ยูเครนถูกฉีกออกด้วยเสียงระเบิด
เมื่อรัสเซียเปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่ด้วยขีปนาวุธและโดรนจำนวนมหาศาล
หนึ่งในอาวุธที่ถูกใช้คือ Oreshnik ขีปนาวุธรุ่นล้ำหน้าที่แทบไม่เคยถูกนำออกมาใช้ นี่ไม่ใช่การโจมตีธรรมดา แต่เป็นการส่งสัญญาณทางยุทธศาสตร์อย่างชัดเจน ว่าสงครามกำลังก้าวเข้าสู่ระดับที่อันตรายกว่าเดิม◾◾◼⬛
เกิดอะไรขึ้นเมือคืนนี้
💥💥💥
การโจมตีเริ่มขึ้นหลังเที่ยงคืน โดรนจำนวนมากพุ่งเข้าใส่กรุงเคียฟและเมืองสำคัญหลายแห่ง ไฟถนนกะพริบก่อนที่หลายพื้นที่จะตกอยู่ในความมืดสนิท ท่ามกลางหมอกหนาและอุณหภูมิติดลบ ผู้คนต้องเผชิญทั้งความหนาวและความหวาดกลัวไปพร้อมกัน
โดยรวม รัสเซียยิงขีปนาวุธ 18 ลูก และปล่อยโดรนถึง 242 ลำ โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานถูกโจมตีอีกครั้ง ส่งผลให้หลายพื้นที่ขาดไฟฟ้าและความร้อน มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บในกรุงเคียฟ ขณะที่ทางตะวันตกของประเทศ เมืองลวิฟรายงานการโจมตีด้วยขีปนาวุธวิถีโค้งใส่โครงสร้างพื้นฐานสำคัญ แม้จะยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตในพื้นที่นั้น..
ท่ามกลางอาวุธจำนวนมาก
ที่ถูกใช้ สิ่งที่ทำให้โลกจับตาคือการปรากฏตัวของ 💢Oreshnik💢 ขีปนาวุธที่ไม่ถูกใช้งานบ่อย และทุกครั้งที่ถูกยิง ย่อมมีนัย มากกว่าการทำลายเป้าหมายเพียงจุดเดียว
🚀Oreshnik คืออะไร
เป็นขีปนาวุธพิสัยกลางแบบเคลื่อนที่ได้บนยานพาหนะ ถูกพัฒนาโดยกองกำลังขีปนาวุธของรัสเซีย จัดอยู่ในกลุ่มอาวุธยุคใหม่ที่เน้น ความเร็วสูงมาก และ การเจาะระบบป้องกันขีปนาวุธ
หัวใจสำคัญของ Oreshnik คือ...
ความเร็วระดับไฮเปอร์โซนิก
ประมาณ13,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือราว 10 เท่าของความเร็วเสียง
วิถีโค้งแบบขีปนาวุธ ที่ทำให้ตรวจจับและสกัดได้ยาก
หัวรบหลายลูก
สามารถแยกโจมตีเป้าหมาย
หลายจุดจากการยิงครั้งเดียว
รองรับทั้งหัวรบธรรมดา
และหัวรบนิวเคลียร์
ด้วยพิสัยยิงที่ยาวมาก ขีปยาวุธรุ่นนี้ถูกระบุว่าสามารถเข้าถึงเป้าหมายได้ทั่วทั้งยุโรป นั่นทำให้ Oreshnik ไม่ใช่แค่อาวุธสนามรบ แต่เป็นเครื่องมือกดดันเชิงยุทธศาสตร์ในระดับทวีป
Oreshnik ◾◾◼⬛
ถูกเปิดตัวต่อสาธารณะไม่กี่ปีที่ผ่านมา และถูกมองว่าเป็นอาวุธ กึ่งทดลองในช่วงแรก รัสเซียใช้เป็นครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน 2024 โดยยิงใส่เมืองดนีโปรของยูเครน แม้ในเวลานั้นระบบจะยังไม่สมบูรณ์เต็มที่ก็ตาม
ต่อมา... รัสเซียได้เผยแพร่วิดีโอการนำระบบ Oreshnik ไปประจำการในเบลารุส ประเทศพันธมิตรใกล้ชิด ซขยายระยะคุกคามไปถึงชายแดนสหภาพยุโรปโดยตรง หลังจากนั้น Oreshnik ก็หายไปจากสมรภูมิ จนกระทั่งการโจมตีครั้งล่าสุดนี้ ซึ่งนับเป็นการใช้งานครั้งแรกในรอบกว่าหนึ่งปี
เป้าหมายของ
Oreshnik💥💥
โรงเก็บก๊าซธรรมชาติใต้ดิน Bilche-Volytsko-Uherskeอยู่ในเมือง Stryiภูมิภาค Lviv ใกล้กับ พรมแดนโปแลนด์ ระยะทางประมาณ 1,500 กิโลเมตร จากจุดปล่อยที่ ศูนย์ฝึกซ้อมรบ Kapustin Yar
นัย ◾◾◼⬛
ของการใช้ Oreshnik
