คนทั่วไปเอาเงินไปฝากธนาคาร
แต่ธนาคารเอาเงินไปปล่อยกู้
แทนที่คนทั่วไปจะปล่อยกู้เองโดยการซื้อตราสารหนี้
คนธรรมดายืมเงินกันก็ว่ายากแล้วไม่มีใครอยากให้
แต่คนรวยมีบริษัท ออกหุ้นกู้เพื่อกู้เงินประชาชน
รัฐเองก็ขายพันธบัตรเพื่อกู้เงินประชาชน
เวลาผ่านไปดอกเบี้ยหักเงินเฟ้อรัฐได้เปรียบเห็นๆ
คนทั่วไปจะใช้เรเวอร์เรจยากมาก
ต้องกู้ธนาคารได้ดอกเบี้ยแบบมีทรัพย์ค้ำ 6 ถึง 7 เปอร์เซ็นต์
หรือได้เป็นวงเงินโอดี 8 เปอร์เซ็นต์
ถ้าไม่มีทรัพย์สินค้ำยิ่งจะปาไปมากกว่านั้น
ดังนั้นการกู้เงินธนาคารมาลงทุนจึงเป็นเรื่องที่โง่เขลา
เพราะดอกเบี้ยต้นทางเยอะกว่าดอกเบี้ยที่ได้รับ
ผมว่า แนะนำเลย การเป็นหนี้ไม่ใช่เรื่องผิด
แต่โมเดลการเป็นหนี้ควรเปลี่ยน
คนมีความรู้การเงิน กู้เงินได้ดอกถูก
ไปลงทุนได้กำไรโควเวอร์ดอกเบี้ย
ส่วนต่างเหลือเป็นกำไร เหมือนได้เงินฟรี
คนธรรมดาจะลืมตาอ้าปากได้ แนะนำให้เปิดบริษัทครับ
ออกหุ้นกู้ กู้เงินโดยตรงจากประชาชน ดอกเบี้ยเราเป็นคนกำหนด
4 ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ เอาไปลงทุนในห็นปันผลได้ดอกเบี้ย 7 ถึง 8 เปอร์เซ็นต์
มีเยอะเลย ได้กำไรมาฟรีๆเลย 3 ถึง 4 เปอร์เซ็นต์
ถ้าเงินต้นเยอะหน่อยดอกเบี้ยที่ได้ก็เหลือกินเหลือใช้
สามารถเอาไปลงทุนต่อยอดได้อีก
แต่คนส่วนใหญ่ไม่รู้เรื่อง เพราะเรื่องการเงินไม่มีใครมาสอน
ทำตามคนส่วนใหญ่จนเคยชิน
คือฝากธนาคารปลอดภัยแต่โดนเงินเฟ้อกัดกิน
ซื้อบ้านเพราะเห็นว่าเป็นการลงทุนที่ดีที่สุด
แต่บ้านดันไม่สร้างกระแสเงินสดเข้ากระเป๋า
ใช่ บ้านนั้นขายได้ อาจขายได้กำไรแต่มันระยะยาวมากๆ
เราไม่ได้ซื้อบ้านวันนี้แล้วขายทำกำไรวันพรุ่ง
ดังนั้นระหว่างที่รอมันเติบโต เอาไหนใช้จ่าย
นี่เผลอๆซื้อแบบผ่อน ไม่ใช่เพื่อปล่อยเช่าแต่ซื้ออยู่เองเงินหายไปเท่าไหร่
แถมเงินไหลออกจากกระเป๋าด้วยเพราะงวดผ่อน
อสังหาที่สร้างเงินสดเข้ากระเป๋าทุกเดือนคือทรัพย์สิน
แต่บ้านอยู่เองไม่ใช่ทรัพย์สินเพราะมันไม่ทำเงิน
อยู่กับพ่อแม่ได้ก็อยู่ไปก่อน
หรือเลือกเช่าแทนเพราะจ่ายต่อเดือนน้อยกว่าผ่อน
ไม่ต้องไปอยากเป็นเจ้าของบ้าน มันยังไม่ใช่เวลา
อีกอย่างคนทั่วไปก็ลงทุนกับการศึกษาด้วย
ผมไม่อยากพูดเลยว่า เราลงทุนเรียนเพื่อไปเป็นลูกจ้างในโรงงานขนาดใหญ่
ไม่มีใครสอนเลยว่าจบมาต้องได้เป็นผู้ประกอบการ เป็นเจ้าของธุรกิจ
หรือเป็นนักลงทุน มีแต่สอนว่าต้องทำงานเพื่อเงิน
ไม่เคยคิดจะใช้เงินมาทำงานแทนตัวเองเลย
พอพูดว่าใช้เงินทำงานคนจะชอบคิดว่า
จะให้ใช้เงินจ้างคนอื่นแทนเหรอ
จะไปเอาเงินที่ไหน ก็ไม่ได้หมายความแบบนั้นครับ
ใช้เงินทำงานคือการลงทุนกับทรัพย์สิน
ที่มันสร้างกระแสเงินสดเข้ากระเป๋าเรา
จะเป็นอะไรก็ได้ครับ ที่เราครอบครองมันแล้วเราได้เงินใช้ทุกวันทุกเดือนทุกปี
โดยเราไม่ต้องไปเหนื่อยกับมันมาก
เช่น ปล่อยเช่าที่จอดรถ (ในเมืองนอกนิยมทำมาก)
ปล่อยเช่าสิ่งของเครื่องใช้ ปล่อยเช่าที่อยู่อาศัย
ปล่อยเช่าที่ดินการเกษตร ปล่อยเช่นรถยนต์ส่วนบุคคล
ซื้อหุ้นปันผล ซื้อตราสารหนี้ เช่น พันธบัตรรัฐบาล หรือหุ้นกู้
มีวิธีทำเงินเยอะแยะเลย แต่ไม่มีโรงเรียนที่ไหนสอน
ถ้าไม่ใช่เพราะทุกวันนี้มีอินเทอเน็ตก็คงไม่มีทางรู้ได้ง่ายๆ
บางคนอาจเถียงว่ามีสอนในระดับมหาลัยคลาสธุรกิจ
คำถามคือ ส่วนใหญ่ไม่ได้รับสิทธิ์เรียนฟรีถึงมหาลัยน่ะสิครับ
แค่ถึงมัธยม 6 ก็หมดโควต้าแล้ว
แต่หลักสูตรพวกนี้ก็สอนให้ไปทำงานให้คนอื่นอีกอยู่ดี
ไม่ได้สอนให้นำไปใช้เอง สอนให้เป็นบัญชีเก่งๆในองค์กร
เป็นที่ปรึกษาการเงินให้คนรวยๆ แต่ไม่รวยเสียเอง
ดังนั้นแล้ว สุดท้ายนี้ ต่อให้เราผิดพลาดทางการเงินมามากแค่ไหน
การเริ่มต้นทิศทางเรือที่ถูก ทิศทางลมที่ใช่เสียแต่ตอนนี้
มันจะช่วยชีวิตเราดีขึ้นได้จริงๆครับ
credit : ชาญวิทย์ วรบุตร
มีเงินไม่ยอมให้ใครกู้แต่ดันฝากธนาคาร คิดว่าปลอดภัยสุด อาจไม่ถูกต้องนัก