JJNY : 5in1 “ศุภณัฐ”ลั่นประมาทซ้ำซาก│ธนาธรลุยขอเสียงชาวระยอง│เชตวันปลุกปชช.│บ่นอุบ ‘พริก’ราคาพุ่ง│จีนเสียใจ เครนรถไฟถล่ม

“แบงค์ ศุภณัฐ” ลั่นประมาทซ้ำซาก ทำผู้โดยสารรถไฟบาดเจ็บ-เสียชีวิตจำนวนมาก
.

.
“แบงค์ ศุภณัฐ” ลั่นประมาทซ้ำซาก เหตุเครนถล่มทับรถไฟ ทำผู้โดยสารบาดเจ็บ - เสียชีวิตจำนวนมาก
.
นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ผู้สมัคร สส. กรุงเทพฯ เขต 9 พรรคประชาชน กล่าวถึงเหตุการณ์เครนก่อสร้างที่ใช้ในการก่อสร้างทางรถไฟยกระดับ พังถล่มลงมาทับขบวนรถไฟด่วนพิเศษ บริเวณพื้นที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก ว่าในฐานะอดีต สส. ที่ผลักดันเรื่องการยกระดับมาตรฐานการก่อสร้าง และเป็นตัวแทนพรรคประชาชนในการอภิปรายปัญหานี้ ณ วันที่รัฐบาลนายกฯ อนุทินแถลงนโยบายต่อรัฐสภา  
.
รวมถึงเป็นผู้เสนอญัตติให้สภาฯ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการยกระดับมาตรฐานการก่อสร้าง มาตรฐานความปลอดภัย การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างอย่างเป็นระบบ
.
ตนขอแสดงความเสียใจต่อผู้ประสบภัยและครอบครัวทุกท่าน และขอประณามการทำงานของ บริษัทที่ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมขึ้นอีกครั้ง หลังจากเกิดเหตุกับตึก สตง. เมื่อต้นปีก่อนมาแล้ว และขอเรียกร้องให้ผู้บริหารบริษัทออกมากราบขอขมาต่อผู้ประสบภัย และแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ในครั้งนี้โดยด่วน
.
นอกจากนี้ ตนยังขอประณามรัฐบาลอนุทินที่ไม่เร่งลงนาม “ระเบียบลดชั้นผู้รับเหมา” (ร่างกฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับผู้ที่มีสิทธิ์ขอขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ) ทั้งที่ร่างเสร็จแล้ว ซึ่งตนได้อภิปรายเรียกร้องให้ลงนามไปตั้งแต่เดือนกันยายน 2568 แต่รัฐบาลกลับเพิกเฉยจนเกิดเหตุการณ์ยุบสภา ทำให้เราไม่สามารถ “ลดชั้น” และ ”ตัดสิทธิประมูลงาน“ บริษัทที่ทำงานประมาทเลินเล่อจนมีคนเสียชีวิตจำนวนมากได้
.
ศุภณัฐ กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ ในช่วงที่ตนทำหน้าที่ รองประธานกรรมาธิการวิสามัญยกระดับมาตรฐานการก่อสร้างฯ พวกเราได้ศึกษาและจัดทำข้อเสนอการยกระดับมาตรฐานการก่อสร้าง และความปลอดภัยหลายเรื่อง โดยจะขอหยิบแค่บางข้อมาแจ้งให้ทราบ เช่น
.
1. ให้สภาวิศวกรทำงานเชิงรุก จัดทำระบบตรวจสอบการรับงานเกินตัวของวิศวกร การยัดชื่อแต่ไม่ควบคุมงาน การขายลายเซ็น การปลอมลายเซ็น รวมถึงการทดสอบสมรรถนะและความรู้ก่อนจะต่ออายุใบอนุญาตวิชาชีพ 
.
2. ให้มีการจัดตั้งหน่วยงานอิสระ ที่มีอำนาจในการสุ่มตรวจสอบงานก่อสร้าง และสืบสวนกรณีอุบัติเหตุงานก่อสร้าง (accident investigation) หาสาเหตุเพื่อนำเสนอแนวทางปรับปรุงกฎหมาย มาตรฐาน หลักเกณฑ์ต่างๆ และนโยบายต่อรัฐบาลได้ตลอด โดยไม่ต้องรอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเป็นรายอุบัติเหตุ เพราะไม่เช่นนั้นหากมีกรณีใดที่รัฐมนตรีไม่สนใจ หรือมีมูลเหตุจูงใจทางการเมืองให้เลี่ยงการตรวจสอบ ก็จะไม่มีการตั้งคณะกรรมการไปตรวจสอบ
.