การเลือกใช้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ อาวุธชนิดนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ถล่มเป้าหมายทั่วไปเหมือนขีปนาวุธรุ่นเก่า แต่เป็นอาวุธที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อ
◾แสดงศักยภาพทางเทคโนโลยี
◾ทดสอบระบบป้องกันขีปนาวุธ
ของฝ่ายตรงข้าม
◾ส่งสัญญาณเตือนเชิงยุทธศาสตร์ไป
ยังประเทศรอบข้าง
ในบริบทของสงครามฤดูหนาว การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานควบคู่กับการใช้อาวุธระดับสูงเช่นนี้ ชี้ให้เห็นว่ายุทธศาสตร์ไม่ได้มุ่งเพียงชัยชนะทางทหาร แต่รวมถึงการบั่นทอนขวัญ กดดันสังคม และขยายแรงสั่นสะเทือนไปไกลกว่ายูเครน
คืนที่หนาวจัดในยูเครนจึงไม่ใช่แค่เรื่องของไฟฟ้าดับหรืออุณหภูมิติดลบ หากแต่เป็นคืนที่โลกได้เห็นอีกครั้งว่า อาวุธอย่าง Oreshnik ถูกนำออกมาจากเงามืด และทุกครั้งที่ถูกยิง ความตึงเครียดของสงครามก็ขยับเข้าใกล้เส้นอันตราย
มากขึ้นอีกขั้น
🔏 A Broad Vot
ภาวนากันเถิดพวกเราดูหมากแต่ละตา
ที่มหาอำนาจขยับ.....
Source+++++
https://x.com/andrii_sybiha/status/2009520982554231234?s=46&t=3AeNXzLbxzt-zl9_ytWRRg
https://www.nytimes.com/2026/01/08/world/europe/russia-ukraine-nuclear-capable-missile.html
➖➖➖➖➖➖➖💢⭕➖➖➖
ล่าสุด รัสเซีย เปิดฉากโจมตี ด้วยขีปนาวุธข้ามทวีป Oreshnik โชว์ยิงเข้าชั้นบรรยากาศโลก ลงมา ถล่ม เคียฟ?!?
เมื่อรัสเซียเปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่ด้วยขีปนาวุธและโดรนจำนวนมหาศาล
หนึ่งในอาวุธที่ถูกใช้คือ Oreshnik ขีปนาวุธรุ่นล้ำหน้าที่แทบไม่เคยถูกนำออกมาใช้ นี่ไม่ใช่การโจมตีธรรมดา แต่เป็นการส่งสัญญาณทางยุทธศาสตร์อย่างชัดเจน ว่าสงครามกำลังก้าวเข้าสู่ระดับที่อันตรายกว่าเดิม◾◾◼⬛
เกิดอะไรขึ้นเมือคืนนี้
💥💥💥
การโจมตีเริ่มขึ้นหลังเที่ยงคืน โดรนจำนวนมากพุ่งเข้าใส่กรุงเคียฟและเมืองสำคัญหลายแห่ง ไฟถนนกะพริบก่อนที่หลายพื้นที่จะตกอยู่ในความมืดสนิท ท่ามกลางหมอกหนาและอุณหภูมิติดลบ ผู้คนต้องเผชิญทั้งความหนาวและความหวาดกลัวไปพร้อมกัน
โดยรวม รัสเซียยิงขีปนาวุธ 18 ลูก และปล่อยโดรนถึง 242 ลำ โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานถูกโจมตีอีกครั้ง ส่งผลให้หลายพื้นที่ขาดไฟฟ้าและความร้อน มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บในกรุงเคียฟ ขณะที่ทางตะวันตกของประเทศ เมืองลวิฟรายงานการโจมตีด้วยขีปนาวุธวิถีโค้งใส่โครงสร้างพื้นฐานสำคัญ แม้จะยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตในพื้นที่นั้น..
ท่ามกลางอาวุธจำนวนมาก
ที่ถูกใช้ สิ่งที่ทำให้โลกจับตาคือการปรากฏตัวของ 💢Oreshnik💢 ขีปนาวุธที่ไม่ถูกใช้งานบ่อย และทุกครั้งที่ถูกยิง ย่อมมีนัย มากกว่าการทำลายเป้าหมายเพียงจุดเดียว
🚀Oreshnik คืออะไร
เป็นขีปนาวุธพิสัยกลางแบบเคลื่อนที่ได้บนยานพาหนะ ถูกพัฒนาโดยกองกำลังขีปนาวุธของรัสเซีย จัดอยู่ในกลุ่มอาวุธยุคใหม่ที่เน้น ความเร็วสูงมาก และ การเจาะระบบป้องกันขีปนาวุธ
หัวใจสำคัญของ Oreshnik คือ...
