ธนาธรประกาศชัด การเมืองต้องอยู่ในมือปชช. ชี้เลือกตั้งครั้งนี้คือจุดเริ่มต้น
https://www.matichon.co.th/news-monitor/news_1252284
เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม นาย
ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ยังคงร่วมทำกิจกรรมกับศูนย์ประสานงานพรรคในจังหวัดแพร่ หลังเข้าร่วมบรรยายทิศทางการเมืองและเศรษฐกิจไทยให้กับนักศึกษารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้-แพร่ เฉลิมพระเกียรติไปเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ได้เข้าพบปะประชาชนในแหล่งผลิตสินค้าท้องถิ่น โดยเฉพาะสินค้าที่มาจากแรงงานของเกษตรกร เช่น ย่านจำหน่ายสินค้าจากไม้ไผ่และแหล่งตีมีดดั้งเดิมของบ้านหนองห้า อ.เมือง จ.แพร่
นาย
ธนาธรกล่าวว่า พรรคเน้นให้เกิดการผลักดัน การเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในประเทศไทย สิ่งที่อยากสื่อสารกับประชาชนคือเราไม่ใช่คู่ขัดแย้งกับใคร แต่เราอยากเปลี่ยนแปลงสังคมไทยให้เป็นสังคมที่เท่าเทียมกัน ส่งต่อสิ่งดีๆ ให้ลูกหลานเราก็คงมีแต่ความจริงใจ ก็คงต้องใช้เวลาพิสูจน์ตัวเอง ก็ต้องคาดหวังทีมจังหวัดที่ตั้งศูนย์ประสานงานครบแล้ว จะเป็นกำลังสำคัญในการประกาศวิสัยทัศน์การเข้าถึงพี่น้องประชาชนให้กับพรรค ปลายธันวาคมนี้จะได้ผู้สมัครครบ 350 เขต ซึ่งการแบ่งเขตของ กกต.ไม่มีผลต่อพรรคเราเพราะเรากำลังหาผู้ที่เข้ามาทำงานการเมืองแบบใหม่ ผู้สมัครจะเป็นกำลังสำคัญของพรรคในการประกาศจุดยืนของพรรค
“ดังนั้น ในส่วนกลางเราทำภาพลักษณ์ให้ชัดเจนในการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย ต้องเรียนคณะทำงานอนาคตใหม่ทุกจังหวัด เราต้องทำงานการเมืองระยะยาว ประชาธิปไตยจะไม่เกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งครั้งนี้แน่ ตราบใดที่ยังมีรัฐธรรมนูญปี 2560 อยู่ ดังนั้น การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นจุดเริ่มต้นและเป็นการเปิดประตูสู่ความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในสังคมไทยและถือเป็นก้าวแรกของการเปลี่ยนแปลงประเทศ” นาย
ธนาธรกล่าว
'ทษช.'เปิดเขียนใบสมัครว่าที่ส.ส. 1-15 ธ.ค.นี้
https://www.dailynews.co.th/politics/680180
“ทษช.”ชวนสมาชิกเข้ารับการสรรหาเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส. ระหว่างวันที่ 1-15 ธ.ค.นี้ ณ ที่ทำการพรรค กทม. ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00น. ยกเว้นวันหยุด- วันนักขัตฤกษ์
เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.นาย
พงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ โฆษกพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กล่าวว่า คณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคไทยรักษาชาติ ได้ออกประกาศให้สมาชิกพรรคที่ประสงค์จะลงสมัครรับเลือกตั้ง ทั้งในระบบแบ่งเขตและระบบบัญชีรายชื่อได้ทราบถึงคุณสมบัติของผู้ลงสมัคร วิธีการแสดงความจำนง หลักฐานที่ใช้ รวมทั้งสถานที่ในการยื่นเอกสาร โดยสมาชิกที่ต้องการลงสมัครสามารถยื่นหนังสือแสดงความจำนงต่อทางคณะกรรมการสรรหาได้ด้วยตนเอง ส่วนสมาชิกที่ต้องการเสนอชื่อสมาชิกท่านอื่นในการลงสมัคร ต้องให้สมาชิกที่ถูกเสนอชื่อลงลายมือชื่อเพื่อรับรองด้วยจึงจะสมบูรณ์ โดยสามารถเดินทางมายื่นเอกสารได้
ณ ที่ทำการพรรคไทยรักษาชาติ เลขที่ 99/385 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 1-15 ธ.ค.นี้ เฉพาะวันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 9.00 น. จนถึง 16.00 น. ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์
นาย
พงศ์เกษม กล่าวต่อว่า สำหรับเอกสารที่ใช้ นอกจากสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน และรูปถ่ายแล้ว ผู้แสดงความจำนงจะต้องแนบหลักฐานการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นเวลา 3 ปีย้อนหลัง นับตั้งแต่วันยื่นใบสมัคร แต่ถ้าไม่มีก็ให้ทำหนังสือยืนยันพร้อมแสดงเหตุผลถึงการไม่เสียภาษีมาด้วย ทั้งนี้ ขอเชิญชวนสมาชิกพรรคทุกท่านที่ยึดมั่นในอุดมการณ์ แนวนโยบาย และข้อบังคับพรรค มาร่วมแสดงความจำนงลงสมัครรับเลือกตั้งเพื่อสร้างความเข้มแข็ง พร้อมทั้งขับเคลื่อนพรรคไทยรักษาชาติ เดินหน้าสู่สนามเลือกตั้งในปีหน้าไปพร้อมๆ กัน.
