แซบอีหลี เป็นชื่อร้านอาหารอีสานแห่งแรกในกรุงเทพฯ ราว 81 ปีที่แล้ว เปิดนานราว 31 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2487 ถึง พ.ศ. 2518
ตั้งอยู่ห้องแถวเรือนไม้คูหาเดียว เชิงสะพานขาว[ฝั่งเดียวกับโรงพยาบาลมิชชั่น ตรงข้ามเยื้องบ้านมนังคศิลา ปัจจุบันรื้อถอนหมดไม่เหลือซาก]
ขายข้าวเหนียว, ลาบ, ส้มตำ ฯลฯ (แถมฟรีแมลงวัน ไม่อั้น)
เจ้าของร้าน นายชม วงศ์ภา (อดีตข้าราชการกรมไปรษณีย์โทรเลข) เป็นชาวพวน บ้านหัวซา ตำบลหัวหว้า อำเภอศรีมโหสถ (สมัยนั้นชื่อ อำเภอศรีมหาโพธิ) จังหวัดปราจีนบุรี และนายไพบูลย์ นพคุณ (อดีตข้าราชการกรมรถไฟ) ลูกเขย เป็นชาวพวน (จากบ้านเดียวกัน)
ย่านสะพานขาว (ขวา) แนวที่ตั้งร้านแซบอีหลีเป็นห้องแถวเรือนไม้คูหาเดียวที่รื้อหมดแล้ว
แซ่บอีหลี เป็นคำลาว หมายถึง อร่อยจริงๆ อร่อยมากๆ ฯลฯ [แซ่บ แปลว่า อร่อย อีหลี แปลว่า จริงๆ บางทีใช้ดีหลี]
ลูกค้า มีแต่หมู่เฮาชาวอีสาน ที่ทำงานรับจ้างในกรุงเทพฯ ลูกค้ากลุ่มสำคัญ ได้แก่ คนขี่สามล้อรับจ้าง, คนรับใช้ในบ้าน (คุณนายเชื้อสายลาว ได้ผัวเจ๊กเศรษฐีมีทรัพย์ ใช้ไปซื้อเพราะอยากกิน แต่ไม่กล้าไปเอง กลัวคนนินทาว่าเป็นลาว ทั้งๆ เป็นลาวปนเจ๊ก)...
ที่มา
ร้านอาหารอีสานแห่งแรกในกรุงเทพมีมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ชื่ออะไร อยู่ที่ไหน
ตั้งอยู่ห้องแถวเรือนไม้คูหาเดียว เชิงสะพานขาว[ฝั่งเดียวกับโรงพยาบาลมิชชั่น ตรงข้ามเยื้องบ้านมนังคศิลา ปัจจุบันรื้อถอนหมดไม่เหลือซาก]
ขายข้าวเหนียว, ลาบ, ส้มตำ ฯลฯ (แถมฟรีแมลงวัน ไม่อั้น)
เจ้าของร้าน นายชม วงศ์ภา (อดีตข้าราชการกรมไปรษณีย์โทรเลข) เป็นชาวพวน บ้านหัวซา ตำบลหัวหว้า อำเภอศรีมโหสถ (สมัยนั้นชื่อ อำเภอศรีมหาโพธิ) จังหวัดปราจีนบุรี และนายไพบูลย์ นพคุณ (อดีตข้าราชการกรมรถไฟ) ลูกเขย เป็นชาวพวน (จากบ้านเดียวกัน)
ย่านสะพานขาว (ขวา) แนวที่ตั้งร้านแซบอีหลีเป็นห้องแถวเรือนไม้คูหาเดียวที่รื้อหมดแล้ว
แซ่บอีหลี เป็นคำลาว หมายถึง อร่อยจริงๆ อร่อยมากๆ ฯลฯ [แซ่บ แปลว่า อร่อย อีหลี แปลว่า จริงๆ บางทีใช้ดีหลี]
ลูกค้า มีแต่หมู่เฮาชาวอีสาน ที่ทำงานรับจ้างในกรุงเทพฯ ลูกค้ากลุ่มสำคัญ ได้แก่ คนขี่สามล้อรับจ้าง, คนรับใช้ในบ้าน (คุณนายเชื้อสายลาว ได้ผัวเจ๊กเศรษฐีมีทรัพย์ ใช้ไปซื้อเพราะอยากกิน แต่ไม่กล้าไปเอง กลัวคนนินทาว่าเป็นลาว ทั้งๆ เป็นลาวปนเจ๊ก)...
ที่มา