ความเร็วระดับไฮเปอร์โซนิก
ประมาณ13,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือราว 10 เท่าของความเร็วเสียง
วิถีโค้งแบบขีปนาวุธ ที่ทำให้ตรวจจับและสกัดได้ยาก
หัวรบหลายลูก
สามารถแยกโจมตีเป้าหมาย
หลายจุดจากการยิงครั้งเดียว
รองรับทั้งหัวรบธรรมดา
และหัวรบนิวเคลียร์
ด้วยพิสัยยิงที่ยาวมาก ขีปยาวุธรุ่นนี้ถูกระบุว่าสามารถเข้าถึงเป้าหมายได้ทั่วทั้งยุโรป นั่นทำให้ Oreshnik ไม่ใช่แค่อาวุธสนามรบ แต่เป็นเครื่องมือกดดันเชิงยุทธศาสตร์ในระดับทวีป
Oreshnik ◾◾◼⬛
ถูกเปิดตัวต่อสาธารณะไม่กี่ปีที่ผ่านมา และถูกมองว่าเป็นอาวุธ กึ่งทดลองในช่วงแรก รัสเซียใช้เป็นครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน 2024 โดยยิงใส่เมืองดนีโปรของยูเครน แม้ในเวลานั้นระบบจะยังไม่สมบูรณ์เต็มที่ก็ตาม
ต่อมา... รัสเซียได้เผยแพร่วิดีโอการนำระบบ Oreshnik ไปประจำการในเบลารุส ประเทศพันธมิตรใกล้ชิด ซขยายระยะคุกคามไปถึงชายแดนสหภาพยุโรปโดยตรง หลังจากนั้น Oreshnik ก็หายไปจากสมรภูมิ จนกระทั่งการโจมตีครั้งล่าสุดนี้ ซึ่งนับเป็นการใช้งานครั้งแรกในรอบกว่าหนึ่งปี
เป้าหมายของ
Oreshnik💥💥
โรงเก็บก๊าซธรรมชาติใต้ดิน Bilche-Volytsko-Uherskeอยู่ในเมือง Stryiภูมิภาค Lviv ใกล้กับ พรมแดนโปแลนด์ ระยะทางประมาณ 1,500 กิโลเมตร จากจุดปล่อยที่ ศูนย์ฝึกซ้อมรบ Kapustin Yar
นัย ◾◾◼⬛
ของการใช้ Oreshnik
การเลือกใช้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ อาวุธชนิดนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ถล่มเป้าหมายทั่วไปเหมือนขีปนาวุธรุ่นเก่า แต่เป็นอาวุธที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อ
◾แสดงศักยภาพทางเทคโนโลยี
◾ทดสอบระบบป้องกันขีปนาวุธ
ของฝ่ายตรงข้าม
◾ส่งสัญญาณเตือนเชิงยุทธศาสตร์ไป
ยังประเทศรอบข้าง
ในบริบทของสงครามฤดูหนาว การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานควบคู่กับการใช้อาวุธระดับสูงเช่นนี้ ชี้ให้เห็นว่ายุทธศาสตร์ไม่ได้มุ่งเพียงชัยชนะทางทหาร แต่รวมถึงการบั่นทอนขวัญ กดดันสังคม และขยายแรงสั่นสะเทือนไปไกลกว่ายูเครน
คืนที่หนาวจัดในยูเครนจึงไม่ใช่แค่เรื่องของไฟฟ้าดับหรืออุณหภูมิติดลบ หากแต่เป็นคืนที่โลกได้เห็นอีกครั้งว่า อาวุธอย่าง Oreshnik ถูกนำออกมาจากเงามืด และทุกครั้งที่ถูกยิง ความตึงเครียดของสงครามก็ขยับเข้าใกล้เส้นอันตราย
มากขึ้นอีกขั้น
🔏 A Broad Vot
ภาวนากันเถิดพวกเราดูหมากแต่ละตา
ที่มหาอำนาจขยับ.....
Source+++++
https://x.com/andrii_sybiha/status/2009520982554231234?s=46&t=3AeNXzLbxzt-zl9_ytWRRg
https://www.nytimes.com/2026/01/08/world/europe/russia-ukraine-nuclear-capable-missile.html
➖➖➖➖➖➖➖💢⭕➖➖➖