3. การเพิ่มใบรับรองความรู้ความชำนาญ เฉพาะด้านของวิศวกร เช่น ด้านการออกแบบอาคารสูงต้านแผ่นดินไหวในเขตชั้นดินอ่อน ด้านการออกแบบและควบคุมงานก่อสร้างโครงสร้างนั่งร้านชั่วคราว ด้านการรองรับการเทคอนกรีต ด้านการควบคุมการทำงานของโครงเหล็กเลื่อน (Launching Gantry: LG) และออกกฎหมายให้ครอบคลุมการทำงานของโครงเหล็กเลื่อน เพราะอุบัติเหตุหลายครั้งเกิดขึ้นเกิดจากการใช้โครงเหล็กเลื่อน
.
4. รัฐควรกำหนดงบประมาณค่าใช้จ่าย ในการจัดซื้อจัดจ้างโครงการก่อสร้างที่มีความซับซ้อนสูง โครงการก่อสร้างใจกลางเมืองที่มีการจราจรคับคั่ง มีพื้นที่ปฏิบัติงานน้อย มีเวลาการทำงานสั้น หรือบังคับทำในเวลากลางคืน ว่าต้องมีการจัดสรรงบแปรผันตามที่เหมาะสมกับรูปแบบการทำงาน มีการแยกเฉพาะหมวดปริมาณงานด้านการจัดการเกี่ยวกับความปลอดภัย และค่าใช้จ่ายในการคำนวณแบบระหว่างขั้นตอนการก่อสร้าง
.
5. การจัดทำระบบติดตามการก่อสร้าง (construction site monitoring system) โดยกำหนดให้มีการติดกล้องวงจรปิด เก็บข้อมูลคนเข้าออกไซต์ก่อสร้าง ติดตั้งเซ็นเซอร์เสียง ฝุ่น แรงสั่นสะเทือน พร้อมจัดทำแดชบอร์ดและเปิดเผยข้อมูลแบบเรียลไทม์ 
.
6. การจัดทำแผนที่ระบุที่ตั้งและข้อมูล “โครงการที่กำลังก่อสร้าง” โดยเปิดเป็นฐานข้อมูลออนไลน์ให้ประชาชนทราบว่ามีโครงการอยู่ที่ตำแหน่งใดบ้าง พร้อมรายละเอียดโครงการ แบบก่อสร้าง ผู้ว่าจ้าง ผู้รับเหมา ผู้ควบคุมงาน รายชื่อผู้เกี่ยวข้อง ตำแหน่งหน้าที่ ความคืบหน้าโครงการ รายการแก้ไขแบบบันทึกประจำวัน ประวัติการเข้าออกไซต์งาน และรายละเอียดกรมธรรม์อุบัติเหตุก่อสร้าง โดยที่ประชาชนไม่ต้องไปค้นหาข้อมูลเองแบบปัจจุบัน
.
7. รัฐควรเร่งกำหนดบทลงโทษที่ชัดเจน สำหรับผู้รับเหมาที่ทำผิดซ้ำซากหรือประมาท เช่น เพิกถอนการขึ้นทะเบียน ตัดสิทธิ์ในการเข้าร่วมประมูลงานในโครงการต่อไปโดยเร่งด่วน 
.
ทั้งนี้ ศุภณัฐกล่าวว่า ยังมีอีกหลายมาตรการและกฎหมายอีกหลายฉบับ ทั้งระดับ พ.ร.บ. และระดับกฎกระทรวงที่กรรมาธิการวิสามัญฯ ศึกษาแล้วเสร็จ และได้เสนอแก้ไขไว้ในรายงานของกรรมาธิการที่เสนอต่อสภาฯ แต่มีการยุบสภาเสียก่อน จึงมิได้อภิปรายรายงานต่อสภาฯ เพื่อส่งต่อไปยังรัฐบาลให้ดำเนินการ
.

.
ธนาธร ลุยขอเสียงชาวระยอง กาปชน. 2 ใบ ส่ง ‘เท้ง’เป็นนายกฯ ชูนโยบายที่ดิน-เกษตร
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_10097804
.
“ธนาธร” ลุยขอเสียงชาวระยอง กาพรรคประชาชนทั้ง 2 ใบ ส่ง “เท้ง” เป็นนายกฯ รับฟังเสียงสะท้อนปัญหาขาดแคลนแรงงานเก็บเกี่ยวผลผลิต ชูนโยบายที่ดิน-เกษตร
.
เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2569 ที่จ.ระยอง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พร้อมด้วย น.ส.เบญจา แสงจันทร์ ผู้ช่วยหาเสียงของพรรคประชาชน เดินทางมาช่วยหาเสียงให้กับผู้สมัคร สส.ระยอง พรรคประชาชน โดยได้มีการปราศรัยและแลกเปลี่ยนพูดคุยกับประชาชนในพื้นที่ ซึ่งประชาชนให้ความสนใจและให้กำลังใจตลอดการหาเสียงในครั้งนี้
.
นายธนาธร กล่าวขอบคุณชาวระยองที่ให้คะแนนต่อพรรคก้าวไกลในการเลือกตั้งปี 2566 อย่างล้นหลาม โดยขอให้ครั้งนี้เลือกพรรคประชาชนทั้ง 2 ใบ เพื่อส่ง นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เป็นนายกรัฐมนตรี
.
ในการพูดคุย นายธนาธร ได้แลกเปลี่ยนกับประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่ในประเด็นปัญหาต่าง ๆ ซึ่งนายธนาธรได้นำเสนอนโยบายของพรรค ไม่ว่าจะเป็นนโยบายด้านที่ดิน ที่จะเร่งรัดกระบวนการ One Map ให้เสร็จสมบูรณ์ เพื่อให้ทั้งประเทศสามารถบริหารจัดการที่ดินได้อย่างเป็นระบบ
.
ด้านเกษตร ที่จะช่วยปลดหนี้ให้เกษตรกรที่อายุ 70 ปี และลดหนี้ให้ 20% เมื่อลงทุนระบบน้ำหรือปลูกป่า พร้อมคืนดอกเบี้ย ให้ 10% สำหรับเกษตรกรที่ชำระหนี้ดีต่อเนื่อง
.
นอกจากนี้ เกษตรกรในพื้นที่ยังได้สะท้อนปัญหาสำคัญอย่างการขาดแคลนแรงงานในช่วงการเก็บเกี่ยวผลผลิต ซึ่งเป็นผลมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทย–กัมพูชา โดยเกษตรกรในพื้นที่สะท้อนเป็นเสียงเดียวกันถึงความต้องการแรงงานต่างชาติอย่างเร่งด่วน
.
นายธนาธร กล่าวว่า สถานการณ์ชายแดนเป็นสิ่งที่พรรคประชาชนให้ความสำคัญมาโดยตลอด หัวหน้าพรรคเองลงพื้นที่บ่อยครั้ง เรื่องแรงงานนั้นรัฐบาลต้องบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ แรงงานต่างชาติที่อยู่ในระบบแล้ว ต้องดำเนินการให้สามารถกลับมาทำงานได้ตามปกติ ควบคู่ไปกับการจัดการความขัดแย้งในภาพใหญ่
.
ส่วนแรงงานต่างชาติที่อยู่นอกระบบ จะต้องนำเข้าสู่ระบบทั้งหมดให้ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ให้มีการเก็บส่วยจากภาครัฐ จนกลายเป็นภาระของผู้ประกอบการและเกษตรกรในพื้นที่
.
นายธนาธร ยังรณรงค์ให้ชาวระยองลงคะแนนเห็นชอบในการทำประชามติ เพื่อนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่จะเปิดช่องทางให้ประชาชนสามารถตรวจสอบองค์กรอิสระได้มากขึ้น
.

.
เชตวัน ปลุก ปชช.อย่าเบื่อการเมือง เชิญชวนร่วมเป็นผู้สังเกตการณ์ประจำหน่วยเลือกตั้ง ปกป้องคะแนนเสียง
https://www.matichon.co.th/politics/news_5549317
.
เชตวัน ปลุก ปชช.อย่าเบื่อการเมือง เชิญชวนร่วมเป็นผู้สังเกตการณ์ประจำหน่วยเลือกตั้ง ปกป้องคะแนนเสียง
.
เมื่อวันที่ 14 มกราคม เชตวัน เตือประโคน ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน จ.ปทุมธานี พื้นที่ ต.คูคต อ.ลำลูกกา และ ต.หลักหก ต.บ้านใหม่ อ.เมืองปทุมธานี โพสต์ข้อความรับสมัคร “ผู้สังเกตการณ์ประจำหน่วยเลือกตั้ง” โดยระบุว่า
.
คำว่า ‘คนรุ่นใหม่’ ไม่ได้อยู่ที่อายุ แต่อยู่ที่วิธีการทำงานการเมือง ถ้ายังใช้วิธีการจ้างคนให้ปลุกปั่นแบบเดิมๆ ถ้ายังใช้ระบบหัวคะแนนเกณฑ์คนแบบเดิมๆ ถ้ายังจะโกงด้วยสารพัดวิธีการแบบเดิมๆ เพื่อที่จะให้ตัวเองได้เข้าไปมีอำนาจ อย่างนี้ไม่ได้เรียกว่า ‘คนรุ่นใหม่’ เป็นแค่คนอายุน้อยที่เจริญรอยตามพวกการเมืองเก่าๆ เท่านั้นเอง
.
เชตวัน ระบุว่า ตนรู้ดีครับว่าการเมืองไทย มันเทา มันดำ หรือมันสกปรกเพียงใด และไอ้ความที่มันเป็นแบบนี้แหละ ที่ทำให้ประชาชนเอือมระอา ทำให้คนเบื่อการเมืองและไม่อยากยุ่งการเมือง ซึ่งมันจะเข้าทางพวกเขา เพราะเมื่อพวกเรา-ประชาชนไม่ยุ่งการเมือง หันหลังให้กับการเมือง พวกเทาๆ พวกดำๆ มันก็จะสวาปามและยุ่งการเมืองอยู่กลุ่มเดียว โดยที่ไม่มีใครคอยติดตาม โดยที่ไม่มีใครตรวจสอบอะไร
.
“นี่คือความสำเร็จของพวกเขาครับ, ดังนั้น สิ่งหนึ่งถ้าผมจะขออะไรพี่น้องประชาชนที่รักประเทศชาติของเราได้ ผมอยากจะขอให้ ‘อย่าเบื่อการเมือง’ และขอให้เข้าไป ‘ยุ่งการเมือง’ ให้มากที่สุดเท่าที่มีกำลังจะทำได้ ทำให้เต็มที่เพื่อใช้น้ำดีไปไล่น้ำเสียใหสิ้นซาก เลือกตั้งครั้งนี้ จะเป็นการเดิมพันอนาคตของประเทศชาติ เดิมพันอนาคตของพวกเราทุกคน ว่าเราจะยอมอยู่กับการเมืองแบบเก่าๆ แบบเทาๆ หรือจะเปิดประตู่ไปสู่อนาคตใหม่ที่ดีกว่า” เชตวัน ระบุ พร้อมทิ้งท้ายด้วยว่า มาร่วมกันปกป้องคะแนนเสียงของพวกเรา ด้วยการสมัครเป็น “ผู้สังเกตการณ์ประจำหน่วยเลือกตั้ง” กับภารกิจครั้งสำคัญที่เราจะไม่ให้การเมืองแบบเดิมๆ มาบิดเบือนเจตนารมณ์ที่แท้จริงของประชาชน มาช่วยกันครับ
.
https://www.facebook.com/ChetawanPPLE/posts/pfbid096ksQoXFn4JTKEb33kXFi3hPCndoHZeTT4TcfnMLuQzwwYGByBAEAyv26HDeQzVKl
.

.
ต้องลดความแซ่บ! บ่นอุบ ‘พริก’ ราคาพุ่งโลละ 230 แม่ค้าส้มตำแบกภาระต้นทุน
https://www.dailynews.co.th/news/5501666/
.
พริกสดราคาพุ่ง กิโลกรัมละ 230 บาท ชาวบ้านบ่นอุบเศรษฐกิจไม่ดีข้าวของราคาแพง ด้านแม่ค้าส้มตำรับภาระต้นทุนหนัก
.
เมื่อวันที่ 14 ม.ค. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจราคาพืชผักในตลาดโพธิสาร เมืองพัทยา จ.ชลบุรี พบว่าพริกสดมีราคาจำหน่ายตั้งแต่กิโลกรัมละ 220-230 บาท ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนในช่วงเศรษฐกิจปากท้องตึงตัวและบรรยากาศการเลือกตั้ง
.
น.ส.วิลัยวรรณ พงษ์วิจิตร แม่ค้าขายผักสดในตลาดโพธิสาร เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ต้นทุนพริกอยู่ที่กิโลกรัมละ 70-80 บาท แต่ปัจจุบันต้นทุนพุ่งสูงถึงกิโลกรัมละ 180 บาท สำหรับพริกมีก้าน และหากเป็นพริกไม่มีก้าน ต้นทุนสูงถึงกิโลกรัมละ 220 บาท ทำให้จำเป็นต้องปรับราคาขายตาม ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคเป็นวงกว้าง
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่