากภูมิศาสตร์ ด้วยภาคเหนือเป็นพื้นที่ Landlocked ไม่มีทางออกทะเล การขนส่งสินค้าไปยังท่าเรือหลักมีต้นทุนสูง ทำให้ธุรกิจที่เน้นการส่งออกจำนวนมากไม่นิยมตั้งฐานผลิตที่นี่ แม้ภาคเหนือจะมีชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาว และเมียนมา อีกทั้งใกล้กับพื้นที่ประเทศจีนตอนใต้ที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่
.
แต่ด้วยอุปสรรคด้านความมั่นคงชายแดนที่เป็นพื้นที่ของกลุ่มชาติพันธ์ุที่มีกองกำลังติดอาวุธ ปัญหาการเป็นแหล่งผลิตยาเสพติด และการต่อสู่ระหว่างรัฐบาลทหารเมียนมากับกลุ่มชาติพันธ์ุต่างๆ ทำให้การพัฒนาระบบคมนาคมทางบกเพื่อเชื่อมต่อระหว่างประเทศไม่ใช่เรื่องง่าย และไม่มีความปลอดภัยมากเพียงพอ
.
ดังนั้นโครงการพัฒนาระบบรางจึงสิ้นสุดแค่จังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย ไม่สามารถเชื่อมต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้ทั้งที่อยู่ใกล้กับประเทศจีนที่เป็นตลาดใหญ่มากกว่าการผ่านขึ้นไปทางภาคอีสาน
.
เพราะฉะนั้นปัญหาที่ภาคเหนือกำลังเผชิญคือ การถดถอยทั้งจำนวนประชากร และขนาดเศรษฐกิจที่มีความเสียงหดตัว และการพึ่งพาการท่องเที่ยวสูง ซึ่งเป็นอันตรายระยะยาวของภูมิภาคที่มีโครงสร้างเศรษฐกิจที่จำกัดและตัวเลือกน้อย
.
ดินแดนล้านนาอันมีมนต์เสน่ห์กำลังสุ่มเสี่ยงต่อการเสื่อมถอยไม่ต่างกับคนชราที่ร่างกายโรยราลงไป หากไร้ซึ่งการยกเครื่องเศรษฐกิจใหม่ๆ ปรับโครงสร้างให้หลากหลายมากกว่าแค่พึ่งพาเกษตรและท่องเที่ยว จนไม่สามารถดึงดูดให้คนรุ่นใหม่ๆ อยากกลับไปอยู่ในพื้นที่ได้ ภาคเหนือจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง และกลายเป็นพื้นที่ที่ถูกลืมในที่สุด
Reporter Journey
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้