JJNY : ธนาธรประกาศชัดการเมืองต้องอยู่ในมือปชช.ฯ/'ทษช.'เปิดเขียนใบสมัครว่าที่ส.ส.1-15 ธ.ค.ฯ/เด้ง'เลขาธิการสศก.'เข้ากรุฯ
https://www.matichon.co.th/news-monitor/news_1252284
เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ยังคงร่วมทำกิจกรรมกับศูนย์ประสานงานพรรคในจังหวัดแพร่ หลังเข้าร่วมบรรยายทิศทางการเมืองและเศรษฐกิจไทยให้กับนักศึกษารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้-แพร่ เฉลิมพระเกียรติไปเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ได้เข้าพบปะประชาชนในแหล่งผลิตสินค้าท้องถิ่น โดยเฉพาะสินค้าที่มาจากแรงงานของเกษตรกร เช่น ย่านจำหน่ายสินค้าจากไม้ไผ่และแหล่งตีมีดดั้งเดิมของบ้านหนองห้า อ.เมือง จ.แพร่
นายธนาธรกล่าวว่า พรรคเน้นให้เกิดการผลักดัน การเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในประเทศไทย สิ่งที่อยากสื่อสารกับประชาชนคือเราไม่ใช่คู่ขัดแย้งกับใคร แต่เราอยากเปลี่ยนแปลงสังคมไทยให้เป็นสังคมที่เท่าเทียมกัน ส่งต่อสิ่งดีๆ ให้ลูกหลานเราก็คงมีแต่ความจริงใจ ก็คงต้องใช้เวลาพิสูจน์ตัวเอง ก็ต้องคาดหวังทีมจังหวัดที่ตั้งศูนย์ประสานงานครบแล้ว จะเป็นกำลังสำคัญในการประกาศวิสัยทัศน์การเข้าถึงพี่น้องประชาชนให้กับพรรค ปลายธันวาคมนี้จะได้ผู้สมัครครบ 350 เขต ซึ่งการแบ่งเขตของ กกต.ไม่มีผลต่อพรรคเราเพราะเรากำลังหาผู้ที่เข้ามาทำงานการเมืองแบบใหม่ ผู้สมัครจะเป็นกำลังสำคัญของพรรคในการประกาศจุดยืนของพรรค
“ดังนั้น ในส่วนกลางเราทำภาพลักษณ์ให้ชัดเจนในการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย ต้องเรียนคณะทำงานอนาคตใหม่ทุกจังหวัด เราต้องทำงานการเมืองระยะยาว ประชาธิปไตยจะไม่เกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งครั้งนี้แน่ ตราบใดที่ยังมีรัฐธรรมนูญปี 2560 อยู่ ดังนั้น การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นจุดเริ่มต้นและเป็นการเปิดประตูสู่ความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในสังคมไทยและถือเป็นก้าวแรกของการเปลี่ยนแปลงประเทศ” นายธนาธรกล่าว
'ทษช.'เปิดเขียนใบสมัครว่าที่ส.ส. 1-15 ธ.ค.นี้
https://www.dailynews.co.th/politics/680180
“ทษช.”ชวนสมาชิกเข้ารับการสรรหาเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส. ระหว่างวันที่ 1-15 ธ.ค.นี้ ณ ที่ทำการพรรค กทม. ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00น. ยกเว้นวันหยุด- วันนักขัตฤกษ์
เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.นายพงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ โฆษกพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กล่าวว่า คณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคไทยรักษาชาติ ได้ออกประกาศให้สมาชิกพรรคที่ประสงค์จะลงสมัครรับเลือกตั้ง ทั้งในระบบแบ่งเขตและระบบบัญชีรายชื่อได้ทราบถึงคุณสมบัติของผู้ลงสมัคร วิธีการแสดงความจำนง หลักฐานที่ใช้ รวมทั้งสถานที่ในการยื่นเอกสาร โดยสมาชิกที่ต้องการลงสมัครสามารถยื่นหนังสือแสดงความจำนงต่อทางคณะกรรมการสรรหาได้ด้วยตนเอง ส่วนสมาชิกที่ต้องการเสนอชื่อสมาชิกท่านอื่นในการลงสมัคร ต้องให้สมาชิกที่ถูกเสนอชื่อลงลายมือชื่อเพื่อรับรองด้วยจึงจะสมบูรณ์ โดยสามารถเดินทางมายื่นเอกสารได้ ณ ที่ทำการพรรคไทยรักษาชาติ เลขที่ 99/385 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 1-15 ธ.ค.นี้ เฉพาะวันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 9.00 น. จนถึง 16.00 น. ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์
นายพงศ์เกษม กล่าวต่อว่า สำหรับเอกสารที่ใช้ นอกจากสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน และรูปถ่ายแล้ว ผู้แสดงความจำนงจะต้องแนบหลักฐานการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นเวลา 3 ปีย้อนหลัง นับตั้งแต่วันยื่นใบสมัคร แต่ถ้าไม่มีก็ให้ทำหนังสือยืนยันพร้อมแสดงเหตุผลถึงการไม่เสียภาษีมาด้วย ทั้งนี้ ขอเชิญชวนสมาชิกพรรคทุกท่านที่ยึดมั่นในอุดมการณ์ แนวนโยบาย และข้อบังคับพรรค มาร่วมแสดงความจำนงลงสมัครรับเลือกตั้งเพื่อสร้างความเข้มแข็ง พร้อมทั้งขับเคลื่อนพรรคไทยรักษาชาติ เดินหน้าสู่สนามเลือกตั้งในปีหน้าไปพร้อมๆ กัน.