บทนำ
ภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทยเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของมนุษย์ ด้วยลักษณะความเป็นพื้นที่ชายแดน พหุวัฒนธรรม และเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญระหว่างประเทศไทยกับประเทศมาเลเซีย อย่างไรก็ตาม พื้นที่ดังกล่าวกลับเผชิญกับปัญหาความยากจนเชิงโครงสร้าง ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงโอกาส และความไม่สงบที่ยืดเยื้อยาวนาน ซึ่งไม่อาจอธิบายได้ด้วยปัจจัยด้านความมั่นคงหรือการเมืองเพียงมิติเดียว หากแต่ต้องพิจารณาผ่านกรอบการพัฒนาเชิงโครงสร้างที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจ การศึกษา และคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นองค์รวม
ภายใต้ ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ การพัฒนาไม่ได้ถูกจำกัดอยู่ที่การเติบโตทางเศรษฐกิจเชิงตัวเลข แต่เน้นการพัฒนามนุษย์เป็นศูนย์กลาง (human-centered development) โดยมองโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะระบบคมนาคม เป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ในการลดความยากจน สร้างโอกาสทางการศึกษา การประกอบอาชีพ และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติในสังคม โครงสร้างพื้นฐานจึงมิใช่เพียง “ทางผ่าน” ของสินค้าและผู้คน หากแต่เป็น “สะพานแห่งโอกาส” ที่เชื่อมศักยภาพของมนุษย์เข้ากับโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคมที่เป็นจริง
กรณีสะพานมิตรภาพไทย–มาเลเซีย บูกิตบุงกา–บ้านบูเกตา เป็นตัวอย่างสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานที่ควรทำหน้าที่เป็นตัวเร่งการพัฒนาในพื้นที่ชายแดนใต้ แต่กลับประสบกับความล่าช้าอย่างยาวนาน ส่งผลให้การเชื่อมโยงเศรษฐกิจชายแดน การเข้าถึงตลาด การเคลื่อนย้ายแรงงาน และโอกาสทางการศึกษาของประชาชนในพื้นที่ถูกจำกัดอย่างต่อเนื่อง บทความนี้จึงมุ่งวิเคราะห์กรณีดังกล่าวภายใต้กรอบปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ เพื่อชี้ให้เห็นว่าความล่าช้าของโครงการมิใช่เพียงปัญหาเชิงเทคนิคหรือการบริหารจัดการ หากแต่สะท้อนถึงปัญหาเชิงวิสัยทัศน์และการจัดวางนโยบายรัฐ ที่ส่งผลต่อการแก้ไขความยากจน ความเหลื่อมล้ำ และการสร้างสันติภาพอย่างยั่งยืนในภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย
🇹🇭 🇲🇾 สะพานมิตรภาพไทย-มาเลเซีย หรือ สะพานบูกิตบุงกา–บ้านบูเกตา/ Bukit Bunga–Ban Buketa Bridge ล่าช้าเกิน 10 ปี
ภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทยเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของมนุษย์ ด้วยลักษณะความเป็นพื้นที่ชายแดน พหุวัฒนธรรม และเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญระหว่างประเทศไทยกับประเทศมาเลเซีย อย่างไรก็ตาม พื้นที่ดังกล่าวกลับเผชิญกับปัญหาความยากจนเชิงโครงสร้าง ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงโอกาส และความไม่สงบที่ยืดเยื้อยาวนาน ซึ่งไม่อาจอธิบายได้ด้วยปัจจัยด้านความมั่นคงหรือการเมืองเพียงมิติเดียว หากแต่ต้องพิจารณาผ่านกรอบการพัฒนาเชิงโครงสร้างที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจ การศึกษา และคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นองค์รวม
ภายใต้ ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ การพัฒนาไม่ได้ถูกจำกัดอยู่ที่การเติบโตทางเศรษฐกิจเชิงตัวเลข แต่เน้นการพัฒนามนุษย์เป็นศูนย์กลาง (human-centered development) โดยมองโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะระบบคมนาคม เป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ในการลดความยากจน สร้างโอกาสทางการศึกษา การประกอบอาชีพ และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติในสังคม โครงสร้างพื้นฐานจึงมิใช่เพียง “ทางผ่าน” ของสินค้าและผู้คน หากแต่เป็น “สะพานแห่งโอกาส” ที่เชื่อมศักยภาพของมนุษย์เข้ากับโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคมที่เป็นจริง
กรณีสะพานมิตรภาพไทย–มาเลเซีย บูกิตบุงกา–บ้านบูเกตา เป็นตัวอย่างสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานที่ควรทำหน้าที่เป็นตัวเร่งการพัฒนาในพื้นที่ชายแดนใต้ แต่กลับประสบกับความล่าช้าอย่างยาวนาน ส่งผลให้การเชื่อมโยงเศรษฐกิจชายแดน การเข้าถึงตลาด การเคลื่อนย้ายแรงงาน และโอกาสทางการศึกษาของประชาชนในพื้นที่ถูกจำกัดอย่างต่อเนื่อง บทความนี้จึงมุ่งวิเคราะห์กรณีดังกล่าวภายใต้กรอบปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ เพื่อชี้ให้เห็นว่าความล่าช้าของโครงการมิใช่เพียงปัญหาเชิงเทคนิคหรือการบริหารจัดการ หากแต่สะท้อนถึงปัญหาเชิงวิสัยทัศน์และการจัดวางนโยบายรัฐ ที่ส่งผลต่อการแก้ไขความยากจน ความเหลื่อมล้ำ และการสร้างสันติภาพอย่างยั่งยืนในภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย